การเลือกตั้งทั่วไปของนิวซีแลนด์ ค.ศ. 1911 จุดเปลี่ยนทางการเมือง
สรุปใจความสำคัญ
- พรรคลิเบอรัลสูญเสียที่นั่งในรัฐสภาลดลงเหลือ 33 ที่นั่ง จากเดิม 50 ที่นั่ง
- พรรคปฏิรูปกลายเป็นพรรคที่มีที่นั่งมากที่สุดด้วยจำนวน 37 ที่นั่ง
- ระบบการลงคะแนนรอบที่สอง (Second Ballot) ถูกนำมาใช้ใน 30 เขตเลือกตั้ง
- มีการจัดลงประชามติเรื่องการห้ามดื่มสุราเป็นครั้งแรกในรูปแบบรายสามปี
การเลือกตั้งทั่วไปของนิวซีแลนด์ในปี ค.ศ. 1911 เป็นเหตุการณ์สำคัญทางการเมืองที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอำนาจในรัฐสภา โดยมีการจัดเลือกตั้งในวันที่ 7 และ 14 ธันวาคม สำหรับเขตเลือกตั้งทั่วไป และวันที่ 19 ธันวาคม สำหรับเขตเลือกตั้งชาวเมารี เพื่อเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (MP) ทั้งหมด 80 ท่าน เพื่อเข้าสู่การประชุมสภาครั้งที่ 18 ของรัฐสภานิวซีแลนด์

ผลลัพธ์และการเปลี่ยนแปลงอำนาจ
ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ทำให้พรรคลิเบอรัล (Liberal Party) ซึ่งเคยครองเสียงข้างมากในรัฐสภา (50 จาก 80 ที่นั่ง) ต้องสูญเสียที่นั่งไปถึง 17 ที่นั่ง และสูญเสียสถานะเสียงข้างมาก โดยเหลือเพียง 33 ที่นั่งเท่านั้น ในขณะที่พรรคปฏิรูป (Reform Party) สามารถกวาดที่นั่งได้เพิ่มขึ้น 9 ที่นั่ง จนกลายเป็นพรรคที่มีที่นั่งมากที่สุดด้วยจำนวน 37 ที่นั่ง
แม้ว่านายกรัฐมนตรี โจเซฟ วอร์ด (Joseph Ward) จะสามารถรักษาตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไว้ได้ในเบื้องต้น แต่ในปี ค.ศ. 1912 พรรคปฏิรูปนำโดย วิลเลียม แมสซีย์ (William Massey) ได้จัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ขึ้นมาแทนที่
การต่อสู้เพื่อรักษาอำนาจ
โจเซฟ วอร์ด พยายามรักษาอำนาจโดยการขอการสนับสนุนจากสมาชิกอิสระและสมาชิกพรรคแรงงาน อย่างไรก็ตาม หลังจากผ่านการลงมติไม่ไว้วางใจในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งผลการลงคะแนนออกมาเสมอที่ 39 ต่อ 39 และประธานสภาเป็นผู้ลงคะแนนตัดสินให้รัฐบาลวอร์ดคงอยู่ต่อได้นั้น วอร์ดได้ลาออกตามสัญญาที่ให้ไว้ในวันที่ 28 มีนาคม ค.ศ. 1912 โดยมี โธมัส แมคเคนซี (Thomas Mackenzie) เข้ามาสืบทอดตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่รัฐบาลแมคเคนซีอยู่ได้เพียงสองเดือน และถูกล้มด้วยมติไม่ไว้วางใจในวันที่ 5 กรกฎาคม ค.ศ. 1912 ด้วยคะแนน 41 ต่อ 33
ระบบการลงคะแนนรอบที่สอง (Second Ballot Act 1908)
ในการเลือกตั้งครั้งนี้มีการใช้ พระราชบัญญัติการลงคะแนนรอบที่สอง ค.ศ. 1908 ซึ่งกำหนดให้มีการลงคะแนนรอบที่สอง (Runoff) ระหว่างผู้สมัครสองคนแรกที่มีคะแนนสูงสุด หากผู้ชนะในรอบแรกไม่ได้รับคะแนนเสียงส่วนใหญ่เด็ดขาด (Absolute Majority)
- การลงคะแนนรอบที่สองจัดขึ้น 7 วันหลังจากรอบแรก (ยกเว้นในบางเขตชนบทขนาดใหญ่)
- ในการเลือกตั้งปี 1911 มีการลงคะแนนรอบที่สองทั้งหมด 30 เขต
- ระบบนี้ถูกใช้เพียงในปี 1908 และ 1911 ก่อนจะถูกยกเลิกในปี 1913
- ระบบนี้ไม่ครอบคลุมถึงเขตเลือกตั้งชาวเมารี
การลงประชามติเรื่องการห้ามดื่มสุรา
ปี ค.ศ. 1911 เป็นปีแรกที่มีการจัดลงประชามติระดับชาติทุกสามปีเกี่ยวกับการห้ามดื่มสุรา (Prohibition of alcohol) ซึ่งต่อมากลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่จัดควบคู่ไปกับการเลือกตั้งทั่วไปเกือบทุกครั้งจนกระทั่งถูกยกเลิกในปี ค.ศ. 1989
การเปลี่ยนแปลงเขตเลือกตั้ง
มีการปรับเปลี่ยนเขตเลือกตั้งใหม่ ซึ่งส่งผลให้มีการยกเลิกเขตเลือกตั้งเดิม 4 แห่ง ได้แก่ Geraldine, Manawatu, Taieri, Tuapeka และ Wellington Suburbs ในขณะที่มีการจัดตั้งเขตเลือกตั้งใหม่ 4 แห่ง ได้แก่ Otago Central, Raglan, Temuka, Waimarino และ Wellington Suburbs and Country
คำถามที่พบบ่อย
ใครคือนายกรัฐมนตรีของนิวซีแลนด์ในช่วงการเลือกตั้งปี 1911?
โจเซฟ วอร์ด (Joseph Ward) เป็นนายกรัฐมนตรีจากพรรคลิเบอรัลในขณะนั้น
ระบบการลงคะแนนรอบที่สอง (Second Ballot) คืออะไร?
คือระบบที่กำหนดให้มีการลงคะแนนรอบที่สองระหว่างผู้สมัครสองคนแรกที่มีคะแนนสูงสุด หากไม่มีใครได้รับคะแนนเสียงส่วนใหญ่เด็ดขาดในรอบแรก
ผลการเลือกตั้งปี 1911 ส่งผลอย่างไรต่อรัฐบาล?
answer: ผลการเลือกตั้งทำให้พรรคลิเบอรัลสูญเสียเสียงข้างมาก และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงรัฐบาลเป็นพรรคปฏิรูปภายใต้การนำของ วิลเลียม แมสซีย์ ในปี 1912