สโมสรฟุตบอลเออเรโบร เอสเค
สรุปใจความสำคัญ
- ก่อตั้งเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ค.ศ. 1908 โดยกลุ่มเยาวชนที่แยกตัวจาก IFK Örebro
- ใช้สนาม Behrn Arena เป็นสนามเหย้า และมีฉายาว่า Svartvitt (ขาว-ดำ)
- เคยเล่นในลีกสูงสุด Allsvenskan มาแล้วทั้งหมด 50 ฤดูกาล
- สร้างสถิติผู้ชมสูงสุด 20,066 คน ในนัดที่พบกับ Degerfors IF
สโมสรฟุตบอลเออเรโบร เอสเค (Örebro Sportklubb หรือที่รู้จักกันในชื่อ Örebro SK หรือ ÖSK) เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพของประเทศสวีเดน ตั้งอยู่ที่เมืองเออเรโบร สโมสรนี้มีความเกี่ยวข้องกับสหพันธ์ฟุตบอลจังหวัดเออเรโบร (Örebro Läns Fotbollförbund) และใช้สนาม Behrn Arena เป็นสนามเหย้า
สโมสรใช้ชุดแข่งสีขาวและกางเกงสีดำ ซึ่งเป็นที่มาของฉายา "Svartvitt" (ขาว-ดำ) สโมสรก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ค.ศ. 1908 และมีประวัติการแข่งขันในลีกสูงสุดของสวีเดน หรือ Allsvenskan มาแล้วถึง 50 ฤดูกาล โดยเริ่มเข้าสู่ลีกสูงสุดครั้งแรกในฤดูกาล 1946–47

ประวัติการก่อตั้งและยุคแรกเริ่ม
สโมสรถูกก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1908 โดยกลุ่มเยาวชน 79 คนที่แยกตัวออกมาจากสโมสร IFK Örebro เนื่องจากความขัดแย้งภายใน โดยมี Pelle Molin และ Karl Graflund เป็นบุคคลสำคัญในการก่อตั้ง ในช่วงแรกมีการเสนอชื่อสโมสรว่า Örebro Idrottsförening หรือ Örebro Allmänna Idrottsklubb แต่ในที่สุดได้ตกลงใช้ชื่อ Örebro Sportklubb (ÖSK) และใช้ชุดแข่งสีดำล้วนในช่วงเริ่มต้น
ในปี ค.ศ. 1909 สโมสรคว้าแชมป์รายการท้องถิ่นของกีฬาแบนดี้ (Bandy) และเริ่มลงแข่งขันฟุตบอลนัดแรกในปีเดียวกัน ก่อนจะเข้าสู่การแข่งขันลีกในระดับท้องถิ่น (Örebro League) ในปี ค.ศ. 1911 และคว้าแชมป์ลีกได้เป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1913
ในช่วงทศวรรษ 1920 สโมสรเริ่มมีการจ้างผู้ฝึกสอนคนแรกคือ Hjalmar Bergman ในปี ค.ศ. 1920 และได้เริ่มแข่งขันในระดับนานาชาติเป็นครั้งแรกโดยพบกับทีม B 93 จากโคเปนเฮเกน ต่อมาในปี ค.ศ. 1922 สโมสรได้เปลี่ยนชุดแข่งจากสีดำล้วนเป็นเสื้อสีขาวและกางเกงสีดำ ซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์จนถึงปัจจุบัน
เส้นทางสู่ลีกสูงสุด (Allsvenskan)
เออเรโบร เอสเค ประสบกับความผันผวนในระดับดิวิชันในช่วงแรก โดยมีการเลื่อนชั้นและตกชั้นระหว่างดิวิชัน 1, 2 และ 3 หลายครั้ง จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1946 สโมสรสามารถเลื่อนชั้นสู่ Allsvenskan ได้เป็นครั้งแรกหลังจากเอาชนะ Surahammar ในรอบเพลย์ออฟ แม้ว่าในช่วงแรกจะรักษาตำแหน่งในลีกสูงสุดได้เพียงระยะเวลาสั้นๆ แต่สโมสรก็ได้สร้างชื่อเสียงและพัฒนาทีมอย่างต่อเนื่อง

ยุคสร้างความมั่นคง (ค.ศ. 1960–1978)
สโมสรกลับเข้าสู่ Allsvenskan อีกครั้งในปี ค.ศ. 1960 และเริ่มสร้างความมั่นคงในฐานะทีมระดับกลางตาราง โดยมีผลงานที่โดดเด่นคือการคว้าเหรียญทองแดง (อันดับ 4) ในปี ค.ศ. 1961 และปี ค.ศ. 1967
เหตุการณ์สำคัญในยุคนี้คือการแข่งขันดาร์บี้แมตช์กับคู่ปรับอย่าง Degerfors IF ซึ่งมีผู้ชมเข้าชมสูงถึง 20,066 คน ซึ่งยังคงเป็นสถิติสูงสุดของสโมสร นอกจากนี้ ในปี ค.ศ. 1970 สโมสรได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเอาชนะ IFK Göteborg 1–0 ซึ่งส่งผลให้แชมป์เก่าในขณะนั้นต้องตกชั้นสู่ดิวิชัน 2 และเหตุการณ์นี้ยังถูกบันทึกว่าเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาฮูลิแกนในสวีเดน เมื่อแฟนบอลของ IFK Göteborg บุกรุกสนามและรื้อเสาประตูออก
การต่อสู้ในดิวิชัน 2 และการกลับมา (ค.ศ. 1979–1987)
หลังจากตกชั้นในปี ค.ศ. 1978 สโมสรต้องใช้เวลาหลายปีในการต่อสู้ในดิวิชัน 2 โดยจบอันดับที่ 2 ถึงสามฤดูกาลติดต่อกัน (ค.ศ. 1979–1981) แต่ไม่สามารถเลื่อนชั้นได้ จนกระทั่งมีการแต่งตั้ง Roy Hodgson ผู้จัดการทีมชื่อดังเข้ามานำทัพเพื่อผลักดันให้ทีมกลับสู่ลีกสูงสุดอีกครั้ง
คำถามที่พบบ่อย
สโมสรเออเรโบร เอสเค ก่อตั้งขึ้นเมื่อใด?
สโมสรก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ค.ศ. 1908
ฉายา 'Svartvitt' ของสโมสรมีความหมายว่าอะไร?
Svartvitt ในภาษาสวีเดนหมายถึง 'ขาว-ดำ' ซึ่งมาจากสีของชุดแข่งเสื้อสีขาวและกางเกงสีดำของสโมสร
สนามเหย้าของเออเรโบร เอสเค คือสนามใด?
สนามเหย้าของสโมสรคือ Behrn Arena (เดิมชื่อ Eyravallen)
สโมสรเคยประสบความสำเร็จสูงสุดในลีก Allsvenskan อย่างไร?
สโมสรเคยคว้าเหรียญทองแดง (อันดับ 4) ในลีก Allsvenskan สองครั้งในปี ค.ศ. 1961 และ 1967
