← กลับไปยังบทความทั้งหมด

บทลงโทษในกีฬาฮอกกี้น้ำแข็ง

สรุปใจความสำคัญ

  • บทลงโทษส่วนใหญ่ส่งผลให้ทีมต้องเล่นในสถานะ Short-handed หรือมีผู้เล่นน้อยกว่าคู่แข่ง
  • พาวเวอร์เพลย์ (Power Play) คือสถานการณ์ที่ทีมหนึ่งมีผู้เล่นมากกว่าอีกทีมเนื่องจากบทลงโทษ
  • บทลงโทษเล็กน้อย (Minor Penalty) จะสิ้นสุดลงทันทีหากทีมคู่แข่งทำประตูได้ แต่บทลงโทษรุนแรง (Major Penalty) ต้องอยู่จนครบเวลา

ในกีฬาฮอกกี้น้ำแข็ง บทลงโทษ (Penalty) คือการลงโทษผู้เล่นที่ละเมิดกฎกติกาของการแข่งขัน โดยส่วนใหญ่จะใช้วิธีส่งผู้เล่นที่กระทำผิดไปยัง กล่องลงโทษ (Penalty Box) เป็นระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งในช่วงเวลานี้ผู้เล่นคนดังกล่าวจะไม่สามารถลงแข่งขันในสนามได้

การตัดสินบทลงโทษเป็นหน้าที่ของผู้ตัดสิน (Referee) หรือในบางกรณีอาจเป็นผู้ช่วยผู้ตัดสิน (Linesman) โดยทีมที่ถูกลงโทษจะไม่สามารถส่งผู้เล่นสำรองลงมาแทนที่ผู้เล่นที่ถูกส่งเข้ากล่องลงโทษได้ (ยกเว้นบางกรณี เช่น การทะเลาะวิวาท) ส่งผลให้ทีมนั้นมีจำนวนผู้เล่นในสนามน้อยกว่าปกติ ซึ่งเรียกว่าสถานะ Short-handed ในขณะที่ทีมคู่แข่งที่มีจำนวนผู้เล่นมากกว่าจะอยู่ในสถานะ พาวเวอร์เพลย์ (Power Play) และทีมที่เสียเปรียบด้านจำนวนผู้เล่นจะต้องทำการ Penalty Kill จนกว่าเวลาลงโทษจะหมดลงหรือมีการทำประตูเกิดขึ้น

ผู้เล่นฮอกกี้น้ำแข็งในกล่องลงโทษ
ผู้เล่นที่ถูกลงโทษจะต้องนั่งในกล่องลงโทษจนกว่าเวลาจะหมดลง

ประวัติความเป็นมาของระบบบทลงโทษ

กฎกติกาฮอกกี้น้ำแข็งในยุคแรกเริ่ม เช่น กฎฮาลิแฟกซ์ (Halifax Rules) ซึ่งนำมาใช้ในมอนทรีออลเมื่อปี ค.ศ. 1875 ไม่ได้มีระบบการส่งผู้เล่นออกจากสนาม แต่จะใช้วิธีหยุดเกมและเริ่มเล่นใหม่ด้วยการ Bully (การแย่งลูก faceoff)

ต่อมาในปี ค.ศ. 1886 มีการปรับปรุงกฎให้มีการเตือนผู้เล่นที่ทำผิดกฎ 2 ครั้ง และหากทำผิดครั้งที่ 3 จะถูกไล่ออกจากเกม จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1904 จึงเริ่มมีการนำระบบการส่งผู้เล่นออกจากสนามชั่วคราวมาใช้ โดยผู้ตัดสินสามารถสั่งลงโทษได้ 2, 3 หรือ 5 นาที ตามความรุนแรงของเหตุการณ์

เมื่อมีการก่อตั้งลีก National Hockey League (NHL) ในปี ค.ศ. 1917 ได้มีการกำหนดกฎสำคัญคือ ทีมที่ผู้เล่นถูกลงโทษห้ามส่งผู้เล่นสำรองลงมาแทน ทำให้ทีมนั้นต้องเล่นในสถานะเสียเปรียบด้านจำนวนผู้เล่น และในปี ค.ศ. 1921–22 บทลงโทษพื้นฐานถูกปรับลดลงเหลือ 2 นาที

การแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งในอดีต
วิวัฒนาการของกฎกติกาฮอกกี้น้ำแข็งส่งผลต่อกลยุทธ์การเล่นในปัจจุบัน

ประเภทของบทลงโทษ

ทั้ง NHL และสหพันธ์ฮอกกี้น้ำแข็งสากล (IIHF) แบ่งระดับความรุนแรงของบทลงโทษออกเป็นหลายระดับ ดังนี้:

1. บทลงโทษเล็กน้อย (Minor Penalty)

เป็นบทลงโทษที่พบบ่อยที่สุด มีระยะเวลา 2 นาที ผู้เล่นที่กระทำผิดจะถูกส่งไปยังกล่องลงโทษ หากทีมคู่แข่งสามารถทำประตูได้ในช่วงเวลานี้ บทลงโทษจะสิ้นสุดลงทันทีและผู้เล่นสามารถกลับเข้าสู่สนามได้

ในกรณีของ บทลงโทษร่วม (Coincidental Minor Penalties) ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อผู้เล่นจากทั้งสองทีมถูกลงโทษในเวลาเดียวกัน จำนวนผู้เล่นในสนามอาจไม่เปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับกฎของแต่ละลีก เช่น ใน NHL หากทั้งสองทีมมีจำนวนผู้เล่นเท่ากันก่อนเกิดเหตุ จะเล่นแบบ 4 ต่อ 4 แต่หากมีความแตกต่างของจำนวนผู้เล่นอยู่ก่อนแล้ว ผู้เล่นที่ถูกลงโทษจะยังคงอยู่ในกล่องจนกว่าจะมีการหยุดเกมครั้งแรกหลังจากเวลาลงโทษหมดลง

ผู้ตัดสินส่งสัญญาณลงโทษ
ผู้ตัดสินจะใช้สัญญาณมือเพื่อระบุประเภทของบทลงโทษที่เกิดขึ้น

2. บทลงโทษรุนแรง (Major Penalty)

ใช้สำหรับความผิดที่รุนแรงกว่าบทลงโทษเล็กน้อย โดยปกติจะมีระยะเวลา 5 นาที และความแตกต่างสำคัญคือ แม้ทีมคู่แข่งจะทำประตูได้ บทลงโทษนี้จะไม่สิ้นสุดลง ผู้เล่นที่กระทำผิดจะต้องอยู่ในกล่องลงโทษจนครบเวลา 5 นาทีเต็ม

สถิติการลงโทษ (PIM)

สถิติที่ใช้ติดตามการลงโทษของผู้เล่นและทีมเรียกว่า Penalty Minutes หรือตัวย่อ PIM (Penalties in Minutes) ซึ่งเป็นผลรวมของเวลาทั้งหมดที่ผู้เล่นคนนั้นถูกลงโทษตลอดฤดูกาล

คำถามที่พบบ่อย

Penalty Box คืออะไร?

คือพื้นที่บริเวณข้างสนามที่ผู้เล่นที่กระทำผิดกฎต้องเข้าไปนั่งรอจนกว่าเวลาลงโทษจะหมดลงหรือเงื่อนไขการปล่อยตัวครบถ้วน

Power Play เกิดขึ้นได้อย่างไร?

เกิดขึ้นเมื่อทีมหนึ่งได้รับบทลงโทษและต้องส่งผู้เล่นเข้ากล่องลงโทษ ทำให้ทีมคู่แข่งมีจำนวนผู้เล่นในสนามมากกว่า

PIM ในสถิติฮอกกี้หมายถึงอะไร?

ย่อมาจาก Penalties in Minutes คือจำนวนนาทีรวมทั้งหมดที่ผู้เล่นถูกลงโทษในการแข่งขัน

ถ้าทีมที่ได้เปรียบทำประตูได้ใน Minor Penalty จะเกิดอะไรขึ้น?

บทลงโทษนั้นจะสิ้นสุดลงทันที และผู้เล่นที่ถูกลงโทษสามารถกลับเข้าสู่สนามได้ทันที