พาเมลา ซี. ราสมุสเซน ผู้เชี่ยวชาญด้านปักษีวิทยาและนกในเอเชีย
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านปักษีวิทยาที่เน้นการศึกษาและจำแนกสายพันธุ์นกในภูมิภาคเอเชีย
- ค้นพบนกเค้าแมวป่า (Forest Owlet) ในอินเดียอีกครั้งหลังจากหายสาบสูญไปนานกว่า 100 ปี
- เปิดโปงการปลอมแปลงข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และการลักทรัพย์ในพิพิธภัณฑ์ของ Richard Meinertzhagen
- เป็นผู้เขียนหลักของคู่มือนกในเอเชียใต้ 'Birds of South Asia: The Ripley Guide'
- บรรณาธิการของ IOC World Bird List ซึ่งเป็นรายการนกมาตรฐานระดับโลก
พาเมลา เซซิล ราสมุสเซน (Pamela Cecile Rasmussen เกิดวันที่ 16 ตุลาคม ค.ศ. 1959) เป็นนักปักษีวิทยาชาวอเมริกันผู้มีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษเกี่ยวกับนกในภูมิภาคเอเชีย เธอเคยดำรงตำแหน่งผู้ช่วยวิจัยที่สถาบันสมิธโซเนียน (Smithsonian Institution) ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และปัจจุบันปฏิบัติงานอยู่ที่มหาวิทยาลัยมิชิแกนสเตต (Michigan State University) นอกจากนี้เธอยังมีความร่วมมือกับศูนย์วิจัยสำคัญหลายแห่งทั้งในสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร

ประวัติและการศึกษา
ราสมุสเซนเติบโตมาในครอบครัวที่แม่ของเธอเป็นสมาชิกนิกายเซเว่นเดย์แอดเวนติสต์ ความสนใจในเรื่องนกของเธอเริ่มต้นขึ้นเมื่อครั้งยังเด็ก หลังจากที่แม่ซื้อหนังสือ Birds of the World ฉบับเยาวชนของ Oliver Austin ให้ เธอจึงมักจะขอหนังสือเกี่ยวกับนกเป็นของขวัญเสมอ
ในด้านการศึกษา เธอสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท (M.S.) ในปี ค.ศ. 1983 จากมหาวิทยาลัยวอลลา วอลลา (Walla Walla University) และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก (Ph.D.) ในปี ค.ศ. 1990 จากมหาวิทยาลัยแคนซัส (University of Kansas) ซึ่งในระหว่างการศึกษาที่แคนซัส เธอได้ศึกษาเกี่ยวกับนกกาน้ำตาฟ้า (blue-eyed shags) และได้เริ่มศึกษาทฤษฎีวิวัฒนาการเป็นครั้งแรก
เส้นทางอาชีพและบทบาททางวิชาการ
ราสมุสเซนดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ผู้ช่วยด้านสัตววิทยา และภัณฑารักษ์ผู้ช่วยพิพิธภัณฑ์ด้านสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและปักษีวิทยาที่มหาวิทยาลัยมิชิแกนสเตต (MSU) โดยก่อนหน้านี้เธอเคยเป็นผู้ช่วยวิจัยให้กับ เอส. ดิลลอน ริปลีย์ (S. Dillon Ripley) นักปักษีวิทยาชื่อดังที่สถาบันสมิธโซเนียน
บทบาทสำคัญอื่นๆ ของเธอ ได้แก่:
- สมาชิกคณะกรรมการการจำแนกประเภทของอเมริกาเหนือ (NACC) ของสมาคมปักษีวิทยาแห่งอเมริกา (American Ornithological Society)
- ผู้ร่วมงานทางวิทยาศาสตร์ในกลุ่มนกของแผนกสัตววิทยา พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติแห่งอังกฤษ (British Natural History Museum) ที่เมืองทริง
- บรรณาธิการร่วมของวารสาร The Ibis ซึ่งเป็นวารสารทางวิทยาศาสตร์ของสหภาพปักษีวิทยาแห่งบริเตน (British Ornithologists' Union)
- ผู้ก่อตั้งและบรรณาธิการของ AVoCet ศูนย์การออกเสียงของนกแห่งมหาวิทยาลัยมิชิแกนสเตต
- บรรณาธิการของ IOC World Bird List (ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2020) แทนที่ แฟรงก์ กิลล์ (Frank Gill)
ผลงานการวิจัยที่สำคัญ
การศึกษานกทะเลในอเมริกาใต้
ในช่วงแรกของการทำงาน ราสมุสเซนมุ่งเน้นไปที่ระบบอนุกรมวิธาน นิเวศวิทยา และพฤติกรรมของนกทะเลในปาตาโกเนีย โดยเฉพาะนกกาน้ำ (cormorants) เธอได้ศึกษาความแปรผันของขนในนกกาน้ำวัยอ่อน และใช้รูปแบบของขนและพฤติกรรมเพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างนกกาน้ำชนิดต่างๆ
การค้นพบและจำแนกนกในเอเชีย

จากการศึกษาตัวอย่างนกในพิพิธภัณฑ์ ราสมุสเซนได้บรรยายลักษณะของนกสายพันธุ์ใหม่ในเอเชียถึง 4 ชนิด ได้แก่:
- นกเค้าแมวเล็กนิโคบาร์ (Nicobar scops owl - Otus alius) ปี 1998
- นกเค้าแมวเล็กซางกีเฮ (Sangihe scops owl - Otus collari) ปี 1998
- นกเค้าแมวเหยี่ยวสีชาด (Cinnabar hawk owl - Ninox ios) ปี 1998
- นกกระจ้อยไต้หวัน (Taiwan bush-warbler - Bradypterus alishanensis) ปี 2000
ผลงานที่โดดเด่นที่สุดชิ้นหนึ่งคือการค้นพบ นกเค้าแมวป่า (Forest Owlet - Athene blewitti) ในอินเดียตะวันตกอีกครั้ง หลังจากที่ไม่มีใครพบเห็นนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1884 การค้นพบนี้เกิดขึ้นได้เนื่องจากราสมุสเซนและ เบน คิง (Ben King) ไม่ได้เชื่อถือเอกสารบันทึกตำแหน่งที่ตั้งปลอมของ ริชาร์ด ไมเนิร์ตซาเกน (Richard Meinertzhagen) ซึ่งเคยทำให้นักปักษีวิทยารุ่นก่อนๆ รวมถึง เอส. ดิลลอน ริปลีย์ และ ซาลิม อาลี ต้องล้มเหลวในการค้นหา
การวิเคราะห์สายพันธุ์ผสมและนกตาขาว

ราสมุสเซนและคณะได้ใช้การวิเคราะห์สัณฐานวิทยา การทดลองผสมพันธุ์ และการวิเคราะห์ DNA เพื่อพิสูจน์ว่า นกไก่ฟ้าจักรพรรดิ (Imperial Pheasant) ซึ่งเคยถูกเชื่อว่าใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง แท้จริงแล้วเป็นลูกผสมตามธรรมชาติระหว่างนกไก่ฟ้าเวียดนาม (Vietnamese pheasant) และนกไก่ฟ้าเงิน (Silver pheasant)
นอกจากนี้ เธอยังมีบทบาทสำคัญในการปรับปรุงอนุกรมวิธานของนกตาขาว (white-eyes) ในอินโดนีเซีย โดยระบุสถานะสายพันธุ์ของนกตาขาวซางกีเฮ (Sangihe white-eye) และนกตาขาวเซราม (Seram white-eye) รวมถึงการบรรยายลักษณะของนกตาขาวโทเกียน (Togian white-eye) ในปี 2008 ซึ่งมีความโดดเด่นตรงที่ไม่มีวงแหวนสีขาวรอบดวงตา
ผลงานเขียนและการเปิดโปงการทุจริตทางวิทยาศาสตร์
ราสมุสเซนเป็นผู้เขียนหลักของหนังสือ Birds of South Asia: The Ripley Guide ซึ่งถือเป็นสิ่งพิมพ์สำคัญเนื่องจากครอบคลุมพื้นที่ทางภูมิศาสตร์และจำนวนสายพันธุ์ได้กว้างขวางกว่าคู่มือเล่มก่อนๆ
ในระหว่างการค้นคว้าข้อมูลสำหรับหนังสือเล่มนี้ การตรวจสอบตัวอย่างนกในพิพิธภัณฑ์ของเธอทำให้พบหลักฐานสำคัญที่นำไปสู่การเปิดโปงการลักทรัพย์จากพิพิธภัณฑ์และการปลอมแปลงเอกสารจำนวนมากที่กระทำโดย ริชาร์ด ไมเนิร์ตซาเกน นักปักษีวิทยาชาวอังกฤษผู้มีชื่อเสียงในอดีต
คำถามที่พบบ่อย
พาเมลา ซี. ราสมุสเซน มีความเชี่ยวชาญด้านใดเป็นพิเศษ?
เธอเป็นนักปักษีวิทยาที่มีความเชี่ยวชาญสูงด้านนกในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะการจำแนกสายพันธุ์ (Taxonomy) ของนกเค้าแมวและนกตาขาว
ผลงานการค้นพบที่สำคัญที่สุดของเธอคืออะไร?
การค้นพบนกเค้าแมวป่า (Forest Owlet) ในอินเดียตะวันตกอีกครั้งในปี 1997 หลังจากที่นกชนิดนี้ไม่ถูกพบเห็นเลยตั้งแต่ปี 1884
เธอมีส่วนช่วยในการเปิดโปงการทุจริตทางวิทยาศาสตร์อย่างไร?
ในขณะที่ทำวิจัยสำหรับหนังสือ Birds of South Asia เธอพบว่าข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งนกในบันทึกของ Richard Meinertzhagen เป็นของปลอม และพบว่ามีการขโมยตัวอย่างนกจากพิพิธภัณฑ์
นกไก่ฟ้าจักรพรรดิมีความสำคัญอย่างไรในงานวิจัยของเธอ?
เธอใช้การวิเคราะห์ DNA และสัณฐานวิทยาพิสูจน์ว่านกไก่ฟ้าจักรพรรดิไม่ใช่สายพันธุ์เดี่ยวที่ใกล้สูญพันธุ์ แต่เป็นลูกผสมตามธรรมชาติระหว่างนกไก่ฟ้าเวียดนามและนกไก่ฟ้าเงิน

