← กลับไปยังบทความทั้งหมด

นิค ฮากู นายพลกองทัพอวกาศสหรัฐฯ และอดีตนักบินอวกาศนาซา

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นนายพลจัตวาของกองทัพอวกาศสหรัฐฯ (US Space Force) และอดีตนักบินอวกาศนาซา
  • รอดชีวิตจากอุบัติเหตุการปล่อยตัวยาน Soyuz MS-10 ในปี 2018 ซึ่งระบบหลบหนีฉุกเฉินทำงานได้สำเร็จ
  • เป็น 'การ์เดียน' (Guardian) คนแรกของกองทัพอวกาศสหรัฐฯ ที่ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศด้วยการปล่อยตัว
  • ผู้บัญชาการภารกิจ SpaceX Crew-9 ที่นำนักบินอวกาศ ซูนิตา วิลเลียมส์ และ บุตช์ วิลมอร์ กลับสู่โลกในปี 2025

ไทเลอร์ นิคลาอุส ฮากู (Tyler Nicklaus Hague) เกิดเมื่อวันที่ 24 กันยายน ค.ศ. 1975 เป็นนายพลจัตวาแห่งกองทัพอวกาศสหรัฐฯ (United States Space Force) และอดีตนักบินอวกาศขององค์การนาซา (NASA) ซึ่งได้รับการคัดเลือกให้เข้าสู่โครงการนักบินอวกาศในปี ค.ศ. 2013

ฮากูเป็นที่รู้จักจากการรอดชีวิตในภารกิจที่ล้มเหลวของยาน Soyuz MS-10 และการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะวิศวกรการบินในภารกิจ Soyuz MS-12 เพื่อประจำการบนสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) นอกจากนี้ เขายังได้รับเกียรติให้เป็นผู้บัญชาการภารกิจ SpaceX Crew-9 ซึ่งนำลูกเรือของ Expedition 72 เดินทางสู่สถานีอวกาศ และนำตัวนักบินอวกาศ ซูนิตา วิลเลียมส์ และ บุตช์ วิลมอร์ กลับสู่โลกอย่างปลอดภัยเมื่อวันที่ 18 มีนาคม ค.ศ. 2025

ภาพพอร์ตเทรตของ นิค ฮากู ในชุดนักบินอวกาศ
นิค ฮากู นักบินอวกาศและนายพลกองทัพอวกาศสหรัฐฯ

ประวัติการศึกษาและชีวิตช่วงต้น

ฮากูเกิดที่เมืองเบลเลอวิลล์ รัฐแคนซัส สหรัฐอเมริกา เขาเติบโตในรัฐแคนซัสและสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนมัธยม Hoxie High School ในปี ค.ศ. 1994

ด้านการศึกษาระดับอุดมศึกษา ฮากูสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านวิศวกรรมการบินและอวกาศ (Aerospace Engineering) จากโรงเรียนเตรียมทหารกองทัพอากาศสหรัฐฯ (United States Air Force Academy) ในปี ค.ศ. 1998 และศึกษาต่อจนได้รับปริญญาโทด้านวิศวกรรมการบินและอวกาศจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) ในปี ค.ศ. 2000

เส้นทางอาชีพในกองทัพอากาศและกองทัพอวกาศ

ฮากูเข้าประจำการในกองทัพอากาศสหรัฐฯ และได้รับยศร้อยตรีในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1998 โดยเริ่มทำงานด้านเทคโนโลยีอวกาศขั้นสูงที่ฐานทัพอากาศเคิร์ตแลนด์ รัฐนิวเม็กซิโก ในปี ค.ศ. 2000

ในปี ค.ศ. 2003 เขาเข้าศึกษาที่โรงเรียนนักบินทดสอบของกองทัพอากาศสหรัฐฯ (USAF Test Pilot School) และหลังจากสำเร็จการศึกษาในปี ค.ศ. 2004 เขาได้ทดสอบเครื่องบินรุ่น F-16, F-15 และ T-38 นอกจากนี้ เขายังเคยถูกส่งไปปฏิบัติหน้าที่ในอิรักเป็นเวลา 5 เดือนในปี ค.ศ. 2004 เพื่อสนับสนุนปฏิบัติการอิรักฟีลดอม (Operation Iraqi Freedom) โดยทำหน้าที่ลาดตระเวนทางอากาศเชิงทดลอง

นิค ฮากู ในเครื่องแบบทหาร
นิค ฮากู ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ในกองทัพสหรัฐฯ

ในช่วงปี ค.ศ. 2006 ฮากูได้เป็นอาจารย์สอนวิชาดาราศาสตร์และระบบควบคุมในภาควิชาดาราศาสตร์ของโรงเรียนเตรียมทหารกองทัพอากาศสหรัฐฯ ต่อมาในปี ค.ศ. 2012 ถึง 2013 เขาได้ดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าหน่วยงานต่อต้านระเบิดแสวงเครื่องร่วม (Joint Improvised Explosive Device Defeat Organization) ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ

ฮากูได้รับยศพันเอกในปี ค.ศ. 2016 และย้ายเข้าสู่กองทัพอวกาศสหรัฐฯ (U.S. Space Force) ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2020 โดยเขาถือเป็น "การ์เดียน" (Guardian) คนแรกที่ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศด้วยยานขนส่ง (launch into space) แม้ว่าพันเอก ไมเคิล เอส. ฮอปกินส์ จะเป็นชาวการ์เดียนคนแรกที่อยู่ในอวกาศจากการย้ายสังกัดขณะปฏิบัติหน้าที่บนสถานีอวกาศนานาชาติก็ตาม

ในวันที่ 13 มิถุนายน ค.ศ. 2025 ฮากูได้รับการเสนอชื่อให้เลื่อนยศเป็นนายพลจัตวา (Brigadier General) และได้รับการยืนยันจากวุฒิสภาในวันที่ 29 มิถุนายน ค.ศ. 2025 โดยเขามีหน้าที่รับผิดชอบในการพัฒนาและนำนโยบายการปฏิบัติการระดับโลก การบำรุงรักษา การฝึกอบรม และความพร้อมของกองทัพอวกาศสหรัฐฯ

การปฏิบัติหน้าที่กับนาซาและภารกิจอวกาศ

ฮากูได้รับคัดเลือกให้เป็นนักบินอวกาศในกลุ่มที่ 21 ของนาซา และสำเร็จการฝึกอบรมในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2015 เขาเกษียณอายุจากนาซาในวันที่ 23 ธันวาคม ค.ศ. 2025 หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจระยะยาวบนสถานีอวกาศนานาชาติ 2 ครั้ง

เหตุการณ์ยาน Soyuz MS-10 ล้มเหลว

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ค.ศ. 2018 ฮากูและ อเล็กเซย์ ออฟชินิน ได้ออกเดินทางด้วยยาน Soyuz MS-10 มุ่งหน้าสู่สถานีอวกาศนานาชาติ อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการทะยานขึ้น เกิดอุบัติเหตุบูสเตอร์ด้านข้างชนกับส่วนแกนกลางของจรวดที่ระดับความสูงประมาณ 50 กิโลเมตร ทำให้เกิดการระเบิด

ภาพจำลองเหตุการณ์ยาน Soyuz MS-10
เหตุการณ์ความล้มเหลวในการปล่อยตัวของยาน Soyuz MS-10

ระบบหลบหนีฉุกเฉิน (Launch Escape System) ทำงานโดยอัตโนมัติและดึงลูกเรือออกจากจรวดที่กำลังระเบิด โดยยานได้พุ่งขึ้นไปถึงจุดสูงสุดที่ 93 กิโลเมตร ก่อนจะตกลงสู่โลกด้วยความเร็วสูง (ballistic descent) ซึ่งทำให้ลูกเรือต้องเผชิญกับแรงจี (G-force) ถึง 6-7 เท่าของแรงโน้มถ่วงโลก

ลูกเรือลงจอดอย่างปลอดภัยที่ประเทศคาซัคสถาน 19 นาที 41 วินาทีหลังการปล่อยตัว แม้ว่ายานจะไม่ได้ข้ามเส้นคาร์มัน (Kármán line) ที่ 100 กิโลเมตร แต่กองทัพอากาศสหรัฐฯ กำหนดขอบเขตอวกาศที่ 80 กิโลเมตร ทำให้ฮากูมีคุณสมบัติได้รับเหรียญตรานักบินอวกาศของกองทัพอากาศสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม นาซาได้มอบเข็มกลัดนักบินอวกาศที่ทำจากดีบุกแทนเข็มกลัดทองคำที่ปกติจะมอบให้แก่ผู้ที่เดินทางสู่อวกาศสำเร็จ

ภารกิจ Expedition 59/60 และ SpaceX Crew-9

ในวันที่ 14 มีนาคม ค.ศ. 2019 ฮากูเดินทางสู่สถานีอวกาศนานาชาติได้สำเร็จด้วยยาน Soyuz MS-12 ร่วมกับ ออฟชินิน และ คริสตินา คอช โดยเขาปฏิบัติหน้าที่เป็นวิศวกรการบินในภารกิจ Expedition 59 และต่อมาใน Expedition 60

นิค ฮากู บนสถานีอวกาศนานาชาติ
นิค ฮากู ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่บนสถานีอวกาศนานาชาติ

ต่อมา ฮากูได้รับมอบหมายให้เป็นผู้บัญชาการภารกิจ SpaceX Crew-9 ซึ่งนำลูกเรือของ Expedition 72 เดินทางสู่สถานีอวกาศ และทำหน้าที่นำตัวนักบินอวกาศ ซูนิตา วิลเลียมส์ และ บุตช์ วิลมอร์ กลับสู่โลกในวันที่ 18 มีนาคม ค.ศ. 2025

คำถามที่พบบ่อย

นิค ฮากู คือใคร?

นิค ฮากู เป็นนายพลจัตวาแห่งกองทัพอวกาศสหรัฐฯ และอดีตนักบินอวกาศของนาซา ผู้มีบทบาทสำคัญในภารกิจอวกาศหลายครั้ง รวมถึงการเป็นผู้บัญชาการภารกิจ SpaceX Crew-9

เกิดอะไรขึ้นกับภารกิจ Soyuz MS-10 ของ นิค ฮากู?

ในภารกิจ Soyuz MS-10 ฮากูและเพื่อนร่วมทีมต้องเผชิญกับอุบัติเหตุจรวดระเบิดระหว่างการทะยานขึ้น แต่ระบบหลบหนีฉุกเฉินทำงานได้สำเร็จ ทำให้พวกเขารอดชีวิตและลงจอดอย่างปลอดภัยในคาซัคสถาน

นิค ฮากู เป็นนักบินอวกาศคนแรกของกองทัพอวกาศสหรัฐฯ หรือไม่?

เขาเป็น 'การ์เดียน' คนแรกที่ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศด้วยการปล่อยตัว (launch into space) แม้ว่าจะมีนักบินอวกาศคนแรกของกองทัพอวกาศสหรัฐฯ ที่ย้ายสังกัดขณะอยู่บนสถานีอวกาศนานาชาติก่อนหน้าเขา

ภารกิจ SpaceX Crew-9 ของ นิค ฮากู ในอะไร?

เขาเป็นผู้บัญชาการภารกิจที่นำลูกเรือ Expedition 72 ไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ และนำตัวนักบินอวกาศ ซูนิตา วิลเลียมส์ และ บุตช์ วิลมอร์ กลับสู่โลกในวันที่ 18 มีนาคม 2025