ภารกิจติดตามสถานการณ์พิเศษของ OSCE ในยูเครน
สรุปใจความสำคัญ
- ก่อตั้งในเดือนมีนาคม 2014 เพื่อลดความตึงเครียดหลังการผนวกไครเมียและการปะทุของความขัดแย้งในยูเครนตะวันออก
- ปฏิบัติหน้าที่โดยผู้สังเกตการณ์จาก 53 ประเทศสมาชิก OSCE โดยใช้เทคโนโลยี เช่น โดรน และกล้องตรวจการณ์
- สิ้นสุดภารกิจในวันที่ 31 มีนาคม 2022 หลังจากการรุกรานยูเครนโดยรัสเซีย
ภารกิจติดตามสถานการณ์พิเศษของ OSCE ในยูเครน (OSCE Special Monitoring Mission to Ukraine หรือ SMM) คือภารกิจสังเกตการณ์พลเรือนระหว่างประเทศภายใต้การดำเนินงานขององค์การเพื่อความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป (OSCE) โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อช่วยลดความตึงเครียดและส่งเสริมสันติภาพภายในประเทศยูเครน
ภารกิจนี้เริ่มต้นขึ้นในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2557 ภายหลังการผนวกคาบสมุทรไครเมียโดยรัสเซียและการปะทุของความขัดแย้งในภาคตะวันออกของยูเครน และได้สิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2565 เนื่องจากการรุกรานยูเครนโดยรัสเซียในวงกว้าง

ภูมิหลังและการก่อตั้ง
วิกฤตการณ์ในยูเครนเริ่มต้นขึ้นในช่วงปลายปี พ.ศ. 2556 เมื่อเกิดการประท้วงครั้งใหญ่ในกรุงเคียฟ เพื่อตอบโต้การตัดสินใจของประธานาธิบดีวิกตอร์ ยานูโควิช ที่ยกเลิกข้อตกลงความร่วมมือกับสหภาพยุโรป นำไปสู่การล่มสลายของรัฐบาลในต้นปี พ.ศ. 2557 และความไม่สงบที่แพร่กระจายไปยังภูมิภาคที่พูดภาษารัสเซียทางตะวันออกและทางใต้ของประเทศ
วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2557 นายดิดิเยร์ บูร์คฮัลเตอร์ ประธาน OSCE ในขณะนั้น ได้เสนอให้จัดตั้งกลุ่มติดต่อทางการทูตและภารกิจสังเกตการณ์ระหว่างประเทศ เพื่อสนับสนุนยูเครนในการหาทางออกทางการทูตต่อวิกฤตการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น
อาณัติและโครงสร้างการดำเนินงาน
ภารกิจ SMM ได้รับมอบหมายอำนาจหน้าที่ (Mandate) ดังนี้:
- รวบรวมข้อมูลและรายงานสถานการณ์ด้านความมั่นคงในพื้นที่ปฏิบัติการ
- ตรวจสอบและรายงานข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์เฉพาะหน้า รวมถึงการละเมิดหลักการและพันธกรณีพื้นฐานของ OSCE
- ติดตามและสนับสนุนการเคารพสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐาน รวมถึงสิทธิของชนกลุ่มน้อย
- สร้างความสัมพันธ์กับหน่วยงานระดับท้องถิ่น ภูมิภาค และระดับชาติ รวมถึงภาคประชาสังคม กลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มศาสนา และประชากรในพื้นที่
- ส่งเสริมการเจรจาในพื้นที่เพื่อลดความตึงเครียดและทำให้สถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติ
- รายงานข้อจำกัดในการเคลื่อนไหวของภารกิจหรืออุปสรรคอื่น ๆ ที่ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ตามอาณัติ
- ประสานงานกับหน่วยงานอื่น ๆ ของ OSCE เช่น ข้าหลวงใหญ่ด้านชนกลุ่มน้อย และความร่วมมือกับองค์การสหประชาชาติ (UN) และสภายุโรป (Council of Europe)
ขอบเขตการปฏิบัติงานครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดของยูเครนตามเส้นเขตแดนที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยในปี พ.ศ. 2563 ภารกิจนี้ประกอบด้วยผู้สังเกตการณ์ประมาณ 700 คน จาก 53 ประเทศสมาชิก OSCE พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่ระหว่างประเทศเพิ่มเติม มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงเคียฟ
เครื่องมือและการรายงานผล
SMM ใช้เทคโนโลยีทันสมัยในการติดตามการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง เช่น อากาศยานไร้คนขับ (Drones) และกล้องวงจรปิดติดตั้งคงที่ ภารกิจมีการเผยแพร่ข้อมูลสู่สาธารณะผ่านหลายรูปแบบ ได้แก่ รายงานประจำวัน รายงานเหตุการณ์เฉพาะกิจ และรายงานเชิงประเด็น (Thematic Reports) เช่น ผลกระทบของความขัดแย้งต่อการเข้าถึงการศึกษา นอกจากนี้ยังมีช่อง YouTube เพื่อเผยแพร่วิดีโอหลักฐานการสังเกตการณ์
ลำดับเหตุการณ์สำคัญ
สถานการณ์ทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อสหพันธรัฐรัสเซียเข้าแทรกแซงและผนวกคาบสมุทรไครเมียในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2557 ตามมาด้วยสงครามในดอนบาสระหว่างกองกำลังรัฐบาลยูเครนและกองกำลังแบ่งแยกดินแดนที่สนับสนุนโดยรัสเซีย

เพื่อบรรเทาสถานการณ์ OSCE ได้ส่งผู้สังเกตการณ์ชุดแรก 100 คน เข้าพื้นที่เมื่อวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2557 ต่อมามีการลงนามในพิธีสารมินสก์ (Minsk Protocol) ฉบับแรกเมื่อวันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2557 โดยยูเครนและรัสเซีย เพื่อกำหนดการหยุดยิง ซึ่งภารกิจ SMM ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ติดตามการปฏิบัติตามข้อตกลงดังกล่าว อย่างไรก็ตาม การหยุดยิงไม่เคยเกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์และสถานการณ์ยังคงมีความผันผวนจนกระทั่งเกิดการรุกรานเต็มรูปแบบในปี พ.ศ. 2565 ซึ่งนำไปสู่การยุติภารกิจในที่สุด
คำถามที่พบบ่อย
ภารกิจ SMM ของ OSCE คืออะไร?
คือภารกิจสังเกตการณ์พลเรือนระหว่างประเทศที่จัดตั้งขึ้นเพื่อติดตามสถานการณ์ความมั่นคง รายงานการละเมิดสิทธิมนุษยชน และส่งเสริมสันติภาพในยูเครนระหว่างปี 2014 ถึง 2022
SMM มีหน้าที่หลักอะไรบ้าง?
หน้าที่หลักคือการรวบรวมข้อมูลด้านความมั่นคง ตรวจสอบการหยุดยิง รายงานข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ความรุนแรง และส่งเสริมการเจรจาระหว่างคู่ขัดแย้งในพื้นที่
ทำไมภารกิจ SMM ถึงสิ้นสุดลง?
ภารกิจสิ้นสุดลงในวันที่ 31 มีนาคม 2022 เนื่องจากสถานการณ์การรุกรานยูเครนโดยรัสเซียในวงกว้าง ทำให้ไม่สามารถดำเนินภารกิจสังเกตการณ์ตามอาณัติเดิมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
SMM ใช้เครื่องมืออะไรในการติดตามสถานการณ์?
SMM ใช้ทั้งการลงพื้นที่สังเกตการณ์โดยมนุษย์ และเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น อากาศยานไร้คนขับ (UAVs) และกล้องถ่ายภาพระยะไกลแบบติดตั้งคงที่
