ประวัติพิพิธภัณฑ์น้ำตกไนแอกรา (Niagara Falls Museum) ในแคนาดา
สรุปใจความสำคัญ
- ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1827 โดย Thomas Barnett และเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่เก่าแก่ที่สุดในแคนาดา
- เคยเป็นที่เก็บรักษามัมมี่ของฟาโรห์รามเสสที่ 1 เป็นเวลา 140 ปี ก่อนจะถูกส่งคืนให้อียิปต์ในปี 2003
- ปิดตัวลงในปี ค.ศ. 1998 หลังจากเปิดให้บริการมานานกว่า 170 ปี
- คอลเลกชันประกอบด้วยสิ่งสะสมหลากหลาย เช่น สัตว์สตัฟฟ์, โบราณวัตถุอียิปต์, และซากฟอสซิลมาสโตดอน
พิพิธภัณฑ์น้ำตกไนแอกรา ตั้งอยู่ในเมืองไนแอกราฟอลส์ รัฐออนแทรีโอ ประเทศแคนาดา ก่อตั้งโดย Thomas Barnett ในปี ค.ศ. 1827 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่เก่าแก่ที่สุดในแคนาดา พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานและเต็มไปด้วยความหลากหลายของสิ่งสะสม ซึ่งมีตั้งแต่สัตว์สตัฟฟ์และโบราณวัตถุจากอียิปต์ไปจนถึงถึงสิ่งของแปลกๆ จากทั่วโลก
ประวัติการก่อตั้งและการเติบโต
Barnett เริ่มต้นด้วยการนำคอลเลกชันส่วนตัวของเขามาจัดแสดงในโรงบ่มเหล้าเก่าที่ได้รับการปรับปรุงใหม่บริเวณฐานของน้ำตกไนแอกรา (Canadian Horseshoe Falls) โดยใช้แนวทางแบบพิพิธภัณฑ์ดั้งเดิมของอังกฤษ เช่น Ashmolean Museum ในออกซ์ฟอร์ด ในปี ค.ศ. 1844 พิพิธภัณฑ์มีสิ่งสะสมมากกว่า 5,000 รายการ รวมถึงสัตว์บก สัตว์ปีก สัตว์น้ำ แมลง แมลงกรงเล็บ เปลือกหอย และแร่ธาตุ รวมถึงโบราณวัตถุของชาวพื้นเมืองอเมริกัน
การขยายคอลเลกชันและสิ่งสะสมที่โดดเด่น
ในช่วงปี ค.ศ. 1850-1860 พิพิธภัณฑ์ได้ขยายตัวอย่างมาก โดย Sydney Barnett (ลูกชายของ Thomas) ได้เดินทางไปอียิปต์ถึงสามครั้งเพื่อจัดซื้อให้มัมมี่ 4 ร่าง และโบราณวัตถุอียิปต์อื่นๆ นอกจากนี้ยังมีการนำซากฟอสซิลของมาสโตดอน (Mastodon) ที่ถูกค้นพบในเซนต์โธมัส รัฐออนแทรีโอ มาจัดแสดง และมีการสะสมคอลเลกชันไข่ และเหรียญโบราณจากญี่ปุ่นและจีน
เหตุการณ์สำคัญและจุดเปลี่ยน
- การแสดง Wild West Show: ในปี ค.ศ. 1872 Sydney Barnett ได้พยายามจัดงานแสดง Wild West Show และการล่าบัฟฟาโล่ โดยเชิญ Buffalo Bill Cody และ Texas Jack Omohundro แต่เนื่องจากปัญหาด้านกฎหมายและการย้ายถิ่นฐานของชาวอินเดียนแดง Pawnee ทำให้ต้องเปลี่ยนตัวผู้ดำเนินรายการเป็น "Wild Bill" Hickok และชาวอินเดียนแดงท้องถิ่นจากเผ่า Tuscarora และ Cayuga
- การเปลี่ยนแปลงเจ้าของ: หลังจาก Thomas Barnett ล้มละลายในปี ค.ศ. 1878 พิพิธภัณฑ์ถูกซื้อโดย Saul Davis และต่อมาถูกย้ายตำแหน่งหลายครั้งเนื่องจากการพัฒนาพื้นที่ของ Niagara Parks Commission
- การปิดตัวลง: พิพิธภัณฑ์เปิดให้บริการจนถึงปี ค.ศ. 1998 ก่อนจะปิดตัวลงอย่างเป็นทางการ และคอลเลกชันทั้งหมดถูกขายให้กับ William Jamieson นักสะสมเอกชนจากโตรอนโตในปี ค.ศ. 1999
การค้นพบมัมมี่รามเสสที่ 1
หนึ่งในเรื่องราวที่น่าทึ่งที่สุดของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้คือการครอบครองมัมมี่ของ ฟาโรห์รามเสสที่ 1 (Ramesses I) ซึ่งถูกเก็บรักษาไว้ที่นี่เป็นเวลาถึง 140 ปี โดยที่ไม่มีใครทราบตัวตนที่แท้จริงในตอนแรก เมื่อ William Jamieson ขายโบราณวัตถุอียิปต์ให้กับพิพิธภัณฑ์ Michael C. Carlos Museum ที่มหาวิทยาลัย Emory ในรัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ได้ทำการวิจัยจนระบุตัวตนได้ว่ามัมมี่ร่างนี้คือฟาโรห์รามเสสที่ 1 และได้ส่งคืนมัมมี่กลับสู่ประเทศอียิปต์ในปี ค.ศ. 2003 เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือทางวัฒนธรรมระหว่างประเทศ
คำถามที่พบบ่อย
พิพิธภัณฑ์น้ำตกไนแอกราก่อตั้งขึ้นเมื่อใดและโดยใคร?
ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1827 โดย Thomas Barnett ที่บริเวณฐานของน้ำตกไนแอกราฟอลส์ ฝั่งแคนาดา
มัมมี่ของฟาโรห์รามเสสที่ 1 เกี่ยวข้องกับอย่างไรกับพิพิธภัณฑ์แห่งนี้?
พิพิธภัณฑ์เคยครอบครองมัมมี่ของฟาโรห์ที่ถูกระบุตัวตนไม่ได้ในตอนแรก ซึ่งต่อมาถูกระบุว่าเป็นฟาโรห์รามเสสที่ 1 และถูกส่งคืนให้อียิปต์ในปี 2003
ปัจจุบันพิพิธภัณฑ์น้ำตกไนแอกราก่อตั้งขึ้นเมื่อใดและโดย?
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ปิดตัวลงในปี ค.ศ. 1998 และสิ่งสะสมในคอลเลกชันถูกขายให้กับนักสะสมเอกชนและพิพิธภัณฑ์อื่น ๆ เช่น Niagara Falls History Museum

