สะดือ โครงสร้าง รูปแบบ และความหมายทางการแพทย์
สรุปใจความสำคัญ
- สะดือ (Umbilicus) คือรอยแผลเป็นที่เกิดจากการหลุดของสายสะดือหลังการเกิด
- ตำแหน่งของสะดือมักจะอยู่ในระดับกระดูกสันหลังส่วนเอว L3 และ L4
- ผิวหนังรอบสะดือถูกเลี้ยงด้วยเส้นประสาท T10 dermatome
- สะดือสามารถแบ่งออกเป็นเป็น 2 ประเภทหลักคือ Outie (สะดือจูน) และ Innie (Innie)
สะดือ (clinically known as the umbilicus) หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า belly button หรือ tummy button คือบริเวณที่นูน own, แบน หรือบุ๋มลงไปบนหน้าท้อง ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อเดิมของสายสะดือที่เคยเชื่อมต่อกับทารกในครรภ์

โครงสร้างของสะดือ
ในทางกายวิภาคศาสตร์ สะดือถูกใช้เป็นจุดอ้างอิงเพื่อแบ่งหน้าท้องออกเป็นสี่ส่วน (quadrants) โดยตำแหน่งของสะดือมักจะมีความสม่ำเสมอในมนุษย์ โดยผิวหนังรอบเอวในระดับสะดือจะถูกเลี้ยงด้วยเส้นประสาทไขสันหลังส่วนอกที่ 10 (T10 dermatome) และโดยทั่วไปจะอยู่ในระดับแนวระนาบระหว่างกระดูกสันหลังส่วนเอว L3 และ L4 (transumbilical plane) แม้ว่าอาจมีความแตกต่างกันได้ระหว่าง L3 ถึง L5

ส่วนประกอบของสะดือในผู้ใหญ่
- Umbilical cord remnant: รอยแผลเป็นที่เกิดจากการหลุดของสายสะดือ ซึ่งมักจะนูนออกมาและอยู่ตรงกลางสะดือ
- Umbilical collar: วงแหวนพังผืดหนาที่ล้อมรอบส่วนที่เหลือของสายสะดือ
- Periumbilical skin: ผิวหนังรอบๆ สะดือ
- Urachus: เส้นใยพังผืดหนาที่อยู่ด้านหลังสะดือ ซึ่งเชื่อมต่อกับกระเพาะปัสสาวะ
รูปแบบของสะดือ
เนื่องจากสะดือเป็นรอยแผลเป็น รูปแบบของสะดือจึงมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวสำหรับแต่ละบุคคล โดยสามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ได้ดังนี้:
1. สะดือจูน (Outie)
คือสะดือที่ส่วนปลายของสายสะดือยื่นออกมาพ้นผิวหนังรอบสะดือ ซึ่งรวมถึงรูปแบบย่อยดังนี้:
- Swirly/Spiral: รูปแบบที่รอยแผลเป็นมีลักษณะเป็นเกลียวหรือก้นหอย (พบได้น้อย)
- Split: รอยแผลเป็นยื่นออกมาแต่มีรอยแยกตรงกลาง คล้ายกับเมล็ดกาแฟ
- Protrusion: รอยแผลเป็นของสายสะดือปรากฏชัดเจนทั้งหมด
- Circlet: รอยแผลเป็นยื่นออกมา แต่มีรอยบุ๋มลึกตรงกลาง คล้ายกับโดนัท

2. สะดือบุ๋ม (Innie)
คือสะดือที่ส่วนปลายของสายสะดือไม่ยื่นออกมาพ้นผิวหนังรอบสะดือ มีลักษณะเป็นหลุม ซึ่งแบ่งออกเป็นหลายรูปแบบ:
- Round: มีลักษณะเป็นวงกลมสมบูรณ์และไม่มีส่วนที่ยื่นมาปิด (hooding)
- Vertical: มีลักษณะเป็นหลุมยาวขนานกับเส้น Linea Alba
- Oval: มีลักษณะเป็นรูปไข่ ซึ่งอาจมีส่วนปิดด้านบน ด้านล่าง หรือไม่มีเลย
- T-shaped: รอยแผลเป็นมีลักษณะเป็นรูปตัว T และอาจมีส่วนปิดด้านบน
- Horizontal: รอยแผลเป็นมองเห็นได้น้อยที่สุด เนื่องจากถูกพับทับด้วยเส้น Tendinous Intersection


3. รูปแบบผิดปกติ (Distorted)
สะดือที่มีลักษณะไม่เข้าพวกกับหมวดหมู่ข้างต้น
คำถามที่พบบ่อย
สะดือจูน (Outie) กับสะดือบุ๋ม (Innie) เกิดจากอะไร?
รูปแบบของสะดือคือรอยแผลเป็น ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าสายสะดือหลุดออกอย่างไรและวิธีการสมานแผลของร่างกายแต่ละบุคคล ทำให้แต่ละคนมีลักษณะสะดือที่แตกต่างกัน
สะดือมีความสำคัญทางการแพทย์อย่างไร?
สะดือสะดือถูกใช้เป็นจุดอ้างอิงทางกายวิภาคเพื่อแบ่งหน้าท้องออกเป็น 4 ส่วน (quadrants) เพื่อช่วยในการวินิจฉัยโรคในช่องท้อง
Urachus คืออะไร?
Urachus คือเส้นใยพังผืดหนาที่เกิดจากสายสะดือที่หลุดออกไปแล้ว ซึ่งเชื่อมต่อจากสะดือลงไปถึงกระเพาะปัสสาวะ

