← กลับไปยังบทความทั้งหมด

โชจิ นิชิกาวะ บิดาแห่งผลึกศาสตร์ในญี่ปุ่น

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นผู้บุกเบิกและวางรากฐานวิชาผลึกศาสตร์ในประเทศญี่ปุ่น
  • เป็นประธานคนแรกของสมาคมผลึกศาสตร์แห่งญี่ปุ่น
  • ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์วัฒนธรรม (Order of Culture) ในปี พ.ศ. 2494
  • เป็นผู้ประยุกต์ใช้กลุ่มปริภูมิ (Space groups) ในการวิเคราะห์โครงสร้างผลึก

โชจิ นิชิกาวะ (ญี่ปุ่น: 西川 正治, 5 ธันวาคม พ.ศ. 2427 – 5 มกราคม พ.ศ. 2495) เป็นนักฟิสิกส์ชาวญี่ปุ่นผู้มีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานและเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งสาขาวิชาผลึกศาสตร์ (Crystallography) ในประเทศญี่ปุ่น

ประวัติการศึกษาและเส้นทางอาชีพ

นิชิกาวะเกิดในปี พ.ศ. 2427 ที่เมืองฮาจิโอจิ จังหวัดโตเกียว เป็นบุตรของพ่อค้าผ้าไหมรายสำคัญ เขาเติบโตในโตเกียวและเข้าศึกษาที่คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยโตเกียว (เดิมคือ Imperial University of Tokyo) โดยในช่วงแรกของการศึกษาระดับปริญญาเอกสาขาฟิสิกส์ภายใต้การดูแลของ ซูเอคิจิ คิโนชิตะ เขาให้ความสนใจในเรื่องกัมมันตภาพรังสี

ต่อมา นิชิกาวะได้รับแรงบันดาลใจจาก โทราฮิโกะ เทราดะ ให้หันมาสนใจด้านผลึกศาสตร์ ซึ่งในขณะนั้นกำลังเป็นที่นิยมไปทั่วโลกเนื่องจากการค้นพบวิธีการวิเคราะห์โครงสร้างโดยใช้การเลี้ยวเบนของรังสีเอกซ์ (X-ray diffraction) ผลงานตีพิมพ์ชิ้นแรกๆ ของเขาปรากฏในช่วงปี พ.ศ. 2456 ถึง 2458 ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ วิลเลียม เฮนรี แบรกก์ และ วิลเลียม ลอว์เรนซ์ แบรกก์ สองพ่อลูกนักฟิสิกส์ชาวอังกฤษผู้ได้รับรางวัลโนเบล กำลังบุกเบิกงานวิจัยในสาขานี้

ระหว่างปี พ.ศ. 2459 ถึง 2462 นิชิกาวะได้เดินทางไปศึกษาและทำงานที่มหาวิทยาลัยคอร์เนล สหรัฐอเมริกา โดยเขาได้เป็นที่ปรึกษาให้กับ ราล์ฟ ไวคอฟฟ์ นักศึกษาบัณฑิตศึกษาในขณะนั้น ก่อนจะเดินทางกลับญี่ปุ่นในปี พ.ศ. 2463 โดยในช่วงก่อนกลับ เขาได้ใช้เวลา 6 เดือนร่วมงานกับ วิลเลียม เอช. แบรกก์ ที่ University College London

เมื่อกลับถึงญี่ปุ่น นิชิกาวะได้นำกลุ่มวิจัยกลุ่มแรกที่สถาบันวิจัยทางกายภาพและเคมี (ปัจจุบันคือ RIKEN) และทำงานที่นั่นจนถึงปี พ.ศ. 2492 นอกจากนี้ ในปี พ.ศ. 2467 เขาได้รับแต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยโตเกียว และปฏิบัติหน้าที่จนกระทั่งเกษียณอายุในปี พ.ศ. 2488

ผลงานทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญ

นิชิกาวะเป็นผู้บุกเบิกการประยุกต์ใช้กลุ่มปริภูมิ (Space groups) ในการกำหนดโครงสร้างของผลึก โดยใช้สารประกอบสปิเนล (Spinel compounds) เป็นตัวอย่าง นอกจากนี้ เขายังมีผลงานสำคัญอื่นๆ ได้แก่:

  • การวิเคราะห์การเปลี่ยนเฟสของควอตซ์ (Phase transformation of quartz)
  • การค้นพบหลักฐานเชิงทดลองเกี่ยวกับการเบี่ยงเบนจากกฎของฟรีเดล (Friedel's law) ในโครงสร้างผลึกบางประเภท

ในปี พ.ศ. 2493 นิชิกาวะได้ร่วมก่อตั้งสมาคมผลึกศาสตร์แห่งญี่ปุ่น (Crystallographic Society of Japan) และดำรงตำแหน่งประธานคนแรกจนกระทั่งเสียชีวิตในอีกสองปีต่อมา นอกจากนี้ เขายังเป็นอาจารย์ของ เซชิ คิคุจิ ผู้ซึ่งค้นพบ "เส้นคิคุจิ" (Kikuchi lines) ในการเลี้ยวเบนของอิเล็กตรอนในปี พ.ศ. 2471

รางวัลและการยอมรับ

นิชิกาวะได้รับเลือกให้เข้าเป็นสมาชิกของสถาบันวิจัยแห่งญี่ปุ่น (Japan Academy) ในปี พ.ศ. 2480 และได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์วัฒนธรรม (Order of Culture) ของญี่ปุ่นในปี พ.ศ. 2494 นอกจากนี้ เขายังได้รับเกียรติให้เป็นพลเมืองกิตติมศักดิ์ของเมืองฮาจิโอจิ บ้านเกิดของเขาด้วย

ชีวิตส่วนตัว

นิชิกาวะสมรสกับ คิคุ อายาอิ ซึ่งเป็นครู โดยมีบุตรด้วยกัน 5 คน (บุตรชาย 4 คน และบุตรสาว 1 คน) บุตรชายสองคนของเขาได้เดินตามรอยเท้าผู้เป็นพ่อเข้าสู่เส้นทางนักฟิสิกส์ ได้แก่ เท็ตสึจิ นิชิกาวะ (พ.ศ. 2469–2553) ผู้ร่วมก่อตั้งและอดีตผู้อำนวยการขององค์การวิจัยเครื่องเร่งอนุภาคพลังงานสูง (KEK) และ เคียวจิ นิชิกาวะ (เกิด พ.ศ. 2477) ศาสตราจารย์กิตติคุณแห่งมหาวิทยาลัยฮิโรชิมา ผู้เชี่ยวชาญด้านนิวเคลียร์ฟิวชันและพลาสมา

โชจิ นิชิกาวะ เสียชีวิตด้วยอาการอัมพาต (Apoplexy) ที่บ้านของเขาเมื่อวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2495

คำถามที่พบบ่อย

โชจิ นิชิกาวะ คือใคร?

โชจิ นิชิกาวะ เป็นนักฟิสิกส์ชาวญี่ปุ่นผู้บุกเบิกด้านผลึกศาสตร์ (Crystallography) และเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งสมาคมผลึกศาสตร์แห่งญี่ปุ่น

ผลงานที่โดดเด่นที่สุดของ โชจิ นิชิกาวะ คืออะไร?

ผลงานที่โดดเด่นของเขาคือการบุกเบิกการใช้กลุ่มปริภูมิ (Space groups) เพื่อกำหนดโครงสร้างผลึก โดยเฉพาะในสารประกอบสปิเนล และการวิเคราะห์การเปลี่ยนเฟสของควอตซ์

นิชิกาวะมีความสัมพันธ์อย่างไรกับ RIKEN และมหาวิทยาลัยโตเกียว?

เขาเป็นผู้นำกลุ่มวิจัยกลุ่มแรกที่ RIKEN และเป็นศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยโตเกียวตั้งแต่ปี พ.ศ. 2467 จนถึงปี พ.ศ. 2488

ลูกชายของโชจิ นิชิกาวะ เป็นนักฟิสิกส์ด้วยหรือไม่?

ใช่ เขามีบุตรชายสองคนที่ประสบความสำเร็จในด้านฟิสิกส์ คือ เท็ตสึจิ นิชิกาวะ (อดีตผู้อำนวยการ KEK) และ เคียวจิ นิชิกาวะ (ผู้เชี่ยวชาญด้านพลาสมาและนิวเคลียร์ฟิวชัน)