← กลับไปยังบทความทั้งหมด

พืชที่ถูกละเลยและใช้ประโยชน์น้อย

สรุปใจความสำคัญ

  • พืชอาหารหลักของโลกเพียง 30 ชนิด ตอบสนองความต้องการอาหารของมนุษย์ถึง 95%
  • พืชที่ถูกละเลย (NUCs) มักมีความทนทานต่อสภาพภูมิอากาศรุนแรงและดินเลวได้ดีกว่าพืชเศรษฐกิจกระแสหลัก
  • การเปลี่ยนสถานะพืชท้องถิ่นเป็นพืชเศรษฐกิจระดับโลกอาจทำให้ราคาพุ่งสูงจนชุมชนดั้งเดิมไม่สามารถเข้าถึงอาหารได้

พืชที่ถูกละเลยและใช้ประโยชน์น้อย (Neglected and Underutilized Crops หรือ NUCs) คือพืชสายพันธุ์ที่ผ่านการนำมาปลูกใช้ประโยชน์โดยมนุษย์ (Domesticated plant species) ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นอาหาร ยารักษาโรค สินค้าแลกเปลี่ยน หรือใช้ในพิธีกรรมทางวัฒนธรรมภายในชุมชนท้องถิ่น แต่ไม่ได้ถูกนำมาพัฒนาให้เป็นสินค้าในเชิงพาณิชย์อย่างกว้างขวาง หรือไม่ได้รับการศึกษาอย่างเป็นระบบในฐานะส่วนหนึ่งของเกษตรกรรมกระแสหลัก

พืชเหล่านี้มักมีปริมาณการผลิตที่ลดลง และถูกมองว่า "ใช้ประโยชน์น้อย" ในเชิงการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ทั้งที่มีศักยภาพในการสร้างองค์ความรู้ด้านโภชนาการ ความมั่นคงทางอาหาร การต้านทานโรคและศัตรูพืช รวมถึงความยั่งยืนของระบบนิเวศ ในแวดวงวิชาการอาจใช้คำเรียกพืชกลุ่มนี้ด้วยคำอื่น เช่น พืชรอง (Minor crops), พืชกำพร้า (Orphan crops), พืชท้องถิ่น (Local crops) หรือพืชทางเลือก (Alternative crops)

ตัวอย่างพืชท้องถิ่นที่ถูกละเลย
พืชท้องถิ่นบางชนิดมีศักยภาพสูงในการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมที่เลวร้าย

สถานการณ์ความหลากหลายของพืชอาหารโลก

ในปัจจุบัน โลกพึ่งพาพืชเพียงไม่กี่ชนิดเพื่อการบริโภค โดยข้าวโพด ข้าวสาลี และข้าว ให้พลังงานและโปรตีนรวมกันถึงประมาณ 50% ของการบริโภคทั่วโลก และความต้องการอาหารของมนุษย์กว่า 95% ถูกตอบสนองด้วยพืชเพียง 30 ชนิดเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม จากการรวบรวมข้อมูลพบว่ามีพืชที่กินได้มากถึง 7,039 ชนิด และคาดว่าจำนวนนี้จะเพิ่มขึ้นเมื่อมีการสำรวจพืชในเขตร้อน เช่น ในทวีปอเมริกาและนิวกินี อย่างไรก็ตาม มีพืชเพียง 5.9% เท่านั้นที่ถูกจัดว่าเป็น "พืชอาหารหลัก" (Major food crops) ขณะที่พืชอีกกว่า 6,100 ชนิดเคยผ่านการเพาะปลูกมาแล้วแต่กลับถูกลดบทบาทลงในยุคปัจจุบัน

สาเหตุของการลดการใช้ประโยชน์

การลดลงของการปลูกและบริโภคพืชเหล่านี้เกิดจากหลายปัจจัย ได้แก่:

  • ข้อจำกัดด้านการจัดหาและการบริโภค
  • อายุการเก็บรักษาที่สั้น
  • คุณค่าทางโภชนาการที่ไม่เป็นที่ยอมรับหรือไม่มีการประชาสัมพันธ์
  • การขาดความตระหนักของผู้บริโภค
  • ทัศนคติที่มองว่าเป็น "อาหารคนจน" หรืออาหารที่กินเฉพาะในช่วงข้าวยากหมากแพง ซึ่งเป็นผลส่วนหนึ่งจากการปรับเปลี่ยนสู่เกษตรกรรมสมัยใหม่

การละเลยนี้ส่งผลให้เกิดการสูญเสียความหลากหลายทางพันธุกรรม (Genetic erosion) จนพืชบางชนิดถูกมองว่าเป็น "พืชที่สาบสูญ" (Lost crops)

การเปลี่ยนสถานะจากพืชท้องถิ่นสู่พืชเศรษฐกิจ

เมื่อความต้องการคุณลักษณะของพืชเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นการค้นพบคุณค่าทางโภชนาการใหม่ๆ รสชาติ หรือความสามารถในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พืชที่เคยถูกละเลยบางชนิดสามารถก้าวขึ้นมาเป็นพืชที่มีความสำคัญระดับโลกได้ ตัวอย่างเช่น ปาล์มน้ำมัน ถั่วเหลือง และกีวี่ ซึ่งในอดีตเคยเป็นพืชที่ถูกละเลยแต่ได้รับการพัฒนาการผลิตขนาดใหญ่จนกลายเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญ

นอกจากศักยภาพเชิงพาณิชย์แล้ว พืชที่ใช้ประโยชน์น้อยหลายชนิด เช่น ข้าวฟ่าง (Sorghum) ยังมีบทบาทสำคัญในการรักษาสิ่งแวดล้อม เนื่องจากมีความสามารถในการปรับตัวเข้ากับดินที่เสื่อมโทรมและสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงได้ดี

ตัวอย่างพืชตระกูลถั่วท้องถิ่น
พืชท้องถิ่นมักมีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมเฉพาะถิ่นสูง

ลักษณะสำคัญของพืชที่ถูกละเลยและใช้ประโยชน์น้อย

แม้จะไม่มีข้อตกลงร่วมกันในระดับสากลเกี่ยวกับคำนิยามที่ชัดเจน แต่พืชกลุ่มนี้มักมีลักษณะร่วมกันดังนี้:

  • มีความผูกพันกับมรดกทางวัฒนธรรมของพื้นที่กำเนิด
  • เป็นพืชท้องถิ่นที่มีข้อมูลด้านชีววิทยา การเพาะปลูก และการใช้ประโยชน์น้อย
  • ปรับตัวได้ดีในพื้นที่เฉพาะทางนิเวศวิทยาหรือพื้นที่ดินเลว (Marginal land)
  • ขาดระบบการจัดหาเมล็ดพันธุ์อย่างเป็นทางการ
  • ใช้ประโยชน์ในรูปแบบดั้งเดิมในพื้นที่จำกัด
  • ปลูกในระบบเกษตรกรรมดั้งเดิมที่ใช้ปัจจัยการผลิตภายนอกน้อยมาก
  • ไม่ได้รับความสนใจจากงานวิจัย บริการส่งเสริมการเกษตร หรือผู้กำหนดนโยบาย
  • มักมีคุณค่าทางโภชนาการสูงหรือมีสรรพคุณทางยา

ผลกระทบจากการส่งเสริมสู่ระดับสากล

การนำพืชที่เคยถูกละเลยมาส่งเสริมให้เป็นที่รู้จักในระดับโลกอาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อชุมชนดั้งเดิมได้ ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ คินัว (Quinoa) เมื่อกลายเป็นที่ต้องการในตลาดโลก ราคาของคินัวในอเมริกาใต้ได้พุ่งสูงขึ้นถึง 600% ส่งผลให้ชุมชนท้องถิ่นที่ใช้คินัวเป็นอาหารหลักไม่สามารถเข้าถึงอาหารของตนเองได้เนื่องจากราคาสูงเกินไป

คำถามที่พบบ่อย

พืชที่ถูกละเลยและใช้ประโยชน์น้อย (NUCs) คืออะไร?

คือพืชสายพันธุ์ที่มนุษย์นำมาปลูกใช้ประโยชน์ในระดับท้องถิ่น เช่น เป็นอาหารหรือยา แต่ไม่ได้รับการส่งเสริมให้เป็นพืชเศรษฐกิจกระแสหลักและขาดการศึกษาทางวิทยาศาสตร์อย่างเป็นระบบ

ทำไมพืชเหล่านี้ถึงมีความสำคัญต่อความมั่นคงทางอาหาร?

เพราะพืชกลุ่มนี้มักปรับตัวได้ดีในสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายและมีคุณค่าทางโภชนาการสูง ซึ่งสามารถเป็นแหล่งอาหารสำรองที่สำคัญในช่วงวิกฤตอาหารหรือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

อะไรคือสาเหตุหลักที่ทำให้พืชท้องถิ่นถูกละเลย?

สาเหตุหลักเกิดจากการปรับเปลี่ยนสู่เกษตรกรรมสมัยใหม่ที่เน้นพืชไม่กี่ชนิดที่ให้ผลผลิตสูง การขาดความตระหนักในคุณค่าทางโภชนาการ และทัศนคติที่มองว่าเป็นอาหารของคนยากจน

การส่งเสริมพืชท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จักทั่วโลกมีข้อเสียอย่างไร?

อาจทำให้เกิดการเก็งกำไรและราคาพุ่งสูงขึ้น จนทำให้คนในชุมชนท้องถิ่นที่พึ่งพาพืชชนิดนั้นเป็นอาหารหลักไม่สามารถซื้อหามาบริโภคได้เหมือนเดิม