← กลับไปยังบทความทั้งหมด

Openlaw นวัตกรรมกฎหมายแบบเปิด (Open Source Law) กฎหมายที่ทุกคนช่วยกันสร้าง

สรุปใจความสำคัญ

  • Openlaw เป็นโครงการของ Berkman Klein Center แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ที่ใช้แนวคิด Open Source กับการร่างข้อโต้แย้งทางกฎหมาย
  • ใช้สัญญาอนุญาตแบบ Copyleft เพื่อให้สาธารณชนสามารถนำข้อโต้แย้งไปพัฒนาต่อและให้เกิดการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
  • โครงการนี้เริ่มต้นจากการท้าทายกฎหมายขยายเวลาลิขสิทธิ์ Sonny Bono Copyright Term Extension Act ในคดี Eldred v. Ashcroft
  • แนวคิดนี้ช่วยให้กลุ่มสิทธิพลเมืองสามารถนำข้อโต้แย้งทางกฎหมายไปใช้ประโยชน์ในกิจกรรมรณรงค์ทางสังคมได้

ในโลกของกฎหมายที่มักจะถูกมองว่าลึกลับและจำกัดอยู่เพียงในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ Openlaw คือโครงการที่เกิดขึ้นที่ Berkman Klein Center for Internet & Society แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard Law School) โดยมีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนวิธีการสร้างข้อโต้แย้งทางกฎหมายให้กลายเป็นกระบวนการที่เปิดกว้างและโปร่งใส

แนวคิดพื้นฐานของ Openlaw

Openlaw ใช้โมเดลของ ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส (Open Source Software) โดยการนำข้อโต้แย้งทางกฎหมายมาเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาตแบบ Copyleft เพื่อให้สาธารณชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการเสนอแนะ ปรับปรุง และพัฒนาข้อโต้แย้งเหล่านั้นให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

จุดเริ่มต้นและกรณีศึกษา Eldred v. Ashcroft

โครงการนี้เริ่มต้นขึ้นในปี 1998 เมื่อ Lawrence Lessig (ปัจจุบันอยู่ที่ Stanford Law School) ได้รับคำขอจาก Eldritch Press ซึ่งเป็นสำนักพิมพ์ออนไลน์ที่นำหนังสือที่หมดอายุลิขสิทธิ์มาเผยแพร่บนเว็บ

ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อสหรัฐฯ ออกกฎหมาย Sonny Bono Copyright Term Extension Act ซึ่งขยายเวลาคุ้มครองลิขสิทธิ์จาก 50 ปี เป็น 70 ปีหลังจากผู้เขียนเสียชีวิต ทำให้ Eldritch Press ขาดแคลนเนื้อหาใหม่ๆ Lessig จึงเชิญชวนให้นักศึกษากฎหมายและผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกมาร่วมกันร่างข้อโต้แย้งทางกฎหมายผ่านฟอรัมออนไลน์ เพื่อท้าทายกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งกระบวนการนี้เองที่ได้วิวัฒนาการกลายเป็น Openlaw

ความแตกต่างระหว่างสำนักงานกฎหมายแบบดั้งเดิมและ Openlaw

หัวข้อสำนักงานกฎหมายแบบดั้งเดิมOpenlaw
กระบวนการทำงานทำงานเบื้องหลัง ประชุมลับทำงานในที่สาธารณะ เปิดเผยข้อมูล
การเข้าถึงข้อมูลข้อโต้แย้งสุดท้ายถูกเปิดเผยในศาลเท่านั้นข้อโต้แย้ง (Source Code) ถูกเปิดเผยตั้งแต่ต้น
การพัฒนาข้อโต้แย้งทนายความกลุ่มเล็กๆ เป็นผู้ร่างนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากช่วยกันตรวจสอบ

Wendy Seltzer ผู้ดูแลโครงการ Openlaw อธิบายว่า ประโยชน์ที่ได้รับนั้นเหมือนกับซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส คือมีคนจำนวนมากช่วยกันตรวจสอบ "โค้ด" (ข้อโต้แย้ง) เพื่อหาจุดบกพร่อง (Bugs) และเสนอวิธีแก้ไข หรือนำส่วนที่ยังไม่สมบูรณ์มาพัฒนาต่อจนกว่าจะสมบูรณ์ที่สุด

ข้อดีและข้อจำกัดของแนวคิด Openlaw

ข้อดี

  • ความแข็งแกร่งของข้อโต้แย้ง: การมีผู้เชี่ยวชาญหลายร้อยคนช่วยกันตรวจสอบทำให้ข้อโต้แย้งมีความรัดกุมยิ่งขึ้น
  • ประโยชน์สาธารณะ: กลุ่มสิทธิพลเมืองสามารถนำข้อโต้แย้งของ Openlaw ไปปรับใช้ในจดหมายถึงสภาคองเกรส หรือใบปลิวเพื่อสร้างความตระหนักรู้

ข้อจำกัด

  • การขาดความลับ: เนื่องจากข้อมูลถูกเปิดเผยตั้งแต่ต้น ทำให้ไม่สามารถสร้างความประหลาดใจ (Surprise) ให้กับฝ่ายตรงข้ามในศาลได้
  • ไม่เหมาะกับทุกคดี: ไม่สามารถใช้กับคดีที่ต้องการความลับขั้นสูงสุดหรือข้อมูลที่เป็นความลับทางการค้า

แม้ว่าในคดี Eldred v. Ashcroft จะพ่ายแพ้ในศาลฎีกาในปี 2003 แต่ Openlaw ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าการสร้างความรู้ทางกฎหมายแบบเปิดสามารถสร้างผลกระทบในวงกว้างและเป็นประโยชน์ต่อสังคมได้

คำถามที่พบบ่อย

Openlaw คืออะไร?

Openlaw คือโครงการที่นำแนวคิดซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สมาใช้กับการร่างข้อโต้แย้งทางกฎหมาย โดยเปิดให้ผู้เชี่ยวชาญและสาธารณชนช่วยกันตรวจสอบและปรับปรุงข้อโต้แย้งนั้นๆ ในที่สาธารณะ

ทำไม Openlaw ถึงใช้สัญญาอนุญาตแบบ Copyleft?

เพื่อให้มั่นใจว่าข้อโต้แย้งทางกฎหมายที่ถูกพัฒนาขึ้นจะยังคงเป็นของสาธารณะและไม่ถูกนำไปใช้เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวของบริษัทกฎหมายใดบริษัทหนึ่งเพียงผู้เดียว

ข้อเสียของการใช้แนวคิด Openlaw ในการสู้คดีคืออะไร?

ข้อเสียหลักคือการเปิดเผยกลยุทธ์และข้อโต้แย้งทั้งหมดในที่สาธารณะ ทำให้ฝ่ายตรงข้ามทราบล่วงหน้าและไม่สามารถใช้กลยุทธ์การจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัวในศาลได้