รายชื่อหนังสือขายดีของนิวยอร์กไทมส์
สรุปใจความสำคัญ
- เริ่มตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ค.ศ. 1931
- ใช้วิธีการจัดอันดับที่เป็นความลับทางการค้าและถือเป็น 'ผลิตภัณฑ์ทางบรรณาธิการ' ไม่ใช่ค่าทางสถิติบริสุทธิ์
- มีการใช้เครื่องหมายกริช (†) เพื่อระบุหนังสือที่มียอดสั่งซื้อจำนวนมากผิดปกติ (Bulk purchases)
- ครอบคลุมทั้งหนังสือเรื่องแต่ง สารคดี หนังสือเด็ก และหนังสืออิเล็กทรอนิกส์
รายชื่อหนังสือขายดีของนิวยอร์กไทมส์ (The New York Times Best Seller list) ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นรายชื่อหนังสือที่ขายดีที่สุดในสหรัฐอเมริกาที่มีอิทธิพลสูงสุด โดยทาง New York Times Book Review ได้เริ่มตีพิมพ์รายชื่อนี้เป็นประจำทุกสัปดาห์ตั้งแต่วันที่ 12 ตุลาคม ค.ศ. 1931 ในศตวรรษที่ 21 รายชื่อนี้ได้วิวัฒนาการออกเป็นหลายหมวดหมู่ตามประเภทของหนังสือและรูปแบบการพิมพ์ เช่น หนังสือประเภทเรื่องแต่ง (Fiction) และสารคดี (Nonfiction) รวมถึงแบ่งตามรูปแบบปกแข็ง (Hardcover), ปกอ่อน (Paperback) และหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-books)
วิธีการจัดอันดับและข้อโต้แย้ง
การจัดอันดับหนังสือขายดีของนิวยอร์กไทมส์ใช้ระเบียบวิธีที่เป็นความลับทางการค้า (Proprietary method) ซึ่งรวบรวมข้อมูลจากยอดขาย ข้อมูลสนับสนุนอื่นๆ และแนวทางปฏิบัติภายในที่ไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะ ในปี ค.ศ. 1983 ระหว่างการดำเนินคดีทางกฎหมาย นิวยอร์กไทมส์ได้โต้แย้งในศาลว่า รายชื่อนี้ไม่ใช่ผลลัพธ์ทางคณิตศาสตร์ที่เที่ยงตรงตามหลักสถิติ แต่เป็น "ผลิตภัณฑ์ทางบรรณาธิการ" (Editorial product) ซึ่งคำโต้แย้งนี้ได้รับการยอมรับจากศาลในเวลาต่อมา
รายชื่อนี้มักเป็นประเด็นถกเถียงในวงการหนังสือ โดยเฉพาะเมื่อทางหนังสือพิมพ์สงสัยว่าหนังสือเล่มใดเล่มหนึ่งขึ้นสู่รายชื่อขายดีด้วยวิธีการที่ไม่ปกติ เช่น การกว้านซื้อหนังสือจำนวนมาก (Bulk purchases) เพื่อปั่นยอดขาย ในกรณีเช่นนี้ ทางนิวยอร์กไทมส์จะทำเครื่องหมายรูปกริช (†) กำกับไว้ท้ายชื่อหนังสือเล่มนั้นเพื่อแจ้งให้ผู้อ่านทราบ
ประวัติความเป็นมา
แม้ว่ารายชื่อหนังสือขายดีฉบับแรกในอเมริกาจะถูกตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1895 โดยวารสาร The Bookman แต่ทางนิวยอร์กไทมส์เริ่มตีพิมพ์รายชื่อของตนเองในวันที่ 12 ตุลาคม ค.ศ. 1931 โดยในช่วงแรกมีเพียง 5 รายชื่อหนังสือเรื่องแต่ง และ 4 รายชื่อหนังสือสารคดี ซึ่งครอบคลุมเฉพาะยอดขายในนครนิวยอร์กเท่านั้น
ต่อมาในเดือนถัดมา รายชื่อได้ขยายครอบคลุม 8 เมือง และเพิ่มเป็น 14 เมืองในช่วงต้นทศวรรษ 1940 จนกระทั่งวันที่ 9 เมษายน ค.ศ. 1942 จึงได้มีการสร้าง "รายชื่อระดับชาติ" (National list) ขึ้นในส่วนของ Sunday New York Times Book Review โดยจัดอันดับตามจำนวนครั้งที่หนังสือปรากฏในรายชื่อของแต่ละเมือง หลังจากนั้นรายชื่อแยกตามเมืองจึงถูกยกเลิก และเปลี่ยนมาใช้การจัดอันดับระดับชาติที่รวบรวมข้อมูลจากรายงานของร้านหนังสือชั้นนำใน 22 เมืองแทน
ในช่วงทศวรรษ 1950 รายชื่อของนิวยอร์กไทมส์กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ผู้เชี่ยวชาญในวงการหนังสือใช้ติดตามควบคู่ไปกับรายชื่อของ Publishers Weekly และในช่วงทศวรรษ 1960-1970 การเติบโตของร้านหนังสือเครือข่ายขนาดใหญ่ เช่น B. Dalton, Crown Books และ Waldenbooks ซึ่งเน้นการขายหนังสือขายดีที่มีกลุ่มเป้าหมายกว้าง ยิ่งส่งผลให้สถานะ "หนังสือขายดีของนิวยอร์กไทมส์" กลายเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่ทรงพลังสำหรับทั้งผู้อ่านและผู้ขายหนังสือ
โครงสร้างและการรวบรวมข้อมูล
การรวบรวมข้อมูลรายชื่อหนังสือขายดีไม่ได้ดำเนินการโดยแผนก New York Times Book Review แต่ดำเนินการโดยแผนก "News Surveys" ซึ่งใช้รายงานยอดขายรายสัปดาห์จากกลุ่มตัวอย่างของร้านหนังสืออิสระ ร้านหนังสือเครือข่าย และผู้ค้าส่งทั่วสหรัฐอเมริกา ข้อมูลที่นำมาใช้มุ่งเน้นที่ยอดขายปลีกเพื่อให้สะท้อนถึงพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภครายบุคคลมากกว่ายอดขายส่ง
วิธีการประมวลผลข้อมูลถูกเก็บเป็นความลับเพื่อป้องกันการทุจริตหรือการพยายามแทรกแซงระบบ โดยมีการปรับน้ำหนักข้อมูลเพื่อให้ความสำคัญกับร้านหนังสืออิสระ ซึ่งมักจะมีจำนวนตัวอย่างน้อยกว่าในระบบการสำรวจ
การแบ่งหมวดหมู่ย่อย
เพื่อให้สะท้อนความหลากหลายของตลาดหนังสือ รายชื่อจึงถูกแบ่งย่อยออกเป็นหลายส่วน ดังนี้:
- คำแนะนำและเบ็ดเตล็ด (Advice, How-To, and Miscellaneous): เริ่มใช้เมื่อ 1 มกราคม ค.ศ. 1984 เพื่อป้องกันไม่ให้หนังสือประเภทแนะนำการใช้ชีวิตเข้ามาเบียดบังพื้นที่ในรายชื่อสารคดีทั่วไป
- หนังสือเด็ก (Children's Best Sellers): เริ่มใช้ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2000 หลังจากที่ชุดหนังสือ Harry Potter ครองอันดับต้นๆ ของรายชื่อเรื่องแต่งเป็นเวลานาน
- หนังสือปกอ่อน (Paperback Fiction): ในเดือนกันยายน ค.ศ. 2007 ได้แบ่งออกเป็น "Trade" และ "Mass-market" เพื่อเพิ่มการมองเห็นให้กับหนังสือปกอ่อนคุณภาพสูง (Trade paperbacks)
- หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-books): เริ่มติดตามยอดขายตั้งแต่ต้นปี ค.ศ. 2011 โดยร่วมมือกับบริษัท RoyaltyShare ในการรวบรวมข้อมูล
คำถามที่พบบ่อย
รายชื่อหนังสือขายดีของนิวยอร์กไทมส์ใช้เกณฑ์อะไรในการจัดอันดับ?
ใช้วิธีการที่เป็นความลับทางการค้า โดยรวบรวมยอดขายรายสัปดาห์จากร้านหนังสืออิสระ ร้านหนังสือเครือข่าย และผู้ค้าส่งทั่วสหรัฐอเมริกา และมีการปรับน้ำหนักข้อมูลเพื่อให้ความสำคัญกับร้านหนังสืออิสระ
เครื่องหมายกริช (†) ในรายชื่อหมายถึงอะไร?
หมายถึงหนังสือเล่มนั้นมียอดสั่งซื้อจำนวนมากผิดปกติ (Bulk orders) ซึ่งทางนิวยอร์กไทมส์สงสัยว่าอาจเป็นการจงใจปั่นยอดขายเพื่อให้ติดอันดับ
ทำไมถึงต้องมีรายชื่อแยกสำหรับหนังสือเด็ก?
มีการสร้างรายชื่อหนังสือเด็กขึ้นในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2000 เนื่องจากหนังสือชุด Harry Potter ครองอันดับในรายชื่อเรื่องแต่งทั่วไปเป็นเวลานานเกินไป จนส่งผลกระทบต่อความหลากหลายของรายชื่อ
หนังสือคลาสสิกสามารถติดอันดับในรายชื่อนี้ได้หรือไม่?
โดยทั่วไปแล้ว นิวยอร์กไทมส์จะไม่ติดตามยอดขายของวรรณกรรมคลาสสิก ดังนั้นหนังสือแปลชุดใหม่ของวรรณกรรมคลาสสิกมักจะไม่ปรากฏในรายชื่อนี้