ออสวาลด์ เดอ อันดราเด บิดาแห่งลัทธิกินคนทางวัฒนธรรมของบราซิล
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งลัทธิโมเดิร์นนิสม์ในบราซิลและสมาชิกของ Group of Five
- ผู้เขียน Manifesto Antropófago (1928) ซึ่งเสนอแนวคิดการกลืนกินวัฒนธรรมต่างชาติเพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่
- มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนทางการเงินแก่ศิลปินโมเดิร์นนิสม์ในบราซิล
- สร้างอิทธิพลต่อขบวนการทางวัฒนธรรมในเวลาต่อมา เช่น Tropicalismo และ Cinema Novo
โฮเซ ออสวาลด์ เดอ ซูซา อันดราเด (José Oswald de Souza Andrade; 11 มกราคม ค.ศ. 1890 – 22 ตุลาคม ค.ศ. 1954) เป็นกวี นักเขียนนวนิยาย และนักวิจารณ์วัฒนธรรมชาวบราซิล ผู้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการวางรากฐานลัทธิโมเดิร์นนิสม์ (Modernism) ในประเทศบราซิล เขาใช้ชีวิตส่วนใหญ่และเสียชีวิตที่เมืองเซาเปาโล

บทบาทในการก่อตั้งลัทธิโมเดิร์นนิสม์
อันดราเดเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งลัทธิโมเดิร์นนิสม์ของบราซิล และเป็นสมาชิกของ Group of Five ซึ่งประกอบด้วยตัวเขา, มาริโอ เดอ อันดราเด (Mário de Andrade), อานิตา มัลฟัตตี (Anita Malfatti), ตาร์ซิลา ดู อามารัล (Tarsila do Amaral) และเมน็อตตี เดล ปิกเกีย (Menotti del Picchia) นอกจากนี้เขายังมีส่วนร่วมในสัปดาห์ศิลปะสมัยใหม่ (Semana de Arte Moderna) ซึ่งเป็นเหตุการณ์สำคัญที่พลิกโฉมหน้าศิลปะในบราซิล
ประวัติและการขับเคลื่อนทางสังคม
อันดราเดเกิดในครอบครัวชนชั้นกลางระดับสูงที่มั่งคั่งในเซาเปาโล เขาได้ใช้ทรัพย์สินและเครือข่ายทางสังคมของตนในการสนับสนุนศิลปินและโครงการทางศิลปะแนวโมเดิร์นนิสม์มากมาย โดยเป็นผู้อุปถัมภ์การตีพิมพ์นวนิยายสำคัญหลายเรื่อง ผลิตละครเวทีเชิงทดลอง และสนับสนุนจิตรกรหลายท่าน รวมถึง ตาร์ซิลา ดู อามารัล ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเขาเป็นเวลานาน และ ลาซาร์ เซกัลล์ (Lasar Segall)
ในด้านการเมือง อันดราเดเข้าเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ในปี ค.ศ. 1931 แต่ได้ลาออกในปี ค.ศ. 1945 เนื่องจากความผิดหวังในแนวทางของพรรค เขาเป็นบุคคลที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์บ่อยครั้งเนื่องจากทัศนะทางการเมืองที่รุนแรงและการแสดงออกที่ตรงไปตรงมา นอกจากนี้ เขายังมีความขัดแย้งส่วนตัวกับ มาริโอ เดอ อันดราเด ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1929 หลังจากที่ออสวาลด์ตีพิมพ์บทความโดยใช้นามแฝงเพื่อล้อเลียนมาริโอ ซึ่งความขัดแย้งนี้ดำเนินต่อเนื่องไปจนกระทั่งมาริโอเสียชีวิตในปี ค.ศ. 1945
ลัทธิกินคนทางวัฒนธรรม (Manifesto Antropófago)
ผลงานที่สร้างชื่อเสียงและมีความสำคัญที่สุดของอันดราเดคือ Manifesto Antropófago (คำประกาศลัทธิกินคน) ซึ่งตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1928 แนวคิดหลักของคำประกาศนี้คือ การเสนอว่าประเทศที่เคยตกเป็นอาณานิคม เช่น บราซิล ไม่ควรปฏิเสธวัฒนธรรมของผู้ล่าอาณานิคม แต่ควร "กลืนกิน" (ingest) และ "ย่อย" (digest) วัฒนธรรมเหล่านั้น แล้วนำมาปรับใช้และสร้างสรรค์ใหม่ในรูปแบบของตนเอง
แนวคิดนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากนักคิดอย่าง มิเชล เดอ มงแตญ (Michel de Montaigne), คาร์ล มาร์กซ์ (Karl Marx), ซิกมุนด์ ฟรอยด์ (Sigmund Freud) และ อ็องเดร เบรตอง (André Breton) โดยอันดราเดแยกแยะระหว่าง "การกินคน" ในเชิงกายภาพ (cannibalism) กับ "ลัทธิกินคนทางวัฒนธรรม" (Anthropophagy) ซึ่งอย่างหลังเป็นพิธีกรรมของชนพื้นเมืองในบราซิลเพื่อรับเอาโลกทัศน์และพลังของผู้ที่ถูกกินเข้ามาในตัว
ประโยคที่เป็นสัญลักษณ์ของแนวคิดนี้คือ "Tupi or not Tupi: that is the question" ซึ่งเป็นการเล่นคำจากบทละครของเชกสเปียร์ เพื่อเฉลิมฉลองชาวตูปี (Tupi) ชนพื้นเมืองบราซิล และในขณะเดียวกันก็เป็นการแสดงให้เห็นถึงการ "กิน" วัฒนธรรมตะวันตก (เชกสเปียร์) เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของตน
ลัทธิกินคนทางวัฒนธรรมส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อศิลปะบราซิลในหลายแขนง เช่น โรงละคร (Teatro Oficina), ดนตรี (Tropicalismo) และภาพยนตร์ (Cinema Novo) นักวิชาการบางท่าน เช่น ออกุสโต เดอ คัมโปส และ เอดูอาร์โด วิเวโรส เดอ คาสโตร มองว่านี่คือการเคลื่อนไหวทางศิลปะที่รุนแรงและเป็น "ปรัชญาดั้งเดิม" เพียงหนึ่งเดียวที่บราซิลผลิตขึ้นเอง แม้จะมีนักวิจารณ์บางส่วนมองว่าแนวคิดนี้มีความหลากหลายเกินกว่าจะสรุปเป็นหลักการเดียวได้ก็ตาม
ผลงานที่สำคัญ
อันดราเดสร้างสรรค์ผลงานหลากหลายประเภท ทั้งกวีนิพนธ์ นวนิยาย และบทความวิจารณ์ ดังนี้:
- Alma (ค.ศ. 1922)
- Manifesto Pau-Brasil (ค.ศ. 1924)
- Pau-Brasil (กวีนิพนธ์, ค.ศ. 1925)
- A Estrela de Absinto (ค.ศ. 1927)
- Manifesto Antropófago (ค.ศ. 1928)
- Serafim Ponte Grande (ค.ศ. 1933)
- Meu Testamento (ค.ศ. 1944)
- A Arcádia e a Inconfidência (ค.ศ. 1945)
- A Crise da Filosofia Messiânica (ค.ศ. 1950)
- Um Aspecto Antropofágico da Cultura Brasileira: O Homem Cordial (ค.ศ. 1950)
- A Marcha das Utopias (ค.ศ. 1953)
คำถามที่พบบ่อย
ลัทธิกินคนทางวัฒนธรรม (Antropofagia) คืออะไร?
คือแนวคิดที่เสนอว่าประเทศที่เคยเป็นอาณานิคมควรรับเอาวัฒนธรรมของผู้ล่าอาณานิคมมา 'กลืนกิน' และ 'ย่อย' เพื่อนำมาสร้างสรรค์เป็นวัฒนธรรมของตนเอง แทนที่จะเลียนแบบหรือปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง
ประโยค 'Tupi or not Tupi' มีความหมายอย่างไร?
เป็นการเล่นคำจากประโยคชื่อดังของเชกสเปียร์ เพื่อสื่อถึงการยอมรับตัวตนของชาวตูปี (ชนพื้นเมืองบราซิล) และการนำวัฒนธรรมตะวันตกมาปรับใช้ในรูปแบบของบราซิล
ออสวาลด์ เดอ อันดราเด มีความสัมพันธ์อย่างไรกับศิลปะโมเดิร์นนิสม์ในบราซิล?
เขาเป็นผู้ร่วมก่อตั้งและผู้นำทางความคิดที่สำคัญ ซึ่งใช้ทั้งทุนทรัพย์และวิสัยทัศน์ในการผลักดันให้ศิลปะบราซิลหลุดพ้นจากกรอบเดิมๆ และเข้าร่วมในสัปดาห์ศิลปะสมัยใหม่


