การประเมินความต้องการ กระบวนการวิเคราะห์ช่องว่างเพื่อการพัฒนา
สรุปใจความสำคัญ
- การประเมินความต้องการคือการวิเคราะห์ช่องว่างระหว่างสภาวะปัจจุบันและสภาวะที่พึงประสงค์
- Roger Kaufman เสนอว่าความต้องการที่แท้จริงต้องถูกระบุโดยแยกออกจากวิธีการแก้ไขปัญหา
- การประเมินความต้องการในการฝึกอบรมแบ่งเป็น 3 ระดับ คือ ระดับองค์กร ระดับงาน และระดับบุคคล
- ความต้องการแบ่งเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่ ความต้องการที่รับรู้ ความต้องการที่แสดงออก และความต้องการเชิงเปรียบเทียบ
การประเมินความต้องการ (Needs Assessment) คือกระบวนการที่เป็นระบบในการระบุและวิเคราะห์ "ช่องว่าง" (Gaps) ระหว่างสภาวะที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน (Current Conditions) กับสภาวะที่พึงประสงค์หรือเป้าหมายที่ต้องการให้เกิดขึ้น (Desired Conditions) การประเมินนี้เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ผู้บริหาร ผู้วางนโยบาย หรือนักพัฒนา สามารถตัดสินใจเลือกแนวทางแก้ไขปัญหาหรือพัฒนาโครงการได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นในระดับบุคคล การศึกษา การฝึกอบรม องค์กร หรือชุมชน
ประเภทของความต้องการในการประเมิน
ในการประเมินความต้องการ สามารถจำแนกประเภทของความต้องการออกเป็น 3 รูปแบบหลัก ดังนี้:
- ความต้องการที่รับรู้ (Perceived Needs): คือสิ่งที่บุคคลหรือกลุ่มคนเชื่อว่าตนเองต้องการ ซึ่งอาจมีความแตกต่างกันไปตามมุมมองและมาตรฐานของแต่ละบุคคล
- ความต้องการที่แสดงออก (Expressed Needs): คือความต้องการที่ถูกเปลี่ยนเป็นการกระทำ เช่น การขอความช่วยเหลือ หรือการเข้าใช้บริการ ซึ่งมีข้อจำกัดคือการประเมินนี้จะครอบคลุมเฉพาะผู้ที่กล้าหรือสามารถเข้าถึงบริการเท่านั้น
- ความต้องการเชิงเปรียบเทียบ (Relative Needs): คือการพิจารณาความต้องการโดยเน้นความเสมอภาค โดยเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างกลุ่มประชากรหรือสภาพปัญหาทางสังคม เพื่อให้เกิดการจัดสรรทรัพยากรอย่างเป็นธรรม
แนวคิดและโมเดลการประเมินความต้องการ
โมเดลของ Roger Kaufman
Roger Kaufman ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นบิดาแห่งการประเมินความต้องการ ได้นำเสนอโมเดลที่นิยามความต้องการว่าคือ "ช่องว่างของผลลัพธ์" (Gap in results) โดย Kaufman เน้นย้ำว่าการระบุความต้องการที่แท้จริงต้องทำแยกส่วนจากการคิดหาทางแก้ไข (Solution) ขั้นตอนที่ถูกต้องคือการกำหนดผลลัพธ์ปัจจุบันและผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ จากนั้นระยะห่างระหว่างสองจุดนี้คือ "ความต้องการที่แท้จริง" ซึ่งจะนำไปสู่การเลือกวิธีการแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมที่สุดในภายหลัง
โมเดลห่วงโซ่ความต้องการ (Needs Chain Model)
เป็นกรอบการทำงานที่ช่วยให้องค์กรสามารถพิจารณาความต้องการของปัจเจกบุคคลควบคู่ไปกับความต้องการขององค์กร เพื่อจัดลำดับความสำคัญของทรัพยากร โดยแบ่งออกเป็นสองมิติ:
- กระบวนการแนวนอน: ประกอบด้วย ความต้องการด้านผลการดำเนินงาน (Performance need), ความต้องการด้านเครื่องมือหรือปัจจัยสนับสนุน (Instrumental need), ความต้องการที่ตระหนักรู้ (Conscious need) และความต้องการที่ไม่ตระหนักรู้ (Unconscious need)
- ปัจจัยแนวตั้ง: ประกอบด้วย ความต้องการระดับองค์กร (Organizational need) เช่น ส่วนแบ่งการตลาด, ความต้องการระดับบุคคล (Individual needs) เช่น ความพึงพอใจในงาน, สาเหตุของปัญหา และระดับความเที่ยงตรงของข้อมูล (Objectivity) ซึ่งต้องอาศัยการวิเคราะห์เชิงลึก
การประเมินความต้องการในบริบทต่างๆ
การประเมินความต้องการในการฝึกอบรม (Training Needs Assessment)
เป็นการสำรวจเพื่อหาจุดที่ต้องพัฒนาทักษะภายในองค์กร โดยแบ่งการประเมินเป็น 3 ระดับ:
- ระดับองค์กร (Organizational Assessment): ประเมินผลการดำเนินงานในภาพรวมเพื่อระบุความรู้ ทักษะ และความสามารถ (KSAOs) ที่จำเป็นต่อองค์กร
- ระดับงาน (Occupational Assessment): วิเคราะห์ KSAOs ที่จำเป็นสำหรับกลุ่มอาชีพหรือตำแหน่งงานเฉพาะทาง
- ระดับบุคคล (Individual Assessment): วิเคราะห์สมรรถนะของพนักงานรายบุคคล เพื่อระบุว่าใครจำเป็นต้องได้รับการฝึกอบรมและควรอบรมในเรื่องใด
การประเมินความต้องการของชุมชน (Community Needs Assessment)
สามารถแบ่งออกเป็น 3 แนวทางหลักตามจุดเริ่มต้นของการประเมิน:
- การประเมินเพื่อค้นหาจุดอ่อนในชุมชนและสร้างแนวทางแก้ไข
- การประเมินที่มุ่งเน้นการจัดการปัญหาเฉพาะหน้าที่ชุมชนกำลังเผชิญ
- การประเมินองค์กรที่ให้บริการแก่ชุมชน (เช่น ศูนย์สุขภาพชุมชน) เพื่อปรับปรุงการให้บริการ
นอกจากนี้ยังมี การประเมินความเป็นผู้นำของผู้บริโภค (Consumer Leadership Assessment) ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ความถี่ในการใช้บริการ หรือแนวโน้มที่สมาชิกในชุมชนจะใช้บริการที่มีอยู่หรือที่กำลังจะจัดตั้งขึ้น
ระเบียบวิธีวิจัยในการประเมิน
ในการดำเนินการประเมินความต้องการ มักมีการใช้การวิจัยสองรูปแบบควบคู่กัน:
- การวิจัยเชิงกว้าง (Extensive Research): ใช้กลุ่มตัวอย่างจำนวนมากเพื่อระบุลักษณะทั่วไปและความต้องการของประชากรส่วนใหญ่
- การวิจัยเชิงลึก (Intensive Research): ศึกษาเฉพาะรายหรือกลุ่มเล็กๆ อย่างละเอียด เพื่อจัดลำดับความสำคัญของความต้องการ วิเคราะห์ความลึกของปัญหา และประเมินทรัพยากรที่จำเป็นต้องใช้
คำถามที่พบบ่อย
การประเมินความต้องการ (Needs Assessment) แตกต่างจากการหาทางแก้ไขปัญหาอย่างไร?
การประเมินความต้องการมุ่งเน้นที่การระบุ 'ช่องว่าง' หรือสิ่งที่ขาดหายไประหว่างปัจจุบันกับเป้าหมาย โดยไม่นำทางแก้ไขมาปนในขั้นตอนการวิเคราะห์ เพื่อให้มั่นใจว่าปัญหาที่พบคือปัญหาที่แท้จริง ไม่ใช่การคิดเอาเองว่าต้องการเครื่องมือชิ้นใดชิ้นหนึ่ง
KSAOs ในการประเมินการฝึกอบรมหมายถึงอะไร?
KSAOs ย่อมาจาก Knowledge (ความรู้), Skills (ทักษะ), Abilities (ความสามารถ) และ Other characteristics (คุณลักษณะอื่นๆ) ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่ใช้ประเมินว่าพนักงานหรือองค์กรขาดสิ่งใดเพื่อที่จะปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ความต้องการที่แสดงออก (Expressed Needs) มีจุดอ่อนอย่างไร?
จุดอ่อนสำคัญคือการตั้งสมมติฐานว่าทุกคนที่มีความต้องการจะแสวงหาความช่วยเหลือหรือแสดงออกเสมอ ซึ่งในความเป็นจริงมีคนจำนวนมากที่มีความต้องการแต่ไม่สามารถหรือไม่กล้าเข้าถึงบริการได้
