ตับอ่อนอักเสบ (Pancreatitis) อาการ สาเหตุ และการรักษา
สรุปใจความสำคัญ
- นิ่วในถุงน้ำดีและการดื่มแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุหลักของตับอ่อนอักเสบประมาณ 80% ของผู้ป่วย
- อาการเด่นชัดที่สุดคืออาการปวดท้องส่วนบนที่รุนแรงและร้าวไปที่หลัง
- การวินิจฉัยตับอ่อนอักเสบเฉียบพลันอาศัยการตรวจเลือดหาค่า Amylase และ Lipase ที่สูงขึ้น 3 เท่า
ตับอ่อนอักเสบเป็นภาวะที่เกิดการอักเสบของตับอ่อน ซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญที่อยู่ด้านหลังกระเพาะอาหาร ทำหน้าที่ผลิตเอนไซม์สำหรับย่อยอาหารและฮอร์โมนที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด โดยทั่วไปแบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก ได้แก่ ตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน (Acute Pancreatitis) และ ตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง (Chronic Pancreatitis)

อาการของตับอ่อนอักเสบ
อาการที่พบบ่อยที่สุดคือ อาการปวดท้องส่วนบน ซึ่งมักจะเป็นการปวดแบบแสบๆ ร้อนๆ และร้าวไปที่หลัง อาการนี้มักจะรุนแรงขึ้นหลังการรับประทานอาหาร นอกจากนี้ยังอาจมีอาการดังต่อไปนี้:
- ปวดท้องส่วนบนหรือส่วนบนซ้าย
- คลื่นไส้และอาเจียน
- มีไข้ (พบบ่อยในรายที่อักเสบเฉียบพลัน)
- อุจจาระมีไขมันปน (Steatorrhea) และท้องเสีย (พบบ่อยในรายที่อักเสบเรื้อรัง)
- น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
สาเหตุของตับอ่อนอักเสบ
ประมาณ 80% ของกรณีตับอ่อนอักเสบเกิดจาก นิ่วในถุงน้ำดี และ การดื่มแอลกอฮอล์ โดยมีรายละเอียดดังนี้:
- นิ่วในถุงน้ำดี: นิ่วอาจเคลื่อนที่ไปอุดตันทางเดินน้ำดีและท่อน้ำดีส่วนปลาย ซึ่งส่งผลให้เอนไซม์ของตับอ่อนไหลออกไม่ได้และย่อยสลายเนื้อเยื่อตับอ่อนเอง
- การดื่มแอลกอฮอล์: การดื่มเหล้าหนักเป็นเวลานานเป็นสาเหตุหลักของตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง
- สาเหตุอื่นๆ: การได้รับบาดเจ็บโดยตรง (Trauma), ยาบางชนิด, การติดเชื้อ (เช่น โรคคางทูม), ระดับไขมันในเลือดสูง (Hyperlipidemia), ระดับแคลเซียมในเลือดสูง และความผิดปกติทางพันธุกรรม เช่น โรคซิสติกไฟโบรซิส (Cystic Fibrosis)
เกณฑ์การจำง่ายๆ สำหรับแพทย์ (GET SMASHED)
แพทย์มักใช้ตัวย่อ "GET SMASHED" เพื่อช่วยจำสาเหตุของตับอ่อนอักเสบ:
- Gallstones (นิ่วในถุงน้ำดี)
- Ethanol (แอลกอฮอล์)
- Trauma (การบาดเจ็บ)
- Steroids (สเตียรอยด์)
- Mumps (คางทูม)
- Autoimmune (ภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง)
- Scorpion sting (พิษแมงป่อง)
- Hyperlipidemia/Hypercalcemia (ไขมันหรือแคลเซียมในเลือดสูง)
- ERCP (การส่องกล้องตรวจท่อน้ำดีและตับอ่อน)
- Drugs (ยาบางชนิด)
การวินิจฉัยและการรักษา
การวินิจฉัยตับอ่อนอักเสบเฉียบพลันมักใช้เกณฑ์ 3 ประการ ได้แก่ อาการปวดท้อง, การตรวจเลือดเพื่อหาค่าเอนไซม์ Amylase หรือ Lipase ที่สูงขึ้น 3 เท่าของค่าปกติ และการตรวจทางรังสี เช่น อัลตราซาวด์ หรือ CT scan
แนวทางการรักษา
การรักษาตับอ่อนอักเสบเฉียบพลันมักเน้นการประคับประคอง:
- การให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ (IV Fluids): เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำและรักษาความดันโลหิต
- ยาแก้ปวด: เพื่อบรรเทาอาการปวดที่รุนแรง
- ยาปฏิชีวนะ: ใช้ในกรณีที่มีการติดเชื้อ
- การส่องกล้อง ERCP: เพื่อนำนิ่วที่อุดตันออกจากท่อน้ำดี
- การผ่าตัด: ในกรณีที่มีภาวะแทรกซ้อน เช่น การตัดถุงน้ำดีออกเพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ
ในรายที่เป็นตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง ผู้ป่วยอาจต้องปรับเปลี่ยนอาหารและใช้ เอนไซม์ทดแทนตับอ่อน เพื่อช่วยในการย่อยอาหาร และในบางกรณีอาจอาจต้องผ่าตัดนำส่วนของตับอ่อนที่เสียหายออก
ภาวะแทรกซ้อน
ภาวะแทรกซ้อนระยะแรกอาจรวมถึงภาวะช็อก, การติดเชื้อ, ภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำ และไตวายเฉียบพลัน นอกจากนี้ยังอาจเกิด ตับอ่อนเป็นถุงน้ำ (Pancreatic Pseudocysts) ซึ่งเป็นถุงน้ำที่เกิดจากน้ำย่อยตับอ่อนที่ถูกล้อมรอบด้วยเนื้อเยื่อพังผืด ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการปวดหรือติดเชื้อได้
คำถามที่พบบ่อย
ตับอ่อนอักเสบเฉียบพลันกับเรื้อรังแตกต่างกันอย่างไร?
ตับอ่อนอักเสบเฉียบพลันเป็นการอักเสบที่เกิดขึ้นทันทีทันใดและอาการมักจะหายไปในไม่กี่วันหลังการรักษา ส่วนตับอ่อนอักเสบเรื้อรังเป็นการอักเสบที่เกิดจากการทำลายเนื้อเยื่อตับอ่อนอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน มักเกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์หนัก และนำไปสู่การสูญเสียหน้าที่ของตับอ่อนอย่างถาวร
การดื่มแอลกอฮอล์ทำให้เกิดตับอ่อนอักเสบได้อย่างไร?
แอลกอฮอล์ส่งผลกระทบต่อการให้ผลิตเอนไซม์ของตับอ่อนและอาจทำให้เกิดการให้ไหลของน้ำย่อยตับอ่อนเกิดการอุดตัน ส่งผลให้เอนไซม์ย่อยอาหารที่ให้ไหลออกไปสู่ลำไส้เล็กถูกกระตุ้นให้ทำงานภายในตับอ่อนเอง ทำให้เนื้อเยื่อตับอ่อนถูกย่อยสลายและอักเสบ
หากมีอาการปวดท้องร้าวไปที่หลัง ควรไปพบแพทย์เมื่อใด?
ควรไปพบแพทย์ทันทีหากมีอาการปวดท้องส่วนบนที่รุนแรง ร่วมกับคลื่นไส้ อาเจียน และมีไข้ เนื่องจากตับอ่อนอักเสบเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันที