สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุดในโลก
- ก่อตั้งขึ้นโดยมีรากฐานการพิมพ์ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1478 และได้รับสิทธิทางกฎหมายในปี ค.ศ. 1586
- เป็นสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยที่เก่าแก่เป็นอันดับสองของโลก รองจากเคมบริดจ์
- บริหารงานโดยคณะกรรมการนักวิชาการ 15 ท่าน (Delegates of the Press)
- พิมพ์หนังสือ Alice's Adventures in Wonderland ฉบับพิมพ์ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1865
สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด (Oxford University Press หรือ OUP) เป็นแผนกหนึ่งของมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด และเป็นสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีประวัติการพิมพ์หนังสือเล่มแรกในเมืองออกซฟอร์ดตั้งแต่ปี ค.ศ. 1478 และได้รับสิทธิทางกฎหมายในการพิมพ์หนังสืออย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1586 ถือเป็นสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยที่เก่าแก่เป็นอันดับสองรองจากสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ (Cambridge University Press) ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1534

การบริหารจัดการและโครงสร้าง
OUP ดำเนินการในฐานะแผนกหนึ่งของมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด โดยมีคณะกรรมการที่ประกอบด้วยนักวิชาการ 15 ท่าน ซึ่งเรียกว่า Delegates of the Press ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยอธิการบดีของมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด โดยมีเลขาธิการคณะกรรมการ (Secretary to the Delegates) ทำหน้าที่เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) และเป็นตัวแทนหลักของสำนักพิมพ์ในหน่วยงานต่างๆ ของมหาวิทยาลัย โครงสร้างการบริหารนี้ถูกใช้มาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 17 โดยปัจจุบันสำนักพิมพ์ตั้งอยู่ที่ถนนวอลตัน (Walton Street) ในย่านเจริโก (Jericho) เมืองออกซฟอร์ด
ประวัติความเป็นมา
จุดเริ่มต้นและการขยายตัว (ค.ศ. 1480–1668)
มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดเริ่มการพิมพ์ในช่วงปี ค.ศ. 1480 โดยเน้นการผลิตคัมภีร์ไบเบิล หนังสือสวดมนต์ และงานเขียนทางวิชาการ ในช่วงทศวรรษที่ 1630 อาร์ชบิชอปวิลเลียม ลอด (William Laud) อธิการบดีของมหาวิทยาลัย ได้ผลักดันให้สถานะทางกฎหมายของการพิมพ์ในมหาวิทยาลัยมีความมั่นคงขึ้น โดยการขอพระบรมราชานุญาตจากพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 1 เพื่อให้มหาวิทยาลัยสามารถแข่งขันกับบริษัท Stationers' Company และ King's Printer ได้ จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1636 มหาวิทยาลัยได้รับ "กฎบัตรฉบับใหญ่" (Great Charter) ซึ่งให้สิทธิในการพิมพ์ "หนังสือทุกประเภท" รวมถึงสิทธิพิเศษในการพิมพ์คัมภีร์ไบเบิลฉบับ King James ซึ่งสร้างรายได้มหาศาลให้กับสำนักพิมพ์ตลอด 250 ปีต่อมา

การจัดตั้งโรงพิมพ์กลางและยุคปฏิรูป (ค.ศ. 1668–1830)
หลังสงครามกลางเมืองอังกฤษ จอห์น เฟลล์ (John Fell) ได้จัดตั้งโรงพิมพ์กลางแห่งแรกของมหาวิทยาลัยในปี ค.ศ. 1668 และเริ่มพิมพ์ปฏิทินรายปีที่เรียกว่า Oxford Almanack ในปี ค.ศ. 1674 ซึ่งผลิตต่อเนื่องมาจนถึงปี ค.ศ. 2019 เฟลล์ได้วางแผนการพิมพ์งานวิชาการจำนวนมาก ทั้งคัมภีร์ไบเบิลภาษากรีก พระวรสารฉบับภาษาคอปติก งานเขียนของปิตาจารย์แห่งคริสตจักร รวมถึงตำราด้านปรัชญาคลาสสิก กวีนิพนธ์ และคณิตศาสตร์
ในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 18 สำนักพิมพ์ประสบปัญหาการบริหารจัดการจนกระทั่ง วิลเลียม แบล็กสโตน (William Blackstone) ได้เข้ามาปฏิรูปโครงสร้างการบริหารงานในปี ค.ศ. 1760 โดยกำหนดอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการให้ชัดเจน และปรับปรุงระบบบัญชีและการดำเนินงานของโรงพิมพ์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ต่อมาในปี ค.ศ. 1825 คณะกรรมการได้ซื้อที่ดินบนถนนวอลตัน และย้ายเข้าสู่ที่ทำการแห่งใหม่ในปี ค.ศ. 1830
การเติบโตเชิงพาณิชย์และการพิมพ์ทางวิชาการ (ค.ศ. 1830–1900)
ในช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 19 ภายใต้การนำของ โทมัส คอมบ์ (Thomas Combe) สำนักพิมพ์เริ่มมีการเติบโตทางธุรกิจมากขึ้น แม้ว่าคอมบ์จะไม่ได้เป็นนวัตกรที่โดดเด่น แต่เขาสามารถสร้างกำไรมหาศาลจากการบริหารจัดการโรงพิมพ์และโรงงานผลิตกระดาษที่วอลเวอร์โคต (Wolvercote) งานเขียนที่มีชื่อเสียงซึ่งพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ในช่วงนี้คือ Alice's Adventures in Wonderland ฉบับพิมพ์ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1865 ซึ่งพิมพ์โดยลูอิส แคร์รอล (Lewis Carroll) เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ บาร์โธโลมิว ไพรซ์ (Bartholomew Price) ดำรงตำแหน่งเลขาธิการในปี ค.ศ. 1868 โดยเขาได้ปรับปรุงโครงสร้างการบริหารให้เป็นระบบสากลมากขึ้น และร่วมกับ อเล็กซานเดอร์ แมค มิลลัน (Alexander Macmillan) สร้างชุดหนังสือเรียนราคาถูกภายใต้ชื่อ Clarendon Press ซึ่งเป็นการขยายฐานผู้อ่านสู่ระดับประถมศึกษา นอกจากนี้ ในปี ค.ศ. 1875 ยังได้เริ่มพิมพ์ชุดหนังสือ Sacred Books of the East ภายใต้การบรรณาธิการของ ฟรีดริช แมกซ์ มุลเลอร์ (Friedrich Max Müller) เพื่อเผยแพร่แนวคิดทางศาสนาจากตะวันออกสู่ผู้อ่านในวงกว้าง
บทบาทในปัจจุบัน
ตลอด 400 ปีที่ผ่านมา OUP ให้ความสำคัญกับการผลิตตำราเพื่อการศึกษา โดยในปัจจุบันยังคงรักษาประเพณีนี้ด้วยการตีพิมพ์วารสารทางวิชาการ พจนานุกรม ทรัพยากรการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ หนังสือด้านคติชนวิทยา อินเดียวิทยา ดนตรีคลาสสิก วรรณกรรม และประวัติศาสตร์ รวมถึงคัมภีร์ไบเบิลและแผนที่โลก โดยมีสำนักงานกระจายอยู่ทั่วโลก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิอังกฤษ
คำถามที่พบบ่อย
สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด (OUP) คืออะไร?
OUP เป็นสำนักพิมพ์ของมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด และเป็นสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยเน้นการตีพิมพ์ผลงานทางวิชาการ พจนานุกรม และตำราเรียน
OUP เก่าแก่แค่ไหน?
OUP มีประวัติการพิมพ์หนังสือเล่มแรกในปี ค.ศ. 1478 และได้รับสิทธิทางกฎหมายในการพิมพ์อย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1586
ใครเป็นผู้บริหาร OUP?
OUP บริหารงานโดยคณะกรรมการนักวิชาการ 15 ท่านที่เรียกว่า Delegates of the Press ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยอธิการบดีของมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด
question OUP มีความสำคัญอย่างไรในด้านการศึกษา?
OUP มีบทบาทสำคัญในการผลิตพจนานุกรมภาษาอังกฤษที่ได้รับมาตรฐานสากล รวมถึงตำราเรียนและวารสารทางวิชาการในหลากหลายสาขาวิชา
