← กลับไปยังบทความทั้งหมด

เทศบาลเพนน์สวิลล์ รัฐนิวเจอร์ซีย์

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกสุดของรัฐนิวเจอร์ซีย์
  • ก่อตั้งโดยกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานชาวสวีเดนและฟินแลนด์ก่อนจะถูกโอนสิทธิ์ให้วิลเลียม เพนน์
  • เคยเป็นแหล่งท่องเที่ยวริมน้ำที่สำคัญก่อนจะเปลี่ยนเป็นเขตอุตสาหกรรมโดยบริษัท DuPont
  • เป็นส่วนหนึ่งของเขตมหานครฟิลาเดลเฟียในภูมิภาคเซาท์เจอร์ซีย์

เทศบาลเพนน์สวิลล์ (Pennsville Township) เป็นเขตการปกครองส่วนท้องถิ่นที่ตั้งอยู่ในเซเลมเคาน์ตี้ (Salem County) รัฐนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา โดยมีลักษณะเด่นคือเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกสุดของรัฐนิวเจอร์ซีย์ ชื่อของเทศบาลตั้งตามชื่อของ วิลเลียม เพนน์ (William Penn)

จากการสำมะโนประชากรของสหรัฐอเมริกาในปี 2020 พบว่าเทศบาลแห่งนี้มีประชากร 12,684 คน ซึ่งลดลงจากปี 2010 ที่มีจำนวน 13,409 คน พื้นที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของภูมิภาคเซาท์เจอร์ซีย์ (South Jersey) และอยู่ในเขตมหานครฟิลาเดลเฟีย

แผนที่แสดงตำแหน่งของเทศบาลเพนน์สวิลล์ในรัฐนิวเจอร์ซีย์
ตำแหน่งที่ตั้งของเทศบาลเพนน์สวิลล์ภายในรัฐนิวเจอร์ซีย์

ประวัติศาสตร์

การตั้งถิ่นฐานยุคแรก

ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17 พื้นที่บริเวณนี้เป็นที่อยู่อาศัยของชนเผ่าเลนนี เลนาเป (Lenni Lenape) ซึ่งเรียกพื้นที่นี้ว่า "Hoppemense" ต่อมาในปี 1638 ชาวสวีเดนได้จัดตั้งป้อมปราการเพื่อการค้าที่วิลมิงตันในชื่อ ฟอร์ตคริสตินา (Fort Christina) และเริ่มขยายการซื้อที่ดินและตั้งถิ่นฐานทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเดลาแวร์ในปี 1641

หลักฐานจากการสำมะโนประชากรโดย วอลเตอร์ วอร์ตัน (Walter Wharton) ในเดือนพฤษภาคม 1671 ระบุว่ามีชาวสวีเดนและชาวฟินแลนด์อาศัยอยู่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเดลาแวร์ในบริเวณที่เป็นเพนน์สวิลล์ในปัจจุบัน

อาณานิคมของเฟนวิก

ในปี 1675 จอห์น เฟนวิก (John Fenwick) ชาวเควกเกอร์ชาวอังกฤษ ได้เดินทางมาเพื่อสร้างอาณานิคมในเวสต์เจอร์ซีย์ ซึ่งเขาเรียกพื้นที่นี้ว่า "เวสต์เฟนวิก" (West Fenwick) แม้ว่าจะมีผู้ตั้งถิ่นฐานชาวสวีเดนและฟินแลนด์อยู่ก่อนแล้ว แต่กลุ่มคนเหล่านี้ได้ยอมรับเฟนวิกเป็นเจ้าของที่ดิน (Lord Proprietor) เพื่อรักษากรรมสิทธิ์ในที่ดินของตน โดยการลงนามในสัญญาเช่าและจ่ายค่าเช่ารายปี

เนื่องจากปัญหาทางการเงิน กฎหมาย และสุขภาพ จอห์น เฟนวิก ได้โอนสิทธิ์และผลประโยชน์ทั้งหมดในเวสต์เจอร์ซีย์ (ยกเว้นพื้นที่ 150,000 เอเคอร์) ให้แก่ วิลเลียม เพนน์ เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 1682 และเสียชีวิตในปี 1683

การเปลี่ยนแปลงและการพัฒนา

ในปี 1701 พื้นที่เวสต์เฟนวิกถูกเปลี่ยนชื่อเป็น เทศบาลเพนน์สเน็ค (Penns Neck Township) เพื่อเป็นเกียรติแก่ วิลเลียม เพนน์ ต่อมาในปี 1721 ได้มีการแบ่งออกเป็นเพนน์สเน็คตอนบนและตอนล่าง และได้รับการจดทะเบียนเป็นหนึ่งใน 104 เทศบาลแรกเริ่มของรัฐนิวเจอร์ซีย์ในปี 1798 จนกระทั่งวันที่ 2 พฤศจิกายน 1965 จึงได้มีการลงประชามติเปลี่ยนชื่อเป็น เทศบาลเพนน์สวิลล์ อย่างเป็นทางการ

ในช่วงศตวรรษที่ 19 และต้นศตวรรษที่ 20 เพนน์สวิลล์เคยเป็นจุดหมายปลายทางของการพักผ่อน โดยมีโรงแรมริมน้ำที่สำคัญคือ โรงแรมซิลเวอร์โกรฟ (Silver Grove Hotel) และโรงแรมริเวอร์วิว (River View Hotel) นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาชุมชนรีสอร์ต Fenton’s Beach ที่จุด Deep Water Point ในปี 1908

การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นเมื่อบริษัท ดูปองท์ (DuPont Company) เข้าซื้อรีสอร์ต Fenton’s Beach ในปี 1916 เพื่อสร้างโรงงานผลิตสีย้อม (DuPont Dye Works) ตามมาด้วยการสร้างสถานีผลิตไฟฟ้า Deepwater ในปี 1929 และการเปิดใช้สะพานเดลาแวร์เมโมเรียล (Delaware Memorial Bridge) ในปี 1951 ซึ่งเชื่อมต่อนิวเจอร์ซีย์และเดลาแวร์

แผนที่แสดงตำแหน่งของเทศบาลเพนน์สวิลล์ในสหรัฐอเมริกา
ตำแหน่งที่ตั้งของเทศบาลเพนน์สวิลล์ในระดับประเทศ

ภูมิศาสตร์

ตามข้อมูลจากสำนักงานสำมะโนประชากรสหรัฐฯ เทศบาลเพนน์สวิลล์มีพื้นที่รวมทั้งหมด 24.58 ตารางไมล์ (63.66 ตารางกิโลเมตร) แบ่งเป็นพื้นที่บนบก 21.27 ตารางไมล์ (55.08 ตารางกิโลเมตร) และพื้นที่แหล่งน้ำ 3.31 ตารางไมล์ (8.58 ตารางกิโลเมตร) หรือคิดเป็นร้อยละ 13.48 ของพื้นที่ทั้งหมด

คำถามที่พบบ่อย

เทศบาลเพนน์สวิลล์ตั้งอยู่ที่ไหน?

ตั้งอยู่ในเซเลมเคาน์ตี้ รัฐนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา และเป็นเมืองที่อยู่ทางทิศตะวันตกสุดของรัฐ

ชื่อเมืองเพนน์สวิลล์มีที่มาจากอะไร?

ตั้งชื่อตาม วิลเลียม เพนน์ (William Penn) ผู้ซึ่งได้รับโอนสิทธิ์ในที่ดินจากจอห์น เฟนวิก ในปี 1682

ในอดีตเพนน์สวิลล์มีชื่อเรียกอื่นว่าอย่างไร?

เคยถูกเรียกว่า เวสต์เฟนวิก (West Fenwick) และต่อมาเปลี่ยนเป็น เพนน์สเน็ค (Penns Neck) ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเพนน์สวิลล์ในปี 1965

กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สำคัญในอดีตของเมืองคืออะไร?

เริ่มต้นจากการเป็นแหล่งท่องเที่ยวริมน้ำที่มีโรงแรมและรีสอร์ต ก่อนจะเปลี่ยนเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมเมื่อบริษัท DuPont เข้ามาสร้างโรงงานผลิตสีย้อม