ฤดูกาลพายุไต้ฝุ่นในมหาสมุทรแปซิฟิก ปี 1902–1919
สรุปใจความสำคัญ
- ข้อมูลพายุในช่วงปี 1902-1919 มีความไม่แน่นอนสูงเนื่องจากขาดเทคโนโลยีการตรวจวัดที่ทันสมัย
- พายุไต้ฝุ่นที่พัดถล่มเวินโจว ประเทศจีน ในปี 1912 เป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด โดยมีผู้เสียชีวิตถึง 50,000 คน
- ในปี 1911 มีการบันทึกความกดอากาศต่ำสุดในไต้หวันได้ที่ 937 มิลลิบาร์ ซึ่งเป็นสถิติในขณะนั้น
ข้อมูลเกี่ยวกับฤดูกาลพายุไต้ฝุ่นในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกในช่วงปี ค.ศ. 1902 ถึง 1919 เป็นข้อมูลที่มีความไม่แน่นอนสูง เนื่องจากในสมัยนั้นเทคโนโลยีการตรวจวัดยังไม่ก้าวหน้า ทำให้พายุหลายลูกที่ไม่ได้พัดเข้าฝั่งหรือไม่ได้ถูกตรวจพบโดยเรือเดินสมุทรไม่ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์
เหตุการณ์สำคัญรายปี
ปี 1902 - 1905
ในช่วงปี 1903 และ 1904 มีการตรวจพบพายุหมุนเขตร้อนในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกปีละ 31 ลูก โดยเฉพาะในเดือนกันยายน ปี 1904 พายุไต้ฝุ่นลูกหนึ่งได้สร้างความเสียหายอย่างหนักในเวียดนาม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4,000 คน
ในปี 1905 มีพายุหมุนเขตร้อน 24 ลูก โดยมีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นที่หมู่เกาะมาร์แชลล์ในเดือนเมษายนและมิถุนายน รวมถึงพายุที่พัดถล่มฟิลิปปินส์ในเดือนกันยายน ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 240 คน
ปี 1906 - 1909
ในปี 1906 มีพายุหมุนเขตร้อน 24 ลูก โดยเหตุการณ์ที่โดดเด่นที่สุดคือพายุไต้ฝุ่นที่พัดถล่มฮ่องกงและจีนในเดือนกันยายน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 15,000 คน และสร้างความเสียหายมูลค่า 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ในปี 1907 มีพายุ 32 ลูก โดยมีพายุลูกหนึ่งพัดถล่มหมู่เกาะแคโรไลน์ในเดือนมีนาคม ทำให้มีผู้เสียชีวิต 473 คน ส่วนในปี 1908 มีพายุ 31 ลูก และเกิดพายุไต้ฝุ่นถล่มฮ่องกงอีกครั้งซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 428 คน
ในปี 1909 มีพายุหมุนเขตร้อน 35 ลูก โดยมีการบันทึกว่ามีพายุลูกหนึ่งมีความเร็วลมสูงถึง 135 ไมล์ต่อชั่วโมง (217 กม./ชม.) พัดถล่มฟิลิปปินส์จนทำให้อุปกรณ์ตรวจวัดลมเสียหาย
ปี 1910 - 1915
ปี 1910 เป็นปีที่มีพายุจำนวนมากถึง 38 ลูก ในขณะที่ปี 1911 มีพายุ 30 ลูก โดยมีเหตุการณ์รุนแรงในไต้หวัน (ฟอร์โมซา) ซึ่งมีการบันทึกความกดอากาศต่ำสุดที่ 937 มิลลิบาร์ และความเร็วลมสูงสุดประมาณ 251 กม./ชม. ส่งผลให้บ้านเรือนกว่า 30,000 หลังถูกทำลาย และมีผู้เสียชีวิต 305 คน
ในปี 1912 มีพายุ 27 ลูก และเกิดโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ในจีน โดยพายุที่พัดถล่มเมืองเวินโจวในเดือนสิงหาคมทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 50,000 คน

นอกจากนี้ ในปี 1912 ยังมีพายุที่พัดถล่มญี่ปุ่นทำให้มีผู้เสียชีวิต 1,000 คน และพายุที่พัดถล่มเมืองทักโลบันในฟิลิปปินส์ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 15,000 คน
ในปี 1913 มีพายุ 23 ลูก โดยมีพายุลูกหนึ่งพัดถล่มเกาะกวมในเดือนพฤศจิกายน ส่งผลให้เรือ USS Ajax อับปาง
ปี 1914 - 1919
ในช่วงปี 1914 ถึง 1915 มีพายุหมุนเขตร้อนเกิดขึ้นประมาณ 23-25 ลูกต่อปี โดยข้อมูลในช่วงปี 1916 เป็นต้นไปเริ่มมีความจำกัดมากขึ้นในบันทึกประวัติศาสตร์ชุดนี้
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมข้อมูลพายุไต้ฝุ่นในช่วงปี 1902-1919 ถึงไม่น่าเชื่อถือ?
เนื่องจากในสมัยนั้นไม่มีดาวเทียมหรือเรดาร์ และการตรวจพบพายุจะขึ้นอยู่กับเรือเดินสมุทรหรือสถานีตรวจอากาศบนบกเท่านั้น พายุที่ไม่ออกนอกเส้นทางเข้าฝั่งจึงมักไม่ถูกบันทึก
พายุลูกใดที่สร้างความเสียหายรุนแรงที่สุดในด้านจำนวนผู้เสียชีวิตในช่วงนี้?
พายุไต้ฝุ่นที่พัดถล่มเมืองเวินโจว ประเทศจีน ในปี 1912 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 50,000 คน
เหตุการณ์พายุในไต้หวันปี 1911 มีความสำคัญอย่างไร?
มีการบันทึกค่าความกดอากาศต่ำสุด (937 mbar) และความเร็วลมที่รุนแรงมากจนทำให้อุปกรณ์วัดลมพังเสียหาย ซึ่งเป็นข้อมูลทางอุตุนิยมวิทยาที่สำคัญในยุคแรก


