← กลับไปยังบทความทั้งหมด

นโยบายอวกาศในสมัยรัฐบาลโอบามา

สรุปใจความสำคัญ

  • ประกาศนโยบายอวกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2010 ณ ศูนย์อวกาศเคนเนดี
  • ยกเลิกโครงการ Constellation หลังจากคณะกรรมาธิการออกัสตินพบว่าโครงการล่าช้าและใช้งบประมาณเกินกำหนด
  • ตั้งเป้าหมายส่งมนุษย์ไปยังดาวอังคารภายในช่วงกลางทศวรรษ 2030
  • สนับสนุนงบประมาณ 6 พันล้านดอลลาร์ให้ NASA ในช่วง 5 ปีแรกของนโยบาย

นโยบายอวกาศของรัฐบาลประธานาธิบดีบารัก โอบามา ได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 เมษายน ค.ศ. 2010 ณ ศูนย์อวกาศเคนเนดี (Kennedy Space Center) โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับโครงสร้างการสำรวจอวกาศของสหรัฐอเมริกาให้มีความยั่งยืนและสอดคล้องกับงบประมาณมากขึ้น โอบามาได้ให้คำมั่นที่จะเพิ่มงบประมาณสนับสนุน NASA จำนวน 6 พันล้านดอลลาร์ภายในระยะเวลา 5 ปี และเร่งการออกแบบยานขนส่งขนาดหนัก (Heavy-lift launch vehicle) ให้แล้วเสร็จภายในปี ค.ศ. 2015

ภาพบรรยากาศที่เกี่ยวข้องกับนโยบายอวกาศของโอบามา
การกำหนดทิศทางใหม่สำหรับการสำรวจอวกาศของสหรัฐฯ ในยุคโอบามา

การปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์และการยกเลิกโครงการ Constellation

หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญของนโยบายอวกาศในยุคนี้คือการทบทวนโครงการ Constellation ซึ่งเป็นโครงการส่งมนุษย์กลับไปดวงจันทร์ที่ริเริ่มในสมัยรัฐบาลก่อนหน้า รัฐบาลโอบามาได้จัดตั้งคณะกรรมการทบทวนแผนการบินอวกาศของมนุษย์สหรัฐฯ หรือที่รู้จักในชื่อ คณะกรรมาธิการออกัสติน (Augustine Commission) เพื่อประเมินความเป็นไปได้ของโครงการดังกล่าว

ผลการตรวจสอบของคณะกรรมาธิการออกัสตินระบุว่า โครงการ Constellation ประสบปัญหาล่าช้ากว่ากำหนดการ ขาดงบประมาณสนับสนุนที่เพียงพอ และมีค่าใช้จ่ายสูงเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้เป้าหมายเดิมไม่สามารถบรรลุผลได้จริง ด้วยเหตุนี้ ประธานาธิบดีโอบามาจึงตัดสินใจตัดโครงการนี้ออกจากคำขอรับงบประมาณของ NASA ประจำปี ค.ศ. 2010 และได้รับการสนับสนุนจากสภาคองเกรสในการยกเลิกโครงการในที่สุด อย่างไรก็ตาม ส่วนประกอบบางอย่าง เช่น ยานแคปซูล Orion ยังคงได้รับการพัฒนาต่อเพื่อใช้ในภารกิจในอนาคต

ตราประทับประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา
การตัดสินใจเชิงนโยบายระดับประธานาธิบดีส่งผลกระทบโดยตรงต่อทิศทางของ NASA

เป้าหมายระยะยาว จากดาวเคราะห์น้อยสู่ดาวอังคาร

แทนที่จะมุ่งเน้นเพียงการกลับไปดวงจันทร์ โอบามาได้เสนอแผนการสำรวจที่ทะเยอทะยานยิ่งขึ้น โดยกำหนดเป้าหมายการส่งมนุษย์ไปยังดาวอังคารภายในช่วงกลางทศวรรษ 2030 โดยมีขั้นตอนเตรียมการดังนี้:

  • ภารกิจเปลี่ยนทิศทางดาวเคราะห์น้อย (Asteroid Redirect Mission): วางแผนให้เกิดขึ้นภายในปี ค.ศ. 2025 เพื่อทดสอบเทคโนโลยีการนำวัตถุจากอวกาศกลับมายังวงโคจรโลก
  • การพัฒนายานขนส่งขนาดหนัก: เพื่อให้สามารถส่งน้ำหนักบรรทุกจำนวนมากออกนอกวงโคจรต่ำของโลก (LEO) ได้
ประธานาธิบดีโอบามาและคณะชมการสาธิตหุ่นยนต์สำรวจ
ประธานาธิบดีโอบามา, มิเชล โอบามา และรองประธานาธิบดีไบเดน ขณะชมการสาธิต Lunar Electric Rover ของ NASA

ผลกระทบทางเศรษฐกิจและการจ้างงาน

การยกเลิกโครงการ Space Shuttle และ Constellation ก่อให้เกิดความกังวลเรื่องการเลิกจ้างงานในพื้นที่ Space Coast รัฐฟลอริดา เพื่อบรรเทาปัญหานี้ รัฐบาลโอบามาได้จัดสรรงบประมาณ 40 ล้านดอลลาร์ เพื่อช่วยเหลือแรงงานที่ได้รับผลกระทบและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่เทคโนโลยีการขนส่งอวกาศรูปแบบใหม่ ซึ่งรวมถึงการส่งเสริมบทบาทของภาคเอกชนในการขนส่งสัมภาระและลูกเรือไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS)

ภาพประกอบการทำงานของ NASA
การปรับตัวของ NASA สู่ยุคการร่วมมือกับภาคเอกชน
ภาพการปล่อยจรวดหรืออุปกรณ์อวกาศ
ความพยายามในการพัฒนายานขนส่งรุ่นใหม่เพื่อทดแทนระบบเดิม

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมรัฐบาลโอบามาถึงยกเลิกโครงการ Constellation?

เนื่องจากผลการตรวจสอบของคณะกรรมาธิการออกัสตินพบว่าโครงการดังกล่าวมีความล่าช้าอย่างมาก ขาดงบประมาณที่เพียงพอ และมีค่าใช้จ่ายสูงเกินกว่าที่จะบรรลุเป้าหมายได้จริง

เป้าหมายสูงสุดของนโยบายอวกาศในสมัยโอบามาคืออะไร?

เป้าหมายหลักคือการส่งมนุษย์ไปยังดาวอังคารภายในช่วงกลางทศวรรษ 2030 โดยใช้ภารกิจเปลี่ยนทิศทางดาวเคราะห์น้อยเป็นขั้นตอนเตรียมการ

รัฐบาลโอบามาจัดการกับปัญหาการตกงานใน Space Coast อย่างไร?

มีการจัดสรรงบประมาณ 40 ล้านดอลลาร์เพื่อช่วยเหลือแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกโครงการ Space Shuttle และ Constellation