Oxford World's Classics ชุดหนังสือวรรณกรรมคลาสสิกจากสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด
สรุปใจความสำคัญ
- ก่อตั้งครั้งแรกในปี ค.ศ. 1901 โดย Grant Richards ก่อนจะถูกซื้อโดยสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดในปี ค.ศ. 1906
- โดดเด่นด้วยการมี 'Critical Apparatus' เช่น บทนำ บรรณานุกรม และเชิงอรรถ เพื่อสนับสนุนการศึกษาทางวิชาการ
- เคยมีข้อพิพาททางกฎหมายกับ Penguin Books USA เรื่องการออกแบบปกหนังสือที่คล้ายคลึงกันจนต้องเปลี่ยนโทนสีปก
- ครอบคลุมทั้งวรรณกรรมภาษาอังกฤษ บทละคร และงานแปลจากภาษากรีกและละตินโบราณ
Oxford World's Classics เป็นตราสินค้า (Imprint) ของสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด (Oxford University Press - OUP) ที่มุ่งเน้นการตีพิมพ์วรรณกรรมคลาสสิกและบทละครสำหรับนักเรียน นักศึกษา และบุคคลทั่วไป โดยจุดเด่นของหนังสือชุดนี้คือการมี Critical Apparatus หรือส่วนประกอบเชิงวิพากษ์ ซึ่งมักประกอบด้วย บทนำ (Introduction), บรรณานุกรม (Bibliography), ลำดับเหตุการณ์ (Chronology) และเชิงอรรถอธิบายความหมาย (Explanatory notes) เพื่อช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจบริบทของผลงานได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

ประวัติความเป็นมา
การก่อตั้งโดย Grant Richards
ชุดหนังสือ World's Classics เริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 1901 โดย Grant Richards สำนักพิมพ์ในลอนดอน ซึ่งมีความทะเยอทะยานในการสร้างโปรแกรมการตีพิมพ์ที่ยิ่งใหญ่ อย่างไรก็ตาม ความทะเยอทะยานดังกล่าวส่งผลให้ธุรกิจของ Richards ต้องเผชิญกับภาวะล้มละลายในปี ค.ศ. 1905 ต่อมาในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1905 Henry Frowde ผู้จัดการของสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดได้เข้าซื้อชุดหนังสือนี้มาดูแลต่อ
ในยุคแรก หนังสือชุดนี้ถูกนิยามว่าเป็น "ผลงานที่มีชื่อเสียงที่สุดในภาษาอังกฤษ" และมักมีบทนำที่เขียนโดยนักเขียนผู้ทรงอิทธิพล เช่น T. S. Eliot และ Virginia Woolf โดยมีเป้าหมายเพื่อให้สาธารณชนสามารถเข้าถึงวรรณกรรมชิ้นเอกได้ในราคาที่ย่อมเยา ซึ่งในระยะแรกถูกตีพิมพ์เป็นหนังสือปกแข็งขนาดพกพา (Pocket-sized hardbacks) ขนาด 6 x 3¾ นิ้ว

การปรับตัวสู่ยุคปัจจุบัน
เพื่อให้สามารถแข่งขันกับชุดหนังสือของ Penguin ได้ สำนักพิมพ์ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการตีพิมพ์เป็นแบบปกอ่อน (Paperback) ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1980 โดยเริ่มเปิดตัว 24 ชื่อเรื่องแรก
ต่อมาในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1998 ชุดหนังสือนี้ได้เปลี่ยนชื่อเป็น Oxford World's Classics อย่างเป็นทางการ โดยในช่วงแรกใช้โทนสีน้ำเงินเข้มและสีขาวนวล แต่ต้องเปลี่ยนเป็นสีแดงและขาวนวลในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1998 เนื่องจากถูก Penguin Books USA ฟ้องร้องในข้อหาละเมิดสิทธิในรูปลักษณ์สินค้า (Trade dress) โดยอ้างว่าการออกแบบปกมีความคล้ายคลึงกับของตนมากเกินไป

หนังสือหลายเล่มในชุดนี้เป็นการนำเนื้อหาจากชุด Oxford English Novels เดิมมาพิมพ์ซ้ำ โดยมีการปรับปรุงเนื้อหาเชิงวิพากษ์ บทนำ และเชิงอรรถให้ทันสมัยขึ้น แต่ยังคงรักษาตัวบทหลัก (Base text) เดิมไว้ เช่น ฉบับของนวนิยายเรื่อง Emma ที่มีการปรับปรุงบทนำโดยบรรณาธิการที่แตกต่างกันถึงสองครั้งตั้งแต่ปี ค.ศ. 1980 แต่ยังคงใช้ตัวบทที่จัดทำโดย James Kinsley
ประเภทของหนังสือในชุด
Oxford English Drama
เป็นส่วนที่เน้นการตีพิมพ์บทละคร โดยคัดเลือกจากผลงานทั้งหมดของผู้เขียน หรือจัดเป็นชุดบทละครที่เชื่อมโยงกันด้วยหัวข้อหรือธีม (เช่น Four Revenge Tragedies) สำหรับบทละครในยุคเรเนซองส์, ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา และศตวรรษที่ 18 จะมีการเพิ่มพจนานุกรมคำศัพท์โบราณ (Glossaries of archaic words) ไว้ท้ายเล่ม นอกเหนือจากข้อมูลเชิงวิพากษ์ทั่วไป โดยมี Michael Cordner จาก University of York เป็นบรรณาธิการทั่วไป
Major Works
เป็นชุดหนังสือรวมผลงานชิ้นสำคัญ (Mini-anthologies) ของนักเขียนแต่ละท่าน ซึ่งรวมถึงผลงานที่โดดเด่นที่สุดและจดหมายโต้ตอบที่ได้รับเลือก เช่น ฉบับของ Alexander Pope ที่รวมทั้งบทกวีชิ้นเอกอย่าง The Rape of the Lock และ The Dunciad รวมถึงความเรียงและส่วนหนึ่งของงานแปลโฮเมอร์ หรือฉบับของ Oscar Wilde ที่รวมทั้งบทละคร ความเรียง และนวนิยายเรื่อง The Picture of Dorian Gray ทั้งเล่ม

Classical Texts
เป็นการนำเสนอผลงานจากยุคโบราณผ่านการแปลใหม่ (New translations) เช่น งานแปลภาษาละตินอย่าง The Golden Ass ของ Apuleius และ The Satyricon ของ Petronius โดย P.G. Walsh รวมถึงชุดบทละครของ Euripides ที่แปลจากภาษากรีกโดย James Morwood และ Robin Waterfield ซึ่งประกอบด้วยเล่มต่าง ๆ เช่น Medea และ The Bacchae โดยมี Edith Hall นักคลาสสิกศึกษาเป็นผู้เขียนบทนำ
คำถามที่พบบ่อย
Oxford World's Classics แตกต่างจากหนังสือวรรณกรรมทั่วไปอย่างไร?
ความแตกต่างหลักคือการมีส่วนประกอบเชิงวิพากษ์ (Critical Apparatus) เช่น บทนำทางวิชาการ บรรณานุกรม และเชิงอรรถอธิบายความหมาย ซึ่งช่วยให้ผู้อ่านสามารถศึกษาบริบททางประวัติศาสตร์และวรรณกรรมของเรื่องนั้น ๆ ได้อย่างลึกซึ้งกว่าฉบับพิมพ์ทั่วไป
ทำไมปกหนังสือ Oxford World's Classics ถึงเป็นสีแดงและขาว?
เดิมทีชุดนี้ใช้สีน้ำเงินเข้มและขาวนวล แต่หลังจากถูก Penguin Books USA ฟ้องร้องเรื่องการละเมิดสิทธิในรูปลักษณ์สินค้า (Trade dress) เนื่องจากปกมีความคล้ายคลึงกับของ Penguin มากเกินไป สำนักพิมพ์จึงเปลี่ยนมาใช้สีแดงและขาวนวลแทนในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1998
ในชุดนี้มีหนังสือประเภทใดบ้าง?
ประกอบด้วย 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ Oxford English Drama (บทละคร), Major Works (รวมผลงานชิ้นสำคัญของนักเขียน), และ Classical Texts (งานแปลวรรณกรรมคลาสสิกจากยุคโบราณ)