← กลับไปยังบทความทั้งหมด

อัตราการขึ้นเบสในกีฬาเบสบอล

สรุปใจความสำคัญ

  • OBP วัดความถี่ที่ผู้ตีสามารถขึ้นเบสได้ โดยนับรวมการตีโดน, การเดินเบส และการถูกลูกบอลขว้างใส่
  • ได้รับการยอมรับเป็นสถิติอย่างเป็นทางการของ MLB ในปี ค.ศ. 1984
  • เป็นหัวใจสำคัญของแนวคิด Sabermetrics และถูกทำให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางผ่านหนังสือ Moneyball
  • Ted Williams เป็นผู้ถือสถิติ OBP ตลอดอาชีพสูงสุดที่ .482

ในสถิติของกีฬาเบสบอล อัตราการขึ้นเบส หรือ On-base percentage (OBP) คือค่าที่ใช้วัดความถี่ที่ผู้ตี (Batter) สามารถขึ้นสู่เบสได้สำเร็จ โดยสถิตินี้ได้รับการยอมรับให้เป็นสถิติอย่างเป็นทางการของเมเจอร์ลีกเบสบอล (MLB) มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1984 บางครั้งอาจถูกเรียกว่า On-base average (OBA) เนื่องจากในทางปฏิบัติมักนำเสนอในรูปแบบทศนิยมมากกว่าเปอร์เซ็นต์เต็ม

ตัวอย่างการแสดงผลสถิติ OBP ในตารางคะแนนเบสบอล
ตัวอย่างการแสดงผลสถิติ OBP ในตารางคะแนนเบสบอล

การคำนวณและหลักการ

โดยทั่วไป OBP ถูกนิยามว่าคือความถี่ที่ผู้ตีขึ้นเบสต่อการปรากฏตัวที่จานตี (Plate Appearance) แต่ในทางสถิติอย่างเป็นทางการ จะคำนวณจากอัตราส่วนระหว่างจำนวนครั้งที่ขึ้นเบสได้สำเร็จ กับผลรวมของจำนวนครั้งที่ตี, การเดินเบส, การถูกลูกบอลขว้างใส่ และการตีลูกลอยแบบเสียสละ

สูตรการคำนวณ

สูตรคำนวณ On-base percentage
สูตรการคำนวณ On-base percentage (OBP)

สูตรคือ: OBP = (H + BB + HBP) / (AB + BB + HBP + SF)

  • H (Hits): จำนวนครั้งที่ตีลูกโดนและขึ้นเบสได้
  • BB (Bases on Balls): จำนวนครั้งที่เดินเบส (Walks)
  • HBP (Hit By Pitch): จำนวนครั้งที่ถูกลูกบอลขว้างใส่
  • AB (At Bats): จำนวนครั้งที่ตี
  • SF (Sacrifice Flies): การตีลูกลอยแบบเสียสละ

สิ่งที่ควรทราบคือ OBP จะไม่นับรวมการขึ้นเบสที่เกิดจากความผิดพลาดของผู้เล่นฝ่ายรับ (Fielding Errors), การเลือกของผู้เล่นฝ่ายรับ (Fielder's Choice), การที่ลูกสไตรค์ที่สามไม่ถูกจับ, การขัดขวางโดยผู้เล่นฝ่ายรับ หรือการแทรกแซงของแคตเชอร์ นอกจากนี้ จะไม่นำการตีแบบเสียสละ (Sacrifice Bunt) มาคำนวณในตัวหาร เนื่องจากถือว่าเป็นการกระทำตามคำสั่งของผู้จัดการทีมที่คาดการณ์ไว้แล้วว่าจะไม่ขึ้นเบส ซึ่งไม่สะท้อนถึงความสามารถที่แท้จริงของผู้ตีในการขึ้นเบส

ประวัติความเป็นมา

สถิตินี้ถูกคิดค้นขึ้นในช่วงปลายทศวรรษ 1940 โดย Allan Roth นักสถิติของทีม Brooklyn Dodgers ร่วมกับ Branch Rickey ผู้จัดการทั่วไปในขณะนั้น ต่อมาในปี ค.ศ. 1954 Branch Rickey (ซึ่งขณะนั้นเป็นผู้จัดการทั่วไปของ Pittsburgh Pirates) ได้ปรากฏในนิตยสาร Life พร้อมกราฟิกที่แสดงสูตร OBP เป็นส่วนหนึ่งของสมการการบุก แต่ในขณะนั้นสถิตินี้ยังไม่เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในวงการเบสบอล

OBP กลายเป็นสถิติอย่างเป็นทางการของ MLB ในปี ค.ศ. 1984 และได้รับความสนใจอย่างมหาศาลหลังจากหนังสือ Moneyball ในปี ค.ศ. 2003 ซึ่งนำเสนอเรื่องราวของ Billy Beane ผู้จัดการทั่วไปของทีม Oakland Athletics ที่ให้ความสำคัญกับ OBP มากกว่าค่าเฉลี่ยการตี (Batting Average) แบบดั้งเดิม นักวิเคราะห์ในสาย Sabermetrics มองว่า OBP เป็นตัวชี้วัดทักษะการบุกที่มีประสิทธิภาพมากกว่า เพราะนับรวมวิธีการขึ้นเบสในรูปแบบอื่นนอกเหนือจากการตีโดนเพียงอย่างเดียว

การนำไปใช้และค่าสถิติ

ในทางกลยุทธ์ ผู้เล่นที่มีค่า OBP สูงมักจะได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ตีคนแรก (Leadoff Hitter) เพื่อเพิ่มโอกาสในการมีผู้เล่นอยู่บนเบสสำหรับผู้ตีคนถัดไป ยกเว้นในกรณีที่เป็นผู้ตีสายพลัง (Power Hitters) ซึ่งอาจจะตีในลำดับที่ต่ำลงมาเล็กน้อย

ค่าเฉลี่ย OBP ของลีก MLB มีการเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย โดยในช่วงยุค Dead-ball era ค่าเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ .300 และพุ่งสูงขึ้นถึง .340 ในช่วงปลายทศวรรษ 1990 สำหรับสถิติรายบุคคล Ted Williams ถือเป็นผู้เล่นที่มีค่า OBP ตลอดอาชีพสูงสุดที่ .482 (สำหรับผู้เล่นที่มีการปรากฏตัวที่จานตีมากกว่า 3,000 ครั้ง) ในขณะที่ Bill Bergen มีค่า OBP ต่ำสุดที่ .194

ความสัมพันธ์กับสถิติอื่น

ค่า OBP มักถูกนำไปบวกกับค่าเฉลี่ยการตีไกล (Slugging Average - SLG) เพื่อคำนวณหาค่า On-base plus slugging (OPS) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดรวมที่แสดงถึงความสามารถในการขึ้นเบสและพลังในการทำแต้มของผู้ตี

คำถามที่พบบ่อย

On-base percentage (OBP) แตกต่างจาก Batting Average อย่างไร?

Batting Average นับเฉพาะจำนวนครั้งที่ตีโดน (Hits) หารด้วยจำนวนครั้งที่ตี (At Bats) แต่ OBP นับรวมการเดินเบส (Walks) และการถูกลูกบอลบอลขว้างใส่ (Hit By Pitch) ซึ่งเป็นวิธีอื่นในการขึ้นเบส ทำให้ OBP สะท้อนความสามารถในการไม่ถูกเอาท์ได้ดีกว่า

ทำไมการตีแบบเสียสละ (Sacrifice Bunt) ถึงไม่ถูกนำมาคำนวณใน OBP?

เพราะการตีแบบเสียสละมักเป็นคำสั่งจากผู้จัดการทีม โดยผู้ตีตั้งใจที่จะเอาท์ตัวเองเพื่อให้เพื่อนร่วมทีมบนเบสเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้ จึงไม่ถือเป็นการวัดความสามารถของผู้ตีในการพยายามขึ้นเบสด้วยตนเอง

ค่า OBP ที่ดีคือเท่าไหร่?

ค่า OBP จะแตกต่างกันไปตามยุคสมัย แต่โดยทั่วไปค่าเฉลี่ยของลีกจะอยู่ที่ประมาณ .300 ถึง .340 ผู้เล่นที่มีค่า OBP สูงกว่า .400 จะถูกมองว่าเป็นผู้ตีที่ยอดเยี่ยมมาก

OBP ใช้คำนวณอะไรต่อได้อีก?

OBP มักถูกนำไปบวกกับ Slugging Average (SLG) เพื่อให้ได้ค่า OPS (On-base plus slugging) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดประสิทธิภาพการบุกโดยรวมของผู้ตี

ใครคือผู้คิดค้น OBP?

OBP ถูกคิดค้นขึ้นในช่วงปลายทศวรรษ 1940 โดย Allan Roth นักสถิติของทีม Brooklyn Dodgers และ Branch Rickey