การดราฟต์ผู้เล่นเข้าสู่ลีก NHL
สรุปใจความสำคัญ
- เริ่มจัดครั้งแรกในปี 1963 และเปลี่ยนชื่อจาก NHL amateur draft เป็น NHL entry draft ในปี 1979
- ผู้เล่นอเมริกาเหนือที่มีสิทธิ์ดราฟต์ต้องมีอายุ 18-20 ปี ส่วนผู้เล่นยุโรป/นานาชาติมีอายุ 18-21 ปี
- ระบบ Draft Lottery ถูกนำมาใช้ในปี 1995 เพื่อลดการจงใจทำผลงานให้แย่ของทีมต่างๆ
- ตั้งแต่ปี 2022 มีการจำกัดการเลื่อนลำดับของผู้ชนะลอตเตอรี่ไม่ให้เกิน 10 อันดับ
การดราฟต์ผู้เล่นเข้าสู่ลีก NHL (ภาษาฝรั่งเศส: Repêchage d'entrée dans la LNH) คือกิจกรรมประจำปีที่สโมสรทุกทีมใน National Hockey League (NHL) ดำเนินการคัดเลือกสิทธิ์ในตัวผู้เล่นฮอกกี้น้ำแข็งที่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติ เพื่อนำเข้าสู่ทีมอย่างเป็นระบบ โดยปกติจะจัดขึ้นภายในสองถึงสามเดือนหลังจากสิ้นสุดฤดูกาลปกติ
ผู้เล่นที่มีสิทธิ์ถูกดราฟต์จะแบ่งตามเกณฑ์อายุและภูมิภาค ดังนี้:
- ผู้เล่นในอเมริกาเหนือ: อายุระหว่าง 18 ถึง 20 ปี
- ผู้เล่นในยุโรปและนานาชาติ: อายุระหว่าง 18 ถึง 21 ปี
- ผู้เล่นที่ไม่เข้าเกณฑ์เหล่านี้จะเข้าสู่ลีกในฐานะผู้เล่นอิสระ (Unrestricted Free Agents)
ในระหว่างการดราฟต์ แต่ละทีมจะสลับกันเลือกผู้เล่นสมัครเล่นจากลีกเยาวชนหรือลีกมหาวิทยาลัย รวมถึงผู้เล่นอาชีพจากลีกในยุโรป

ประวัติความเป็นมา
การดราฟต์ครั้งแรกจัดขึ้นในปี 1963 และดำเนินต่อเนื่องมาทุกปี โดยในช่วงแรกจนถึงปี 1979 กิจกรรมนี้ถูกเรียกว่า "การดราฟต์ผู้เล่นสมัครเล่น NHL" (NHL amateur draft) ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น "การดราฟต์ผู้เล่นเข้าสู่ลีก NHL" (NHL entry draft) ในปี 1979 เพื่อรองรับการดราฟต์ผู้เล่นที่เคยผ่านประสบการณ์ระดับอาชีพมาแล้ว โดยเฉพาะการรับผู้เล่นจาก World Hockey Association (WHA) ที่ยุติบทบาทลง
ในด้านรูปแบบการจัดงาน การดราฟต์เคยเป็นกิจกรรมปิดที่จัดในโรงแรมหรือสำนักงานของลีกในเมืองมอนทรีออล จนกระทั่งปี 1980 จึงได้เปลี่ยนเป็นกิจกรรมสาธารณะ และเริ่มมีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ในปี 1984 โดยสถานี Canadian Broadcasting Corporation (CBC) สำหรับผู้ชมในแคนาดา และเริ่มมีการจัดงานในสหรัฐอเมริกาครั้งแรกในปี 1987 ที่เมืองดีทรอยต์ รัฐมิชิแกน
ระบบการจัดลำดับการเลือก (Draft Order)
ลำดับการเลือกผู้เล่นมีการเปลี่ยนแปลงตามวิวัฒนาการของลีกเพื่อสร้างความสมดุลในการแข่งขัน ดังนี้:
ยุคเริ่มต้นจนถึงปี 1994
ลำดับการเลือกถูกกำหนดโดยตารางคะแนนเมื่อสิ้นสุดฤดูกาลปกติ โดยทีมที่มีผลงานแย่ที่สุดจะได้สิทธิ์เลือกเป็นทีมแรก
การนำระบบลอตเตอรี่มาใช้ (1995–ปัจจุบัน)
ในปี 1995 NHL ได้นำระบบ Draft Lottery มาใช้สำหรับทีมที่ไม่ได้เข้าสู่รอบเพลย์ออฟ เพื่อป้องกันไม่ให้ทีมจงใจทำผลงานให้แย่ (Tanking) เพื่อให้ได้สิทธิ์เลือกอันดับหนึ่ง
- ช่วงปี 1995–2012: ผู้ชนะลอตเตอรี่สามารถเลื่อนลำดับขึ้นมาได้สูงสุด 4 อันดับ ทำให้มีเพียง 5 ทีมที่แย่ที่สุดเท่านั้นที่มีโอกาสเลือกเป็นอันดับหนึ่ง
- ช่วงปี 2013–2015: ยกเลิกข้อจำกัดการเลื่อนลำดับ ผู้ชนะลอตเตอรี่จะได้รับสิทธิ์เลือกอันดับหนึ่งทันที
- ช่วงปี 2015–2020: มีการสุ่มผู้ชนะลอตเตอรี่ 3 รายสำหรับ 3 อันดับแรก โดยทีมที่อยู่เหนือผู้ชนะจะเลื่อนลงได้ไม่เกิน 3 อันดับ
- ช่วงปี 2021: เปลี่ยนเป็นสุ่มผู้ชนะ 2 รายสำหรับ 2 อันดับแรก โดยทีมที่อยู่เหนือผู้ชนะจะเลื่อนลงได้ไม่เกิน 2 อันดับ
กฎเกณฑ์ปัจจุบัน (ตั้งแต่ปี 2022)
ตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นมา ผู้ชนะลอตเตอรี่ทั้งสองรายถูกจำกัดให้เลื่อนลำดับขึ้นมาได้ไม่เกิน 10 อันดับ ซึ่งหมายความว่าเฉพาะ 11 ทีมที่มีคะแนนต่ำสุดของฤดูกาลเท่านั้นที่มีสิทธิ์ลุ้นเลือกเป็นอันดับหนึ่ง หากทีมที่อยู่นอกกลุ่ม 11 ทีมนี้ชนะลอตเตอรี่ พวกเขาจะเลื่อนขึ้นมาได้เพียง 10 อันดับ และสิทธิ์การเลือกอันดับหนึ่งจะตกเป็นของทีมที่มีผลงานต่ำที่สุดในฤดูกาลนั้น
คำถามที่พบบ่อย
การดราฟต์ NHL คืออะไร?
คือการคัดเลือกผู้เล่นดาวรุ่งจากลีกเยาวชน มหาวิทยาลัย หรือลีกอาชีพในยุโรป เข้าสู่ทีมในลีก National Hockey League (NHL) ประจำปี
ใครมีสิทธิ์ถูกดราฟต์เข้าสู่ NHL?
ผู้เล่นอเมริกาเหนืออายุ 18-20 ปี และผู้เล่นยุโรปหรือนานาชาติอายุ 18-21 ปี ส่วนผู้เล่นที่อายุเกินเกณฑ์จะเข้าสู่ลีกในฐานะผู้เล่นอิสระ
ระบบ Draft Lottery ทำงานอย่างไร?
เป็นระบบสุ่มลำดับการเลือกสำหรับทีมที่ไม่ได้เข้าเพลย์ออฟ เพื่อให้ทีมที่มีคะแนนน้อยที่สุดมีโอกาสสูงขึ้นในการเลือกผู้เล่นอันดับหนึ่ง แต่มีการจำกัดจำนวนอันดับที่สามารถเลื่อนขึ้นได้ตามกฎที่เปลี่ยนแปลงในแต่ละยุค
ทำไมถึงมีการเปลี่ยนชื่อจาก Amateur Draft เป็น Entry Draft?
เพื่อให้สามารถดราฟต์ผู้เล่นที่เคยเล่นในระดับอาชีพมาแล้วได้ โดยเฉพาะในช่วงที่มีการควบรวมผู้เล่นจากลีก WHA ในปี 1979


