← กลับไปยังบทความทั้งหมด

การปลอมแปลงแสตมป์ ประเภทและวิธีการตรวจสอบ

สรุปใจความสำคัญ

  • แสตมป์ปลอม (Forgery) มุ่งเป้าที่นักสะสม ส่วนแสตมป์เลียนแบบ (Counterfeit) มุ่งเป้าที่การหลอกลวงระบบไปรษณีย์
  • จอง เดอ สเปราตี เป็นนักปลอมแปลงแสตมป์ระดับตำนานที่ใช้เทคนิค Photolithography ในการสร้างงานปลอมที่แนบเนียน
  • มาตรการป้องกันการปลอมแปลงแสตมป์มีลักษณะคล้ายกับการป้องกันธนบัตร เช่น การใช้ลายน้ำและกระดาษพิเศษ
  • แสตมป์ปลอมบางดวงในปัจจุบันมีมูลค่าสูงกว่าแสตมป์จริงเนื่องจากความประณีตและชื่อเสียงของผู้ปลอมแปลง

ในโลกของการสะสมแสตมป์ (Philately) การเผชิญกับวัตถุที่ดูเหมือนแสตมป์แต่ถูกสร้างขึ้นเพื่อหลอกลวงหรือฉ้อโกงเป็นปัญหาที่ท้าทายและซับซ้อน การแยกแยะระหว่างแสตมป์จริงและแสตมป์ปลอมต้องอาศัยความเชี่ยวชาญและการสังเกตอย่างละเอียด โดยสามารถแบ่งประเภทของการปลอมแปลงออกเป็นหลายรูปแบบตามวัตถุประสงค์และวิธีการผลิต

ตัวอย่างแสตมป์ที่มีการปลอมแปลง
ตัวอย่างการปลอมแปลงแสตมป์ที่พบได้ในวงการนักสะสม

นิยามของการปลอมแปลงแสตมป์

เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน นักสะสมและผู้เชี่ยวชาญมักอ้างอิงนิยามตามมาตรฐานของ Scott Standard Postage Stamp Catalogue ซึ่งแบ่งประเภทไว้ดังนี้:

  • แสตมป์ปลอม (Forgery): แสตมป์ที่ผลิตขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหลอกลวงนักสะสมให้เชื่อว่าเป็นแสตมป์หายากหรือแสตมป์จริง
  • แสตมป์เลียนแบบ (Counterfeit): แสตมป์ที่ผลิตขึ้นเพื่อหลอกลวงรัฐบาลหรือหน่วยงานออกแสตมป์ เพื่อนำไปใช้ส่งจดหมายจริงโดยไม่ต้องชำระค่าฝากส่ง
  • แสตมป์ดัดแปลง (Fake): การนำแสตมป์จริงมาแก้ไขดัดแปลงเพื่อให้ดูเหมือนเป็นแสตมป์อีกประเภทหนึ่ง เช่น การปลอมตราประทับ (Cancellations), การปลอมพิมพ์ทับ (Overprints), การตัดหรือเพิ่มรูปรอยปรุ (Perforations) หรือการแก้ไขรายละเอียดในแบบพิมพ์

ประวัติการปลอมแปลงแสตมป์

แสตมป์ดวงแรกของโลกถูกออกใช้ในสหราชอาณาจักรเมื่อปี ค.ศ. 1840 และเพียงไม่กี่ปีต่อมาในช่วงต้นทศวรรษ 1860 ก็เริ่มมีการปรากฏของแสตมป์ปลอมที่สร้างขึ้นเพื่อหลอกนักสะสม โดยในปี ค.ศ. 1863 Thornton Lewes และ Edward Pemberton ได้ตีพิมพ์หนังสือ Forged Stamps: How to Detect Them เพื่อให้ความรู้ในการตรวจสอบแสตมป์ปลอม

จอง เดอ สเปราตี (Jean de Sperati)

หนึ่งในนักปลอมแปลงแสตมป์ที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์คือ จอง เดอ สเปราตี เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในการสร้างแสตมป์ปลอมที่แนบเนียนจนยากจะแยกออก ตัวอย่างผลงานที่สำคัญ ได้แก่:

  • การปลอมแสตมป์ 10 เซนต์สีดำ (10 cent black) ของสหรัฐอเมริกาปี 1847 ซึ่งสามารถตรวจพบได้จากจุดบกพร่องเล็กน้อยสองจุด
  • การปลอมแสตมป์เกาะแวนคูเวอร์ (Vancouver Island) ปี 1865 โดยใช้กระบวนการฟอกสีแสตมป์จริงที่มีราคาถูกกว่า แล้วใช้เทคนิค Photolithography (การพิมพ์หินด้วยภาพถ่าย) เพื่อสร้างภาพเลียนแบบที่สมบูรณ์แบบ

ตลอดชีวิตของเขาสเปราตีปลอมแสตมป์มากกว่า 500 แบบ และบางครั้งเขายังเซ็นชื่อด้วยดินสอไว้ด้านหลังผลงานของเขา ซึ่งในปัจจุบันแสตมป์ปลอมของสเปราตีกลับมีมูลค่าสูงกว่าแสตมป์จริงในบางกรณีเนื่องจากเป็นที่ต้องการของนักสะสมงานศิลปะการปลอมแปลง

ประเภทของการปลอมแปลงและกลวิธี

การปลอมแปลงเพื่อการไปรษณีย์ (Postal Forgeries/Counterfeits)

กลุ่มนี้มีเป้าหมายเพื่อนำไปใช้ส่งจดหมายจริง ดังนั้นจึงต้องผลิตในปริมาณมากเพื่อให้คุ้มทุน โดยมักเลียนแบบแสตมป์ที่ใช้กันทั่วไปในชีวิตประจำวัน ตัวอย่างที่โดดเด่น ได้แก่:

  • Penny Black: แสตมป์ดวงแรกของโลกที่ถูกเลียนแบบในปี 1840 ซึ่งเป็นปีแรกที่ออกใช้
  • การปลอมบางส่วน (Partial Forgery): การเปลี่ยนสีหรือเปลี่ยนตัวเลขราคาหน้าแสตมป์เพื่อให้ดูเป็นแสตมป์ที่มีมูลค่าสูงขึ้น
  • การลบตราประทับ: การใช้สารเคมีลบตราประทับออกเพื่อให้แสตมป์ที่ใช้แล้วดูเหมือนแสตมป์ใหม่ (Unused)

มาตรการป้องกันการปลอมแปลง

หน่วยงานไปรษณีย์ทั่วโลกได้พัฒนาระบบป้องกันที่คล้ายคลึงกับการป้องกันธนบัตรปลอม ดังนี้:

  • ลายน้ำ (Watermarks): การสร้างสัญลักษณ์ในเนื้อกระดาษ
  • กระดาษชนิดพิเศษ: การใช้กระดาษที่มีคุณสมบัติเฉพาะตัว
  • การแกะสลักที่ละเอียดอ่อน: การใช้เทคนิคการพิมพ์ที่เลียนแบบได้ยาก
  • เส้นใยไหม (Silk threads): การฝังเส้นใยไว้ในเนื้อกระดาษ
  • เครื่องหมายลับ: การใส่จุดสังเกตที่มองเห็นได้เฉพาะภายใต้กล้องจุลทรรศน์

การแยกแยะระหว่างแสตมป์ปลอมและแสตมป์เลียนแบบ

หากเป็นแสตมป์ที่ยังไม่ถูกใช้งาน (Unused) การแยกแยะระหว่างแสตมป์ปลอม (สำหรับนักสะสม) และแสตมป์เลียนแบบ (สำหรับส่งจดหมาย) อาจทำได้ยากเพราะใช้เทคนิคการผลิตที่คล้ายกัน แต่หากมีตราประทับจะสังเกตได้ง่ายขึ้น:

  • ตราประทับปลอม: หากตราประทับถูกทำปลอมขึ้น มักจะเป็นแสตมป์ปลอมที่สร้างมาเพื่อหลอกนักสะสม (Philatelic Forgery)
  • ตราประทับจริง: หากตราประทับเป็นของจริง แต่ตัวแสตมป์เป็นของปลอม มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นแสตมป์เลียนแบบที่เคยถูกนำไปใช้ส่งจดหมายจริง (Postal Forgery)

คำถามที่พบบ่อย

แสตมป์ปลอม (Forgery) กับแสตมป์เลียนแบบ (Counterfeit) ต่างกันอย่างไร?

แสตมป์ปลอม (Forgery) ผลิตขึ้นเพื่อหลอกนักสะสมให้เชื่อว่าเป็นแสตมป์หายากเพื่อเก็งกำไร ส่วนแสตมป์เลียนแบบ (Counterfeit) ผลิตขึ้นเพื่อนำไปใช้ส่งจดหมายจริงโดยหลอกลวงรัฐบาลหรือหน่วยงานไปรษณีย์

จะตรวจสอบแสตมป์ปลอมได้อย่างไร?

การตรวจสอบทำได้โดยการดูลายน้ำ (Watermark), ชนิดของกระดาษ, ความละเอียดของการพิมพ์, รอยปรุ และการตรวจสอบตราประทับว่ามีความสมจริงหรือไม่ รวมถึงการใช้กล้องจุลทรรศน์ตรวจหาเครื่องหมายลับ

ทำไมแสตมป์ปลอมบางดวงถึงมีราคาสูง?

แสตมป์ปลอมที่สร้างโดยปรมาจารย์อย่าง จอง เดอ สเปราตี กลายเป็นงานศิลปะในตัวเอง และนักสะสมบางกลุ่มให้คุณค่ากับความสามารถในการปลอมแปลงที่แนบเนียนจนกลายเป็นของสะสมที่มีราคา

แสตมป์ดัดแปลง (Fake) คืออะไร?

คือการนำแสตมป์จริงมาแก้ไข เช่น การลบตราประทับออกเพื่อให้ดูเหมือนแสตมป์ใหม่ หรือการแก้ไขตัวเลขราคาหน้าแสตมป์เพื่อให้ดูเหมือนเป็นรุ่นที่หายากกว่า