ทำความรู้จักกับ โอโมริ (Ōmori) ย่านให้ความสำคัญกับประวัติศาสตร์และธรรมชาติในโตเกียว
สรุปใจความสำคัญ
- โอโมริเป็นส่วนหนึ่งของเขตโอตะ (Ōta-ku) ในโตเกียว
- ในอดีตเคยเป็นหมู่บ้านชาวประมงที่มีชื่อเสียงด้านการเพาะเลี้ยงสาหร่ายโนริ
- เป็นที่ตั้งของค่ายกักกันเชลยศึกในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งถูกกล่าวถึงในหนังสือ Unbroken
โอโมริ (Ōmori) เป็นเขตพื้นที่ในโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของชินากาวะ โดยสามารถเดินทางเข้าถึงได้ง่ายด้วยรถไฟสาย Keihin Tohoku หรือทางถนน Dai Ichi Keihin สำหรับพื้นที่ทางตะวันออกที่เรียกว่า โอโมริไกกัน (Ōmorikaigan) สามารถเดินทางได้ด้วยรถไฟสาย Keikyu
พื้นที่และย่านต่างๆ ในโอโมริ
ในเขตโอตะ (Ōta-ku) มีหมู่บ้านหรือย่านที่ใช้ชื่อว่าโอโมริถึง 6 แห่ง ได้แก่ โอโมริฮอนโช, โอโมริฮิกาชิ, โอโมริคิตะ, โอโมริมินามิ, โอโมรินากะ และโอโมรินิชิ ซึ่งทั้งหมดตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของรางรถไฟสาย Tōkaidō Main Line
นอกจากนี้ยังมีย่าน ซันโน (Sannō) หรือที่เรียกกันอย่างไม่เป็นทางการว่า โอโมริ-ซันโน ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของสถานีโอโมริ ย่านนี้เป็นย่านที่พักอาศัยระดับไฮเอนด์ที่เคยเป็นที่พักของเหล่านักกวี นักปรัชญา และนักเขียนชื่อดังในอดีต และยังเคยเป็นที่ตั้งของโรงเรียนนานาชาติเยอรมันก่อนที่จะย้ายไปที่โยโกฮาม่า
ประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจของโอโมริ
โอโมริ-คู (Ōmori-ku)
ในอดีต โอโมริเคยเป็นเขตการปกครองหนึ่งของเมืองโตเกียว โดยในปี ค.ศ. 1932 ได้มีการรวมตัวกันของเทศบาลเดิม ได้แก่ ฮิกาชิ-โชฟุ, อิเคกามิ, อิริอาราย, มาโกเมะ และโอโมริ จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1947 ได้รวมเข้ากับเขตคามะตะ (Kamata-ku) กลายเป็นเขตโอตะ (Ōta-ku) ในปัจจุบัน
ค่ายกักกันเชลยศึกในสงครามโลกครั้งที่ 2
โอโมริเป็นที่ตั้งของค่ายกักกันเชลยศึกที่บริหารโดยกองทัพบกจักรวรรดิญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งสภาพความเป็นอยู่ภายในค่ายนั้นโหดร้ายมาก ดังที่ถูกบรรยายไว้ในหนังสือ Unbroken โดยเล่าถึงชีวิตของ Louis Zamperini นักกีฬาโอลิมปิกชาวอเมริกัน
เหตุการณ์สำคัญอื่นๆ
- สถานีโอโมริ: เปิดให้บริการในปี ค.ศ. 1876
- กองขยะเปลือกหอยโอโมริ: ได้รับการค้นพบโดย Edward S. Morse ในปี ค.ศ. 1877
- การปล้นธนาคาร: เกิดเหตุปล้นธนาคาร Kawasaki Daihyaku Bank สาขาโอโมริ ในปี ค.ศ. 1932 ซึ่งเป็นหนึ่งในคดีปล้นธนาคารครั้งแรกๆ ของญี่ปุ่น
- การชนกันกลางอากาศ: ในปี ค.ศ. 1938 เกิดเหตุเครื่องบินชนกันกลางอากาศเหนือย่านโอโมริ ส่งผลให้เศษซากตกลงมาทับโรงงานเหล็ก ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 53 ราย
การศึกษาและสถานศึกษา
ในย่านโอโมริมีสถานศึกษาที่ดำเนินการโดยเขตโอตะ รวมถึงโรงเรียนประถมและมัธยมต้นของรัฐบาล และมีโรงเรียนมัธยมปลายของรัฐบาล เช่น โรงเรียนมัธยมปลายโอโมริ และโรงเรียนมัธยมปลายมิฮาระ รวมถึงโรงเรียนมัธยมปลายเอกชนอย่างโรงเรียนมัธยมปลายโอโมริ กาคุเอน

สวนสาธารณะและพื้นที่สีเขียว
โอโมริมีสวนสาธารณะที่น่าสนใจหลายแห่ง ดังนี้:
- สวนสาธารณะเฮวะ-โน-โมริ (Heiwa-no-mori Park): สวนสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดในเขตโอตะ (พื้นที่ 99,000 ตร.ม.)
- สวนสาธารณะเฮวะจิมะ (Heiwajima Park): มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น สนามเบสบอล, พื้นที่บาร์บีคิว และสระว่ายน้ำทั้งในร่มและกลางแจ้ง
- สวนสาธารณะโอโมริ-ฟุรุซาโต-โน-ฮามาเบะ (Ōmori-furusato-no-hamabe Park): สวนสาธารณะริมทะเล ซึ่งเด็กๆ ในพื้นที่เรียกกันว่า "ฟุรุฮามะ" อนุญาตให้ตกปลาในบริเวณโขดหิน แต่ไม่อนุญาตให้ก่อกองไฟ และห้ามว่ายน้ำเนื่องจากระดับคลอรีนในน้ำเกินมาตรฐานความปลอดภัย
คำถามที่พบบ่อย
โอโมริเดินทางไปได้อย่างไร?
สามารถเดินทางได้ด้วยรถไฟสาย Keihin Tohoku ไปยังสถานีโอโมริ หรือใช้รถไฟสาย Keikyu สำหรับพื้นที่โอโมริไกกัน
question สวนสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดในเขตโอตะคือสวนใด?
สวนสาธารณะเฮวะ-โน-โมริ (Heiwa-no-mori Park) ซึ่งมีพื้นที่ถึง 99,000 ตารางเมตร
โอโมริมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างไร?
โอโมริ-คู เคยเป็นเขตการปกครองของเมืองโตเกียวก่อนที่จะรวมเข้ากับเขตโอตะ และยังเป็นที่ตั้งของค่ายกวักกันเชลยศึกในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2