← กลับไปยังบทความทั้งหมด

กฎระเบียบ Ofcom ว่าด้วยการถ่ายทอดสดกีฬาและเหตุการณ์สำคัญในสหราชอาณาจักร

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นกฎระเบียบที่ป้องกันไม่ให้เหตุการณ์กีฬาสำคัญถูกผูกขาดโดยโทรทัศน์แบบชำระเงิน (Pay TV)
  • แบ่งเหตุการณ์ออกเป็นประเภท A (ต้องถ่ายทอดสดฟรีทีวี) และประเภท B (ฟรีทีวีต้องได้ไฮไลต์หรือการถ่ายทอดดีเลย์)
  • ผู้ให้บริการที่ได้รับสิทธิ์ต้องครอบคลุมประชากรอย่างน้อย 95% ของสหราชอาณาจักร เช่น BBC และ ITV
  • เหตุการณ์ที่ได้รับการคุ้มครองถูกเรียกว่า 'Crown Jewels of Sport'

กฎระเบียบ Ofcom ว่าด้วยการถ่ายทอดสดกีฬาและเหตุการณ์สำคัญ (Ofcom Code on Sports and Other Listed and Designated Events) คือชุดข้อบังคับที่ออกแบบมาเพื่อคุ้มครองสิทธิของประชาชนในสหราชอาณาจักร ให้สามารถเข้าถึงการถ่ายทอดสดเหตุการณ์กีฬาสำคัญๆ ผ่านโทรทัศน์ภาคพื้นดินแบบฟรีทีวี (Free-to-air terrestrial television) โดยไม่ถูกจำกัดอยู่เพียงแค่บริการโทรทัศน์แบบชำระเงิน (Pay TV) เท่านั้น

ประวัติและการก่อตั้ง

แนวคิดนี้เริ่มต้นในปี พ.ศ. 2534 โดย Kenneth Baker รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้น ได้กำหนดรายการเหตุการณ์ที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ถ่ายทอดสดเฉพาะในบริการโทรทัศน์แบบชำระเงิน ต่อมาในปี พ.ศ. 2539 พระราชบัญญัติการแพร่ภาพกระจายเสียง (Broadcasting Act 1996) ได้ทำให้แนวปฏิบัตินี้มีผลบังคับใช้ตามกฎหมาย โดยกำหนดให้คณะกรรมการโทรทัศน์อิสระ (Independent Television Commission หรือ ITC) จัดทำรายการเหตุการณ์ถาวร ซึ่งต่อมาถูกขนานนามว่า "อัญมณีแห่งมงกุฎของกีฬา" (Crown Jewels of Sport)

ในปี พ.ศ. 2546 Ofcom ได้เข้ามาดูแลรับผิดชอบหน้าที่ส่วนใหญ่ของ ITC และดำเนินการปรับปรุงกฎระเบียบนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการรับชมและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป

ผู้ให้บริการที่ได้รับสิทธิ์ในการถ่ายทอดสด

เหตุการณ์ที่อยู่ในรายการคุ้มครองจะต้องถูกถ่ายทอดสดโดยผู้ให้บริการที่เข้าเงื่อนไข ซึ่งต้องส่งสัญญาณผ่านโครงข่าย PSB multiplex บน Freeview ที่ครอบคลุมประชากรอย่างน้อย 95% ของสหราชอาณาจักร และต้องสามารถรับชมได้ผ่านบริการเคเบิล ดาวเทียม และ IPTV โดยผู้ให้บริการที่เข้าข่าย ได้แก่ BBC, ITV, Channel 4 และ Channel 5

การแบ่งประเภทเหตุการณ์

กฎระเบียบนี้แบ่งเหตุการณ์ออกเป็นสองประเภทหลัก เพื่อกำหนดระดับการเข้าถึงของสาธารณชน:

ประเภท A (Category A)

เหตุการณ์ในประเภท A จะต้องมีการถ่ายทอดสดให้ช่องฟรีทีวีได้รับชม แม้ว่าเครือข่ายโทรทัศน์แบบชำระเงินจะสามารถร่วมถ่ายทอดสดได้ด้วยก็ตาม ตัวอย่างเหตุการณ์สำคัญ (ข้อมูล ณ ปี พ.ศ. 2569) ได้แก่:

  • ฟุตบอล: ฟุตบอลโลก (ทุกนัด), ฟุตบอลโลกหญิง (ทุกนัด), ยูโรแชมเปียนชิป (ทุกนัด), ยูโรหญิง (ทุกนัด), นัดชิงชนะเลิศเอฟเอคัพ และนัดชิงชนะเลิศสก็อตติชคัพ (เฉพาะในสก็อตแลนด์)
  • แข่งม้า: Grand National และ Epsom Derby
  • รักบี้: นัดชิงชนะเลิศ Challenge Cup (รักบี้ลีก) และนัดชิงชนะเลิศรักบี้เวิลด์คัพ (รักบี้ ยูเนียน)
  • เทนนิส: นัดชิงชนะเลิศชายและหญิงของรายการวิมเบิลดัน
  • กีฬารวม: โอลิมปิกเกมส์ และพาราลิมปิกเกมส์ (ทั้งฤดูร้อนและฤดูหนาว)

ประเภท B (Category B)

เหตุการณ์ในประเภท B สามารถถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์แบบชำระเงินได้ แต่ต้องมีการจัดทำเนื้อหาเสริม (Secondary coverage) เช่น ไฮไลต์ หรือการถ่ายทอดสดแบบดีเลย์ ให้กับผู้ให้บริการฟรีทีวีในระดับที่เพียงพอ ตัวอย่างเหตุการณ์ ได้แก่:

  • ฟุตบอล: ยูฟ่าเนชันส์ลีก, รอบคัดเลือกยูโรแชมเปียนชิป, ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก และชิงแชมป์ยุโรป รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี
  • กรีฑา: ชิงแชมป์โลก IAAF
  • คริกเก็ต: การแข่งขัน Test matches ในอังกฤษ, ฟุตบอลโลกคริกเก็ต (นัดชิงชนะเลิศ, รอบรองชนะเลิศ และนัดที่มีทีมจากสหราชอาณาจักรลงแข่ง)
  • กอล์ฟ: The Open Championship และ Ryder Cup
  • รักบี้: รักบี้เวิลด์คัพ (ยกเว้นนัดชิงชนะเลิศ) และ Six Nations Championship (นัดที่มีทีมจากสหราชอาณาจักรลงแข่ง)
  • เทนนิส: รายการวิมเบิลดัน (ยกเว้นนัดชิงชนะเลิศ)
  • กีฬารวม: เครือจักรภพเกมส์ (Commonwealth Games)

กรณีศึกษา กีฬาคริกเก็ต

การแข่งขัน Test matches ของทีมชาติอังกฤษเคยถูกจัดอยู่ในประเภท A แต่ต่อมาสมาคมคริกเก็ตอังกฤษและเวลส์ (ECB) ได้เจรจาให้ย้ายมาอยู่ในประเภท B ซึ่งนำไปสู่การขายลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดแบบผูกขาดให้กับ Sky Sports ในช่วงปี พ.ศ. 2549–2552 ซึ่งก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง อย่างไรก็ตาม ในการแข่งขันคริกเก็ตเวิลด์คัพปี พ.ศ. 2562 Sky ได้ยอมให้ Channel 4 นำนัดชิงชนะเลิศไปถ่ายทอดสดหลังจากอังกฤษผ่านเข้ารอบ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่การแข่งขันระดับสูงของคริกเก็ตถูกถ่ายทอดสดทางฟรีทีวี

การทบทวนและข้อเสนอการเปลี่ยนแปลง

มีการทบทวนกฎระเบียบนี้หลายครั้งเพื่อให้ทันสมัย เช่น ในปี พ.ศ. 2552 ซึ่งมีการเสนอให้ยกเลิกประเภท B และสร้างระบบประเภท A1, A2 และ A3 เพื่อให้การคุ้มครองครอบคลุมมากขึ้น รวมถึงการเสนอให้เพิ่มการแข่งขันกีฬาระดับโลกที่สำคัญเข้าไปในรายการคุ้มครอง

นอกจากนี้ ในปี พ.ศ. 2562 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล วัฒนธรรม สื่อ และกีฬา (DCMS) ได้เริ่มการปรึกษาหารือเพื่อเพิ่มฟุตบอลโลกหญิงและพาราลิมปิกเกมส์เข้าสู่ประเภท A เพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมและให้ประชาชนเข้าถึงกีฬาระดับโลกได้มากขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

Crown Jewels of Sport คืออะไร?

คือรายการเหตุการณ์กีฬาสำคัญที่กฎหมายสหราชอาณาจักรระบุว่าต้องมีการถ่ายทอดสดหรือให้การเข้าถึงผ่านช่องฟรีทีวี เพื่อให้ประชาชนส่วนใหญ่สามารถรับชมได้โดยไม่ต้องเสียค่าสมาชิกรายเดือน

ความแตกต่างระหว่างประเภท A และประเภท B คืออะไร?

ประเภท A บังคับให้ต้องมีการถ่ายทอดสด (Live coverage) ให้กับช่องฟรีทีวี ส่วนประเภท B อนุญาตให้ถ่ายทอดสดทาง Pay TV ได้ แต่ต้องจัดให้มีไฮไลต์หรือการถ่ายทอดแบบดีเลย์ให้ช่องฟรีทีวี

ใครคือผู้ให้บริการที่เข้าข่ายได้รับสิทธิ์ถ่ายทอดสดตามกฎนี้?

ผู้ให้บริการที่ส่งสัญญาณผ่าน Freeview และครอบคลุมประชากร 95% ขึ้นไป ได้แก่ BBC, ITV, Channel 4 และ Channel 5

ทำไมฟุตบอลโลกหญิงถึงถูกเสนอให้เข้าสู่ประเภท A?

เพื่อเพิ่มการเข้าถึงและส่งเสริมการรับชมกีฬาระดับโลกของผู้หญิง ให้ประชาชนสามารถรับชมได้ฟรีโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

เหตุการณ์ใดบ้างที่อยู่ในประเภท A?

ตัวอย่างเช่น ฟุตบอลโลก, ยูโรแชมเปียนชิป, นัดชิงชนะเลิศเอฟเอคัพ, โอลิมปิกเกมส์ และพาราลิมปิกเกมส์