← กลับไปยังบทความทั้งหมด

พิพิธภัณฑ์สิทธิการเลือกตั้งแห่งชาติ (National Voting Rights Museum)

สรุปใจความสำคัญ

  • ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1991 และเปิดให้บริการในปี ค.ศ. 1993 ในเมืองเซลมา รัฐแอลาบามา
  • จัดแสดงประวัติศาสตร์การต่อสู้เพื่อสิทธิการเลือกตั้งของชาวแอฟริกัน-อเมริกันและสิทธิเลือกตั้งของสตรี
  • ตั้งอยู่ใกล้กับสะพานเอ็ดมันด์ เพตตัส สถานที่เกิดเหตุการณ์ 'วันอาทิตย์นองเลือด' (Bloody Sunday)
  • มีบทบาทสำคัญในการเก็บรักษาวัตถุพยานและคำบอกเล่าจากการเดินขบวนจากเซลมาไปยังมอนต์โกเมอรี ปี 1965

พิพิธภัณฑ์และสถาบันสิทธิการเลือกตั้งแห่งชาติ (National Voting Rights Museum and Institute) เป็นพิพิธภัณฑ์ในสหรัฐอเมริกา ตั้งอยู่ที่เมืองเซลมา รัฐแอลาบามา ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1991 และเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1993 เพื่อเป็นสถานที่เชิดชู บันทึก รวบรวม และจัดแสดงโบราณวัตถุรวมถึงคำบอกเล่าของเหล่านักกิจกรรมผู้มีส่วนร่วมในเหตุการณ์สำคัญที่นำไปสู่การเดินขบวนจากเซลมาไปยังมอนต์โกเมอรีในปี ค.ศ. 1965 และการประกาศใช้กฎหมายสิทธิการเลือกตั้งปี ค.ศ. 1965 (Voting Rights Act of 1965) นอกจากนี้ยังครอบคลุมถึงการต่อสู้ของขบวนการสิทธิการเลือกตั้งของชาวแอฟริกัน-อเมริกัน และขบวนการเรียกร้องสิทธิเลือกตั้งของสตรี

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก่อตั้งโดย ฟายา โอรา โรส ตูเร (Faya Ora Rose Touré) และ มารี ฟอสเตอร์ (Marie Foster) โดยมีพันธกิจในการให้การยอมรับบุคคล เหตุการณ์ และการกระทำต่าง ๆ ที่ส่งเสริมสิทธิในการเลือกตั้งของสหรัฐอเมริกานับตั้งแต่การก่อตั้งประเทศในปี ค.ศ. 1776

อาคารพิพิธภัณฑ์สิทธิการเลือกตั้งแห่งชาติในเมืองเซลมา
อาคารพิพิธภัณฑ์สิทธิการเลือกตั้งแห่งชาติ ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในรัฐแอลาบามา

ความสำคัญทางประวัติศาสตร์และสถานที่ตั้ง

พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ใกล้กับ สะพานเอ็ดมันด์ เพตตัส (Edmund Pettus Bridge) ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญยิ่ง ในวันที่ 7 มีนาคม ค.ศ. 1965 กลุ่มผู้เดินขบวนเรียกร้องสิทธิการเลือกตั้งที่มุ่งหน้าไปยังเมืองมอนต์โกเมอรี ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นและตำรวจทางหลวงรัฐแอลาบามาเข้าทำร้ายด้วยกระบองและแก๊สน้ำตา เหตุการณ์นี้ถูกเรียกขานในภายหลังว่า "วันอาทิตย์นองเลือด" (Bloody Sunday)

ภาพความรุนแรงดังกล่าวถูกถ่ายทอดผ่านโทรทัศน์และสื่อหลักทั่วประเทศ ก่อให้เกิดกระแสความไม่พอใจอย่างรุนแรงในสังคมสหรัฐฯ จนนำไปสู่การที่ประธานาธิบดี ลินดอน บี. จอห์นสัน (Lyndon B. Johnson) ต้องให้การคุ้มครองจากรัฐบาลกลางและมีคำสั่งศาลคุ้มครองสิทธิในการเดินขบวน ส่งผลให้ในวันที่ 21 มีนาคม ค.ศ. 1965 ผู้คนนับพันคนเริ่มออกเดินทางจากเซลมา และมีผู้เข้าร่วมเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 25,000 คนเมื่อถึงเมืองมอนต์โกเมอรี เพื่อเรียกร้องการคุ้มครองสิทธิการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งนำไปสู่การลงนามในกฎหมายสิทธิการเลือกตั้งปี ค.ศ. 1965 ในช่วงฤดูร้อนปีนั้น

นิทรรศการภายในพิพิธภัณฑ์

ภายในพิพิธภัณฑ์แบ่งออกเป็นห้องจัดแสดงและพื้นที่นิทรรศการหลายส่วน ดังนี้:

  • ห้องรอยเท้าสู่เสรีภาพ (Footprints to Freedom): จัดแสดงรอยเท้าหล่อปูนของเหล่านักกิจกรรมที่เข้าร่วมการเดินขบวนจากเซลมาไปยังมอนต์โกเมอรี
  • ห้องสิทธิเลือกตั้งสตรี (Women's Suffrage Room): เชิดชูการมีส่วนร่วมของสตรีชาวแอฟริกัน-อเมริกันและสตรีกลุ่มอื่น ๆ ที่ร่วมกันผลักดันให้ผู้หญิงในสหรัฐฯ ได้รับสิทธิในการเลือกตั้ง
  • ห้องเซลมา (Selma Room): หรือที่รู้จักในชื่อห้องมารี ฟอสเตอร์ จัดแสดงบันทึกการเลือกตั้ง เสื้อผ้าที่ผู้ถูกทำร้ายระหว่างการเดินขบวนสวมใส่ และวัตถุพยานอื่น ๆ จากขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม
  • พื้นที่บันทึกความทรงจำ: ห้องที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่เคยเข้าร่วมการเดินขบวนในทศวรรษ 1960 สามารถเขียนข้อความส่วนตัวและบันทึกความทรงจำของตนเองไว้ได้

นอกจากนี้ พิพิธภัณฑ์ยังมีการจัดแสดงภาพถ่ายขนาดใหญ่ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภาพประวัติศาสตร์ในการเดินขบวนจากเซลมาไปยังมอนต์โกเมอรี ผลงานของ เจมส์ คาราเลส (James Karales) ช่างภาพจากนิตยสาร Look

คำถามที่พบบ่อย

พิพิธภัณฑ์สิทธิการเลือกตั้งแห่งชาติก่อตั้งขึ้นเพื่ออะไร?

เพื่อเชิดชูและบันทึกประวัติศาสตร์การต่อสู้ของนักกิจกรรมที่เรียกร้องสิทธิการเลือกตั้ง โดยเฉพาะเหตุการณ์การเดินขบวนจากเซลมาไปยังมอนต์โกเมอรีในปี 1965 และการผลักดันกฎหมายสิทธิการเลือกตั้งปี 1965

เหตุการณ์ 'วันอาทิตย์นองเลือด' คืออะไร?

คือเหตุการณ์เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 1965 ที่ผู้เดินขบวนเรียกร้องสิทธิการเลือกตั้งถูกเจ้าหน้าที่รัฐทำร้ายอย่างรุนแรงบนสะพานเอ็ดมันด์ เพตตัส ในเมืองเซลมา ซึ่งนำไปสู่การตื่นตัวเรื่องสิทธิพลเมืองทั่วสหรัฐอเมริกา

ภายในพิพิธภัณฑ์มีอะไรที่น่าสนใจบ้าง?

มีนิทรรศการที่สำคัญ เช่น ห้องรอยเท้าสู่เสรีภาพที่แสดงรอยเท้าของนักกิจกรรม, ห้องสิทธิเลือกตั้งสตรี และห้องเซลมาที่จัดแสดงเสื้อผ้าและวัตถุพยานจากการต่อสู้ในอดีต