โอเบรอน โอเปร่าผลงานชิ้นสุดท้ายของคาร์ล มาเรีย ฟอน เวเบอร์
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นโอเปร่าภาษาอังกฤษเพียงเรื่องเดียวที่ประพันธ์โดย คาร์ล มาเรีย ฟอน เวเบอร์
- เปิดแสดงรอบปฐมทัศน์ที่โรงละครโคเวนต์การ์เดน ลอนดอน เมื่อวันที่ 12 เมษายน ค.ศ. 1826
- เป็นผลงานชิ้นสุดท้ายของเวเบอร์ ซึ่งเขาเสียชีวิตที่ลอนดอนหลังจากเปิดแสดงได้ไม่นาน
- ดัดแปลงมาจากบทกวีของ คริสตอฟ มาร์ติน วีแลนด์ และตำนานความรักยุคกลางของฝรั่งเศส
โอเบรอน (Oberon) หรือในชื่อ The Elf-King's Oath (J. 306) เป็นโอเปร่าแนวโรแมนติก 3 องก์ ที่ประกอบด้วยบทพูด (spoken dialogue) ประพันธ์ขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1825–1826 โดย คาร์ล มาเรีย ฟอน เวเบอร์ (Carl Maria von Weber) ความโดดเด่นของผลงานชิ้นนี้คือการเป็นโอเปร่าภาษาอังกฤษเพียงเรื่องเดียวที่เวเบอร์เคยประพันธ์ โดยใช้บทลิเบรตโต (libretto) ของเจมส์ โรบินสัน พลานเช ซึ่งดัดแปลงมาจากบทกวีภาษาเยอรมันเรื่อง Oberon ของคริสตอฟ มาร์ติน วีแลนด์ ซึ่งมีรากฐานมาจากตำนานความรักยุคกลางของฝรั่งเศสเรื่อง Huon de Bordeaux

ประวัติการสร้างและโศกนาฏกรรมของผู้ประพันธ์
เวเบอร์รับงานประพันธ์โอเปร่าเรื่องนี้ตามคำว่าจ้างของ ชาร์ลส์ เคมเบิล (Charles Kemble) นักแสดงและผู้จัดงาน เพื่อเหตุผลทางด้านการเงิน แม้ว่าแพทย์จะแนะนำให้เขาพักผ่อนเนื่องจากปัญหาสุขภาพก็ตาม เวเบอร์ได้รับข้อเสนอให้เลือกระหว่างเรื่อง Faust หรือ Oberon ซึ่งเขาเลือกเรื่องหลัง และได้เดินทางไปยังลอนดอนเพื่อทำดนตรีให้เสร็จสมบูรณ์ โดยเขาได้พยายามเรียนภาษาอังกฤษเพื่อให้เข้าใจบทลิเบรตโตได้ดียิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม ความกดดันจากการซ้อม การเข้าสังคม และการต้องประพันธ์เพลงเพิ่มเติมในช่วงท้าย ทำให้สุขภาพของเวเบอร์ทรุดโทรมลงอย่างรวดเร็ว และเขาได้เสียชีวิตที่ลอนดอนเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ค.ศ. 1826 เพียงไม่นานหลังการเปิดแสดงรอบปฐมทัศน์
ประวัติการแสดงและการเผยแพร่
โอเบรอนเปิดแสดงรอบปฐมทัศน์เมื่อวันที่ 12 เมษายน ค.ศ. 1826 ณ โรงละครโคเวนต์การ์เดน (Covent Garden) ในลอนดอน โดยมีเวเบอร์เป็นผู้อำนวยเพลงด้วยตนเอง การแสดงครั้งแรกประสบความสำเร็จอย่างสูงและมีการขอให้แสดงซ้ำหลายครั้ง
ต่อมาในปี ค.ศ. 1826 บทลิเบรตโตถูกแปลเป็นภาษาเยอรมันโดย เทโอดอร์ เฮลล์ (Theodor Hell) ซึ่งกลายเป็นเวอร์ชันที่ได้รับความนิยมและถูกนำมาแสดงบ่อยที่สุดในปัจจุบัน เนื่องจากเวเบอร์มีความไม่พอใจในโครงสร้างของโอเปร่าเวอร์ชันลอนดอน และตั้งใจจะแก้ไขงานเมื่อกลับถึงเยอรมนี แต่เขาเสียชีวิตเสียก่อน
ในศตวรรษที่ 20 โอเปร่าเรื่องนี้ถูกนำไปแสดงในสถานที่สำคัญหลายแห่ง เช่น เมโทรโพลิแทนโอเปร่า (Metropolitan Opera) ในปี ค.ศ. 1918 และเทศกาลซัลซ์บูร์ก (Salzburg Festival) ในปี ค.ศ. 1932 และ 1934 แม้ว่าการแสดงบนเวทีจะเกิดขึ้นเป็นระยะๆ แต่ผลงานชิ้นนี้มักจะประสบความสำเร็จมากกว่าเมื่อนำมาแสดงในรูปแบบคอนเสิร์ต

โครงสร้างดนตรีและการเรียบเรียงเสียงประสาน
การเรียบเรียงเสียงประสาน (Orchestration) ของโอเบรอนใช้เครื่องดนตรีดังนี้:
- เครื่องลมไม้: ฟลูต 2 เลา, โอโบ 2 เลา, คลาริเน็ต 2 เลา (ในคีย์ A), บาสซูน 2 เลา
- เครื่องลมทองเหลือง: ฮอร์น 4 ตัว (ในคีย์ D และ A), ทรัมเป็ต 2 ตัว (ในคีย์ D), ทรอมโบน 3 ตัว (อัลโต, เทเนอร์ และบาส)
- เครื่องกระทบ: ทิมปานี
- เครื่องสาย: วงสตริงเต็มรูปแบบ
เรื่องย่อ
องก์ที่ 1
เหล่าแฟรี่ร้องเพลงรอบตัวโอเบรอน ราชาแห่งแฟรี่ที่กำลังหลับใหล พัค (Puck) เข้ามาเล่าถึงความขัดแย้งระหว่างโอเบรอนและราชินีทิทาเนีย โดยโอเบรอนสาบานว่าจะไม่คืนดีกับเธอจนกว่าจะพบคู่รักมนุษย์ที่ซื่อสัตย์ต่อกันอย่างแท้จริงท่ามกลางอุปสรรคและการล่อลวง
โอเบรอนตัดสินใจว่า เซอร์ฮูออน (Sir Huon) และเจ้าหญิงเรซ่า (Reiza) จะเป็นคู่รักที่จะช่วยให้เขาคืนดีกับราชินีได้ เขาจึงมอบแตรวิเศษให้แก่ฮูออนเพื่อใช้เรียกความช่วยเหลือจากโอเบรอนเมื่อยามจำเป็น จากนั้นเหล่าแฟรี่ได้นำพาฮูออนเดินทางไปยังแบกแดดเพื่อทำภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากจักรพรรดิชาร์เลอมาญ
องก์ที่ 2
ในราชสำนักของฮารูน อัล-ราชิด (Harun al-Rashid) เรซ่าถูกบังคับให้แต่งงานกับเจ้าชายบาเบคัน (Prince Babekan) แต่ฮูออนและเชราสมิน (Sherasmin) บุกเข้ามาสังหารบาเบคันและพาตัวเจ้าหญิงเรซ่าและฟาติมา (Fatima) หลบหนีไปทางกรีซ
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมโอเบรอนถึงเป็นโอเปร่าที่พิเศษสำหรับเวเบอร์?
เพราะเป็นโอเปร่าเพียงเรื่องเดียวที่เวเบอร์ประพันธ์เป็นภาษาอังกฤษ และเป็นผลงานชิ้นสุดท้ายในชีวิตของเขา
โอเบรอนเปิดแสดงครั้งแรกที่ไหน?
เปิดแสดงครั้งแรกที่โรงละครโคเวนต์การ์เดน ในลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 12 เมษายน ค.ศ. 1826
เนื้อเรื่องของโอเบรอนเกี่ยวกับอะไร?
เป็นเรื่องราวความรักระหว่างเซอร์ฮูออนและเจ้าหญิงเรซ่า โดยมีราชาแฟรี่โอเบรอนเป็นผู้ช่วย เพื่อพิสูจน์ความซื่อสัตย์ของมนุษย์เพื่อให้โอเบรอนสามารถคืนดีกับราชินีทิทาเนียได้