Nina Cried Power - Hozier เพลงโปรเตสที่ทรงพลังและทรงคุณค่า
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นซิงเกิลแรกจากอัลบั้ม Wasteland, Baby! ของ Hozier
- ร่วมงานกับนักร้องระดับตำนาน Mavis Staples
- เนื้อเพลงอ้างอิงถึงศิลปิน-นักกิจกรรมในอดีต เช่น Nina Simone และ Bob Dylan
- มิวสิกวิดีโอรวบรวมนักกิจกรรมชาวไอริชเพื่อสะท้อนถึงจิตวิญญาณของการประท้วง
"Nina Cried Power" เป็นผลงานเพลงของศิลปินชาวไอริช Hozier ซึ่งได้ร่วมงานกับนักร้องสาวแนว Rhythm and Blues และ Gospel ชื่อดังชาวอเมริกัน Mavis Staples เพลงนี้ถูกปล่อยออกมาเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2018 ในฐานะซิงเกิลแรกจากอัลบั้มชุดที่สองของเขาที่มีชื่อว่า Wasteland, Baby!
การเขียนและการประพันธ์เพลง
เพลงนี้เป็นเพลงแรกในอัลบั้ม โดย Hozier เป็นผู้เขียนเพียงคนเดียว โดยถูกนิยามว่าเป็น "soulful anthem" หรือเพลงสรรเสริญที่เปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณ ซึ่งมีการผสมผสานอิทธิพลของดนตรีบลูส์และกอสเปล พร้อมด้วยเสียงเปียโนที่นุ่มนวล จังหวะกลองที่สนุกสนาน และเสียงกีตาร์ที่ปลอบประโลม
เนื้อเพลงมีการกล่าวถึงศิลปิน-นักกิจกรรม (artist-activists) จากรุ่นก่อนๆ เช่น Woody Guthrie, Billie Holiday, James Brown, Curtis Mayfield, B. B. King, Marvin Gaye, Pete Seeger, Patti LaBelle, Bob Dylan, John Lennon, Joni Mitchell, Mavis Staples และ Nina Simone ซึ่งชื่อเพลง "Nina Cried Power" เป็นการอ้างอิงถึงเพลง "Sinnerman" ของ Nina Simone ที่มีเนื้อร้องว่า "I cried power"
Hozier ระบุว่าเพลงนี้เป็นการสดุดีการมีส่วนร่วมของศิลปินเหล่านี้ในดนตรีประท้วงของขบวนการสิทธิพลเมืองในอเมริกา โดยประกาศว่า "It's not the waking, it's the rising."
แรงบันดาลใจและเบื้องหลัง
หลังจากทัวร์คอนเสิร์ตอัลบั้มแรก Hozier ได้พักงานหนึ่งปีเพื่อกลับไปเชื่อมต่อกับตัวเองที่ประเทศไอริช เขาเล่าว่าเขากลายเป็น "news junkie" หรือคนที่ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และเขียนเพลงนี้ขึ้นมาเพื่อพยายามประสานรอยร้าวระหว่างความกังวลและความวิตกกังวลของเขาที่มีต่อมนุษยชาติ เมื่อนาฬิกา Doomsday Clock เคลื่อนตัวเข้าใกล้เที่ยงคืนมากขึ้นในปี 2018
การร่วมงานกับ Mavis Staples มีผลต่อแนวทางดนตรีของเพลงนี้อย่างมาก โดยเดิมทีเพลงนี้ถูกเขียนขึ้นด้วยเปียโน แต่ Hozier ต้องการสร้างดนตรีที่ "กระแทกใจมากขึ้น และเน้นจังหวะมากขึ้น" ซึ่งเขายังได้กล่าวว่าพื้นฐานการศึกษาทางดนตรีของเขาได้รับอิทธิพลจากศิลปินบลูส์ชิคาโก เช่น Nina Simone
การตอบรับจากนักวิจารณ์
เพลง "Nina Cried Power" ได้รับคำชมเชยจากนักวิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดย The Telegraph ระบุว่าเขาสามารถรักษาไว้ซึ่งมรดกของศิลปินรุ่นก่อนได้อย่างมีพลัง (purposeful swagger) ในขณะที่ The Irish Times ยกย่องว่าเป็นการผสมผสานความโกรธทางการเมืองที่ถูกต้องกับท่วงทำนองที่ไพเราะ โดยเรียกเพลงนี้ว่า "tree-flattening tour de force" ที่สำรวจธีมของการประท้วงและการปลดปล่อย
PopMatters กล่าวว่า Hozier ใช้มรดกของศิลปินเหล่านี้เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการลงมือทำและทำลายความเฉยเมย โดยชี้ให้เห็นว่างานของศิลปิน-นักกิจกรรมเหล่านี้ยังคงต้องได้รับการสานต่อ
ความสำเร็จทางพาณิชย์
เพลงนี้ขึ้นถึงอันดับ 10 ในชาร์ตเพลงของไอร์แลนด์ (Irish Singles Chart) และติดอันดับ Top 50 ในเนเธอร์แลนด์, สกอตแลนด์, นิวซีแลนด์ และเบลเยียม
มิวสิกวิดีโอ
มิวสิกวิดีโออย่างเป็นทางการถูกปล่อยออกมาเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2018 กำกับโดย Patrick Ryan และ Jon Hozier-Byrne (พี่ชายของ Hozier) โดยในวิดีโอได้รวบรวมนักกิจกรรมชาวไอริชหลายคน เช่น Sinéad Burke, Eamonn McCann และ Bernadette McAliskey
วิดีโอถูกถ่ายทำในดับลิน โดยนำเสนอนักกิจกรรมที่สวมหูฟังและแสดงปฏิกิริยาตอบสนองต่อบทเพลงนี้เป็นครั้งแรก ซึ่งวิดีโอนี้มียอดวิวมากกว่า 13 ล้านครั้งบน YouTube
บุคลากรที่เกี่ยวข้อง
| ตำแหน่ง | ศิลปิน/บุคลากร |
|---|---|
| ร้องนำ, กีตาร์, Wurlitzer, mono synth, claps | A. Hozier-Byrne |
| ร้องนำ | Mavis Staples |
| เบส, เปียโน, claps | Alex Ryan |
| กลอง, claps | Rory Doyle |
| ออร์แกน | Booker T. Jones |
| background vocals | Lurine Cato, Priscilla Jones-Campbell |
| shaker, tambourine | Paul Clarvis |
| mono synth, bass synth, claps | Markus Dravs |
คำถามที่พบบ่อย
เพลง Nina Cried Power หมายถึงอะไร?
ชื่อเพลงเป็นการอ้างอิงถึงเพลง 'Sinnerman' ของ Nina Simone ซึ่งมีเนื้อร้องว่า 'I cried power' และเป็นการสดุดีศิลปินที่ใช้ดนตรีเป็นเครื่องมือในการประท้วงและเรียกร้องสิทธิพลเมือง
เพลงนี้ได้รับอิทธิพลจากแนวเพลงใด?
เพลงนี้ได้รับอิทธิพลจากดนตรีบลูส์ (Blues) และกอสเปล (Gospel) โดยเน้นจังหวะที่หนักแน่นและมีความเป็น Soulful Anthem
มิวสิกวิดีโอของเพลงนี้มีความพิเศษอย่างไร?
สิ่งที่พิเศษคือการนำนักกิจกรรมชาวไอริชตัวจริงมาปรากฏตัวในวิดีโอ เพื่อสื่อถึงความสำคัญของมรดกของการประท้วงและการต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน
