Phonographic Performance Limited (PPL)
สรุปใจความสำคัญ
- ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1934 โดย Decca Records และ EMI เพื่อบริหารจัดการสิทธิในสิ่งบันทึกเสียง
- ทำหน้าที่จัดเก็บค่ารอยัลตี้ให้กับทั้งค่ายเพลง (เจ้าของสิทธิ) และศิลปินผู้แสดง
- มีความแตกต่างจาก PRS for Music โดย PPL ดูแลสิ่งบันทึกเสียง ส่วน PRS ดูแลการประพันธ์เพลงและโน้ตเพลง
- ร่วมทุนกับ PRS ก่อตั้ง PPL PRS Ltd เพื่อให้บริการใบอนุญาต 'TheMusicLicence'
Phonographic Performance Limited (PPL) เป็นองค์กรบริหารจัดการสิทธิรวม (Collective Management Organization - CMO) ด้านลิขสิทธิ์ดนตรีในสหราชอาณาจักร โดยจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัดส่วนบุคคล มีหน้าที่หลักในการบริหารจัดการสิทธิในสิ่งบันทึกเสียง (Sound Recordings) ในนามของสมาชิกซึ่งเป็นบริษัทค่ายเพลง และดำเนินการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการใช้สิทธิเพื่อนำมาจัดสรรเป็นค่ารอยัลตี้ (Royalties) ให้แก่ทั้งเจ้าของสิทธิ (ค่ายเพลง) และศิลปินผู้แสดง
ประวัติและการก่อตั้ง
PPL ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ค.ศ. 1934 โดยความร่วมมือระหว่างค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ในขณะนั้นคือ Decca Records และ EMI (ซึ่งในขณะนั้นใช้ชื่อว่า The Gramophone Company) จุดเริ่มต้นเกิดจากคดีความกับร้านกาแฟในเมืองบริสตอลชื่อ Stephen Carwardine & Co ซึ่งนำแผ่นเสียงมาเปิดให้ลูกค้าฟังในที่สาธารณะ โดยศาลตัดสินว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์หากไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ นำไปสู่การจัดตั้ง PPL เพื่อทำหน้าที่ออกใบอนุญาตและจัดเก็บค่าธรรมเนียมอย่างเป็นระบบ
การขยายบทบาทและกฎหมายลิขสิทธิ์
บทบาทของ PPL ขยายตัวขึ้นตามการเปลี่ยนแปลงของกฎหมายลิขสิทธิ์ในสหราชอาณาจักร ดังนี้:
- พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ ค.ศ. 1956: ขยายขอบเขตการทำงานของ PPL ให้ครอบคลุมถึงการออกใบอนุญาตสำหรับสถานีวิทยุและโทรทัศน์ที่ใช้สิ่งบันทึกเสียง
- การเปลี่ยนแปลงกฎหมายปี ค.ศ. 1988: เสริมสร้างอำนาจในการออกใบอนุญาตให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น
- สิทธิในการได้รับค่าตอบแทนที่เป็นธรรม (1996): ในปี ค.ศ. 1996 ศิลปินผู้แสดงได้รับสิทธิตามกฎหมายในการได้รับ "ค่าตอบแทนที่เป็นธรรม" (Equitable Remuneration) เมื่อสิ่งบันทึกเสียงที่มีการแสดงของตนถูกนำไปเปิดในที่สาธารณะหรือออกอากาศ
การควบรวมองค์กรและการบริหารจัดการ
ในช่วงแรก สิทธิของศิลปินผู้แสดงถูกจัดเก็บโดยองค์กรอื่น ได้แก่ PAMRA (สำหรับศิลปินที่ไม่ใช่ศิลปินหลัก) และ AURA (สำหรับศิลปินหลัก) จนกระทั่งในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2006 ทั้ง PAMRA และ AURA ได้ควบรวมเข้ากับ PPL ทำให้ PPL กลายเป็นองค์กรเดียวที่ดูแลทั้งเจ้าของสิทธิและศิลปินผู้แสดง โดยมีการจัดตั้งคณะกรรมการเฉพาะสำหรับศิลปินผู้แสดงเพื่อดูแลผลประโยชน์
ความร่วมมือกับ PRS for Music
PPL มีขอบเขตการทำงานที่แตกต่างจาก PRS for Music (เดิมชื่อ Performing Right Society) ซึ่งก่อตั้งในปี ค.ศ. 1914 โดย PRS จะเน้นจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์สำหรับการแสดงดนตรีสดหรือการใช้โน้ตเพลง (Composition/Publishing) ในขณะที่ PPL เน้นที่สิ่งบันทึกเสียง (Sound Recording)
เพื่อให้ผู้ใช้งานขอใบอนุญาตได้สะดวกยิ่งขึ้น ในปี ค.ศ. 2016 PPL และ PRS ได้ร่วมทุนจัดตั้งบริษัท PPL PRS Ltd เพื่อให้บริการใบอนุญาตแบบรวมที่เรียกว่า "TheMusicLicence"
การดำเนินงานและสถานะปัจจุบัน
PPL ดำเนินงานโดยการจัดเก็บค่าธรรมเนียมใบอนุญาตจากการใช้งานเพลงในที่สาธารณะและการออกอากาศ หลังจากหักค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ ค่าใช้จ่ายในการต่อต้านการละเมิดลิขสิทธิ์ และเงินบริจาคเพื่อการกุศลในอุตสาหกรรมดนตรี (ซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมสามัญประจำปี) รายได้ทั้งหมดจะถูกส่งต่อให้สมาชิกในรูปแบบของค่ารอยัลตี้
ข้อมูลทางการเงินในปี ค.ศ. 2022 ระบุว่า PPL สามารถจัดเก็บรายได้ได้ถึง 272.6 ล้านปอนด์ ซึ่งเพิ่มขึ้น 7.8% เมื่อเทียบกับปี 2018 โดยรายได้หลักมาจากการออกอากาศและการแสดงในที่สาธารณะ แม้ว่ารายได้จากต่างประเทศจะลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปี 2021
ความร่วมมือระหว่างประเทศ
PPL มีข้อตกลงต่างตอบแทน (Reciprocal Deals) กับองค์กรจัดเก็บลิขสิทธิ์ดนตรีใน 95 ประเทศทั่วโลก เช่น PPCA ในออสเตรเลีย, GVL ในเยอรมนี และ SoundExchange ในสหรัฐอเมริกา เพื่อให้มั่นใจว่าศิลปินและค่ายเพลงสมาชิกของ PPL จะได้รับค่าตอบแทนเมื่อผลงานของตนถูกนำไปใช้ในประเทศเหล่านั้น และในทางกลับกัน PPL จะจัดเก็บค่าธรรมเนียมในสหราชอาณาจักรเพื่อส่งคืนให้แก่สมาชิกขององค์กรพันธมิตร
นอกจากนี้ PPL ยังเป็นสมาชิกของ SCAPR (Societies’ Council for the Collective Management of Performers’ Rights) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มระดับสากลเพื่อพัฒนาความร่วมมือระหว่างองค์กรที่ดูแลสิทธิของศิลปินผู้แสดง
คำถามที่พบบ่อย
PPL แตกต่างจาก PRS for Music อย่างไร?
PPL (Phonographic Performance Limited) ดูแลสิทธิใน 'สิ่งบันทึกเสียง' (Sound Recording) ซึ่งครอบคลุมถึงตัวไฟล์เสียงหรือแผ่นเสียงที่บันทึกไว้ ส่วน PRS for Music ดูแลสิทธิใน 'การประพันธ์เพลง' (Composition) ซึ่งครอบคลุมถึงเนื้อร้องและทำนองเพลง
ใครสามารถเป็นสมาชิกของ PPL ได้บ้าง?
สมาชิกของ PPL ประกอบด้วยเจ้าของสิทธิในสิ่งบันทึกเสียง (เช่น ค่ายเพลง) และศิลปินผู้แสดง (เช่น นักดนตรีแบ็คอัพ ศิลปินเดี่ยว หรือค่ายเพลงยักษ์ใหญ่) โดยการสมัครเป็นสมาชิกไม่มีค่าใช้จ่าย
PPL จัดเก็บรายได้จากที่ไหนและนำไปใช้อย่างไร?
PPL จัดเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้ที่นำเพลงบันทึกเสียงไปเปิดในที่สาธารณะ เช่น ร้านค้า สถานีวิทยุ และสถานีโทรทัศน์ โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการจะถูกนำมาจัดสรรเป็นค่ารอยัลตี้ให้กับสมาชิก
TheMusicLicence คืออะไร?
TheMusicLicence คือใบอนุญาตแบบรวมที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง PPL และ PRS for Music เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถขอใบอนุญาตการใช้เพลงในที่สาธารณะได้ในจุดเดียว แทนที่จะต้องขอแยกจากสององค์กร