ฤดูกาลไซโคลนในมหาสมุทรแปซิฟิกใต้ ปี 1989–90
สรุปใจความสำคัญ
- มีพายุไซโคลนเขตร้อนเกิดขึ้นเพียง 5 ลูก ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปกติ
- พายุไซโคลนโอฟาสร้างความเสียหายสูงสุดถึง 180 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเป็นหนึ่งในพายุที่รุนแรงที่สุดในซามัว
- มีผู้เสียชีวิตรวมอย่างน้อย 15 รายจากพายุลูกต่างๆ ในฤดูกาลนี้
- พายุไซโคลนโอฟาและเพนีถูกถอดชื่อออกจากบัญชีรายชื่อพายุเนื่องจากสร้างความเสียหายรุนแรง
ฤดูกาลไซโคลนในมหาสมุทรแปซิฟิกใต้ ปี 1989–90 เป็นฤดูกาลที่มีจำนวนพายุเกิดขึ้นต่ำกว่าค่าเฉลี่ย โดยมีพายุไซโคลนเขตร้อนเกิดขึ้นเพียง 5 ลูกในพื้นที่มหาสมุทรแปซิฟิกใต้ทางตะวันออกของเส้นลองจิจูด 160 องศาตะวันออก ฤดูกาลนี้เริ่มต้นอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 1989 ถึง 30 เมษายน 1990 โดยพายุลูกแรกก่อตัวขึ้นเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน และพายุลูกสุดท้ายสลายตัวไปเมื่อวันที่ 19 มีนาคม
ผลกระทบและความเสียหาย
ในช่วงฤดูกาลนี้ มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 15 รายจากเหตุการณ์พายุหมุนเขตร้อน และมีความเสียหายโดยรวมประเมินไว้ที่ 196 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยพายุที่สร้างความเสียหายรุนแรงที่สุดคือ พายุไซโคลนโอฟา (Cyclone Ofa) ซึ่งเป็นหนึ่งในพายุที่รุนแรงที่สุดที่ส่งผลกระทบต่อประเทศซามัวในศตวรรษที่ 20 โดยสร้างความเสียหายรวมกว่า 180 ล้านดอลลาร์สหรัฐในหลายประเทศ และทำให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย
นอกจากนี้ยังมีพายุลูกอื่นที่สร้างผลกระทบดังนี้:
- พายุไซโคลนแนนซี (Cyclone Nancy): สร้างความเสียหาย 14 ล้านดอลลาร์สหรัฐในรัฐควีนส์แลนด์และนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย และทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย
- พายุไซโคลนเพนี (Cyclone Peni): ในช่วงก่อตัวได้สร้างความเสียหายประมาณ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐแก่หมู่เกาะคุก
- พายุไซโคลนเร (Cyclone Rae): ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 รายในฟิจิ และสร้างความเสียหายแก่พืชผลและพื้นที่เกษตรกรรมประมาณ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ปี 1990)
เนื่องจากความรุนแรงและผลกระทบที่เกิดขึ้น พายุไซโคลนโอฟาและพายุไซโคลนเพนีจึงถูกถอดชื่อออกจากรายการชื่อพายุไซโคลนเขตร้อน
การเฝ้าระวังและระบบการเตือนภัย
การติดตามพายุในฤดูกาลนี้ดำเนินการโดยศูนย์เตือนภัยไซโคลนเขตร้อน (Tropical Cyclone Warning Centers - TCWC) ในเมืองนาดี ประเทศฟิจิ และเมืองเวลลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์ สำหรับพายุที่เคลื่อนตัวไปทางตะวันตกของเส้นลองจิจูด 160 องศาตะวันออก จะถูกติดตามโดยศูนย์ในภูมิภาคออสเตรเลีย
นอกจากนี้ หน่วยงานของสหรัฐอเมริกา ได้แก่ Joint Typhoon Warning Center (JTWC) และ Naval Western Oceanography Center (NWOC) ได้ออกประกาศเตือนภัยอย่างไม่เป็นทางการ โดย JTWC รับผิดชอบพื้นที่ระหว่าง 160 องศาตะวันออกถึงเส้นวันที่สากล ส่วน NWOC รับผิดชอบพื้นที่ระหว่างเส้นวันที่สากลถึงชายฝั่งทวีปอเมริกา
เกณฑ์การวัดความเร็วลม
มีความแตกต่างในวิธีการวัดความเร็วลมระหว่างหน่วยงาน:
- TCWC นาดี, เวลลิงตัน และบริสเบน: ใช้มาตราความเร็วลมไซโคลนเขตร้อนของออสเตรเลีย ซึ่งวัดความเร็วลมเฉลี่ยในช่วง 10 นาที
- JTWC: วัดความเร็วลมเฉลี่ยในช่วง 1 นาที และเปรียบเทียบกับมาตราเฮอริเคนซาฟีร์-ซิมป์สัน (Saffir–Simpson hurricane wind scale - SSHWS)
สรุปพายุที่เกิดขึ้นในฤดูกาล
พายุดีเปรสชันเขตร้อนเฟลิซิตี้ (Tropical Depression Felicity)
เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม ซากของพายุไซโคลนเฟลิซิตี้ได้เคลื่อนเข้าสู่ลุ่มน้ำแปซิฟิกใต้ โดยมีความเร็วลมสูงสุด 75 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งตามเกณฑ์ของออสเตรเลียควรจัดเป็นไซโคลนระดับ 1 แต่เนื่องจากขาดลักษณะทางกายภาพที่ชัดเจนของไซโคลนเขตร้อน สำนักงานอุตุนิยมวิทยาออสเตรเลีย (BoM) และกรมอุตุนิยมวิทยาฟิจิ (FMS) จึงจัดให้เป็นเพียงพายุดีเปรสชันเขตร้อน ก่อนจะสลายตัวไปทางตะวันออกเฉียงใต้เหนือประเทศนิวซีแลนด์ในวันที่ 22 ธันวาคม
พายุดีเปรสชันทะเลคอรัล (Coral Sea Depression)
วันที่ 20 มกราคม TCWC นาดีเริ่มติดตามหย่อมความกดอากาศต่ำในบริเวณทะเลคอรัล ห่างจากเมืองนูเมอา ประเทศนิวแคลิโดเนีย ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 965 กิโลเมตร พายุลูกนี้เคลื่อนตัวลงใต้และสลายตัวไปเมื่อวันที่ 25 มกราคม โดยไม่รายงานความเสียหายรุนแรงในนิวแคลิโดเนียเนื่องจากขนาดของพายุที่เล็กและความรุนแรงต่ำ
พายุไซโคลนรุนแรงโอฟา (Severe Tropical Cyclone Ofa)
พายุโอฟาก่อตัวขึ้นเมื่อวันที่ 27 มกราคม ในบริเวณเขตบรรจบของลมค้าแปซิฟิกใต้ (South Pacific Convergence Zone) ทางตะวันออกเฉียงใต้ของตูวาลู และทวีกำลังแรงขึ้นจนเป็นไซโคลนระดับ 1 ในวันที่ 31 มกราคม
พายุลูกนี้เคลื่อนตัวไปทางใต้-ตะวันออกเฉียงใต้ และผ่านใกล้เกาะซาวายอิ ประเทศซามัว ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ก่อนจะทวีกำลังแรงขึ้นจนถึงจุดสูงสุด โดย NWOC ประเมินความเร็วลมสูงสุด 1 นาทีที่ 215 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเทียบเท่ากับเฮอริเคนระดับ 4 ตามมาตราซาฟีร์-ซิมป์สัน
คำถามที่พบบ่อย
ฤดูกาลไซโคลนในแปซิฟิกใต้ปี 1989-90 มีความรุนแรงเพียงใด?
เป็นฤดูกาลที่มีกิจกรรมต่ำกว่าค่าเฉลี่ย โดยมีพายุเกิดขึ้นเพียง 5 ลูก แต่พายุบางลูก เช่น ไซโคลนโอฟา สร้างความเสียหายมหาศาลถึง 180 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
พายุลูกใดที่สร้างความเสียหายมากที่สุดในฤดูกาลนี้?
พายุไซโคลนโอฟา (Cyclone Ofa) เป็นพายุที่สร้างความเสียหายมากที่สุด โดยส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อประเทศซามัวและประเทศอื่นๆ ในแปซิฟิกใต้
ทำไมพายุไซโคลนโอฟาและเพนีจึงถูกถอดชื่อ?
เนื่องจากพายุทั้งสองลูกสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงและมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก จึงมีการถอดชื่อออกจากรายการชื่อพายุเพื่อไม่ให้นำกลับมาใช้ซ้ำในอนาคต


