พายุไต้ฝุ่น พายุหมุนเขตร้อนในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ
สรุปใจความสำคัญ
- พายุไต้ฝุ่นคือพายุหมุนเขตร้อนที่เกิดในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ (180° ถึง 100°E)
- ต้องมีความเร็วลมต่อเนื่องอย่างน้อย 119 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จึงจะถูกจัดเป็นพายุไต้ฝุ่น
- ภูมิภาคแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือเป็นบริเวณที่มีพายุหมุนเขตร้อนเกิดขึ้นบ่อยและรุนแรงที่สุดในโลก
- ปัจจัยหลักในการก่อตัวคืออุณหภูมิผิวน้ำทะเลที่อบอุ่นและความชื้นสูงในชั้นบรรยากาศ
พายุไต้ฝุ่น (Typhoon) คือพายุหมุนเขตร้อนที่ก่อตัวขึ้นในบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ ระหว่างเส้นลองจิจูด 180 องศาตะวันออก ถึง 100 องศาตะวันออก ในซีกโลกเหนือ โดยมีลักษณะเด่นคือมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ 119 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (74 ไมล์ต่อชั่วโมง) ขึ้นไป
ภูมิภาคนี้ถือเป็นแหล่งกำเนิดพายุหมุนเขตร้อนที่หนาแน่นที่สุดในโลก โดยคิดเป็นเกือบหนึ่งในสามของพายุหมุนเขตร้อนทั้งหมดที่เกิดขึ้นทั่วโลก เพื่อการบริหารจัดการด้านอุตุนิยมวิทยา มหาสมุทรแปซิฟิกตอนเหนือจึงถูกแบ่งออกเป็นสามส่วน ได้แก่ แปซิฟิกตะวันออก (จากอเมริกาเหนือถึง 140 องศาตะวันตก), แปซิฟิกกลาง (140 องศาตะวันตกถึง 180 องศา) และแปซิฟิกตะวันตก (180 องศาถึง 100 องศาตะวันออก)

การก่อตัวและปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยา
ในบริเวณแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ พายุหมุนเขตร้อนสามารถก่อตัวได้ตลอดทั้งปี แม้ว่าส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายนถึงพฤศจิกายน แต่ก็มีบางกรณีที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนธันวาคมถึงพฤษภาคม แม้จะพบได้น้อยมากก็ตาม
ปัจจัยสำคัญที่จำเป็นต่อการก่อตัวและพัฒนาของพายุไต้ฝุ่น ได้แก่:
- อุณหภูมิผิวน้ำทะเล: ต้องมีความอบอุ่นเพียงพอเพื่อเป็นแหล่งพลังงาน
- ความไม่เสถียรของบรรยากาศ: ส่งเสริมให้มวลอากาศลอยตัวขึ้น
- ความชื้น: ต้องมีความชื้นสูงในระดับต่ำถึงระดับกลางของชั้นโทรโพสเฟียร์
- แรงคอริออลิส (Coriolis effect): เพื่อให้เกิดการหมุนวนรอบศูนย์กลางความกดอากาศต่ำ
- จุดกำเนิดการรบกวน: ต้องมีจุดศูนย์กลางความกดอากาศต่ำหรือการรบกวนในระดับต่ำที่มีอยู่ก่อนแล้ว
- แรงเฉือนของลมแนวตั้ง (Vertical wind shear): ต้องมีค่าต่ำ เพื่อไม่ให้โครงสร้างของพายุถูกทำลาย
โดยทั่วไป พายุเหล่านี้จะถูกพัดพาโดยสันความกดอากาศสูงกึ่งเขตร้อน (Subtropical ridge) ให้เคลื่อนที่ไปทางทิศตะวันตกหรือตะวันตกเฉียงเหนือ โดยมีฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการขึ้นฝั่งบ่อยที่สุด ตามด้วยจีนและญี่ปุ่น
ที่มาของคำว่า "ไต้ฝุ่น"
นิรุกติศาสตร์ของคำว่า "ไต้ฝุ่น" มีข้อสันนิษฐานที่หลากหลาย โดยแบ่งออกเป็นสองกระแสหลัก:
ต้นกำเนิดจากภาษาจีน
สันนิษฐานว่ามาจากคำว่า 風癡 (หมายถึง ลมที่พัดยาวนาน) ซึ่งปรากฏหลักฐานครั้งแรกในจีนปี ค.ศ. 1124 ต่อมามีการสร้างตัวอักษร 風颱 เพื่อให้ตรงกับเสียงอ่านในภาษาจีนฮกเกี้ยน และพัฒนาเป็นคำว่า 颱風 (táifēng) ในภาษาจีนกลาง ซึ่งเป็นคำมาตรฐานที่ใช้ในปัจจุบัน
ต้นกำเนิดจากภาษาเปอร์เซียและฮินดูสตานี
อีกทฤษฎีหนึ่งเสนอว่ามาจากคำว่า tūfān (طوفان) ในภาษาเปอร์เซียและฮินดูสตานี ซึ่งแปลว่าพายุ โดยอาจมีรากศัพท์ย้อนไปถึง Typhôn สัตว์ประหลาดในตำนานกรีกโบราณ
การจำแนกความรุนแรงของพายุ
กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ซึ่งเป็นศูนย์ระบุข้อมูลอุตุนิยมวิทยาภูมิภาค (RSMC) สำหรับพื้นที่นี้ ใช้เกณฑ์การจำแนกดังนี้:
| ประเภทพายุ | ความเร็วลมสูงสุดต่อเนื่อง (นอต) | ความเร็วลม (กม./ชม.) |
|---|---|---|
| ดีเปรสชันเขตร้อน (Tropical Depression) | ไม่เกิน 33 นอต | ไม่เกิน 61 กม./ชม. |
| พายุโซนร้อน (Tropical Storm) | 34 - 47 นอต | 63 - 88 กม./ชม. |
| พายุโซนร้อนกำลังแรง (Severe Tropical Storm) | 48 - 63 นอต | 89 - 118 กม./ชม. |
| พายุไต้ฝุ่น (Typhoon) | 64 นอตขึ้นไป | 119 กม./ชม. ขึ้นไป |
นอกจากนี้ หอสังเกตการณ์ฮ่องกง (Hong Kong Observatory) ยังมีการแบ่งย่อยพายุไต้ฝุ่นออกเป็นสามระดับ ได้แก่ พายุไต้ฝุ่น, พายุไต้ฝุ่นกำลังแรง (Severe Typhoon) และ ซูเปอร์ไต้ฝุ่น (Super Typhoon) ตามระดับความเร็วลมที่เพิ่มขึ้น
คำถามที่พบบ่อย
พายุไต้ฝุ่นแตกต่างจากเฮอริเคนอย่างไร?
ในทางอุตุนิยมวิทยา ทั้งสองคือพายุหมุนเขตร้อนประเภทเดียวกัน แต่เรียกชื่อต่างกันตามสถานที่เกิด พายุที่เกิดในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือเรียกว่า 'ไต้ฝุ่น' ส่วนพายุที่เกิดในมหาสมุทรแอตแลนติกและแปซิฟิกตะวันออกเรียกว่า 'เฮอริเคน'
พายุไต้ฝุ่นก่อตัวได้ในช่วงเวลาใดของปี?
แม้ว่าพายุส่วนใหญ่จะก่อตัวในช่วงเดือนมิถุนายนถึงพฤศจิกายน แต่ในบริเวณแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ พายุสามารถก่อตัวขึ้นได้ตลอดทั้งปี
ประเทศใดได้รับผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่นบ่อยที่สุด?
ฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการขึ้นฝั่งของพายุไต้ฝุ่นบ่อยที่สุดในภูมิภาคนี้
เกณฑ์การตัดสินว่าเป็นพายุไต้ฝุ่นคืออะไร?
ความเร็วลมสูงสุดต่อเนื่องใกล้ศูนย์กลางต้องมีความเร็วตั้งแต่ 119 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (74 ไมล์ต่อชั่วโมง) ขึ้นไป


