← กลับไปยังบทความทั้งหมด

กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง กลไกการเปลี่ยนพลังงานแสงเป็นพลังงานเคมี

สรุปใจความสำคัญ

  • การสังเคราะห์ด้วยแสงเปลี่ยนพลังงานแสงเป็นพลังงานเคมีในรูปของคาร์โบไฮเดรต
  • การสังเคราะห์ด้วยแสงแบบปล่อยออกซิเจนพบในพืช สาหร่าย และไซยาโนแบคทีเรีย
  • กระบวนการนี้ประกอบด้วยสองขั้นตอนหลักคือ ปฏิกิริยาที่ต้องใช้แสง และวัฏจักรคัลวิน
  • เป็นกระบวนการหลักที่ผลิตออกซิเจนและเป็นรากฐานของห่วงโซ่อาหารในระบบนิเวศโลก

การสังเคราะห์ด้วยแสง (Photosynthesis) คือระบบของกระบวนการทางชีวภาพที่สิ่งมีชีวิตกลุ่มออโตโทรฟ (Autotrophic organisms) ซึ่งมีสารสีที่สามารถดูดซับแสงได้ เช่น พืชส่วนใหญ่ สาหร่าย และไซยาโนแบคทีเรีย ใช้ในการเปลี่ยนพลังงานแสง (โดยปกติคือแสงอาทิตย์) ให้กลายเป็นพลังงานเคมีที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตและการเจริญเติบโต

โดยทั่วไป เมื่อกล่าวถึงการสังเคราะห์ด้วยแสง มักหมายถึง การสังเคราะห์ด้วยแสงแบบปล่อยออกซิเจน (Oxygenic photosynthesis) ซึ่งเป็นกระบวนการที่ปล่อยก๊าซออกซิเจนออกมาเป็นผลพลอยได้จากการแยกโมเลกุลของน้ำ พลังงานเคมีที่ได้จะถูกเก็บไว้ในพันธะของสารประกอบอินทรีย์ภายในเซลล์ ซึ่งมักอยู่ในรูปของคาร์โบไฮเดรต เช่น น้ำตาลกลูโคส ฟรุกโตส ซูโครส แป้ง และเซลลูโลส เมื่อสิ่งมีชีวิตต้องการใช้พลังงานที่สะสมไว้ เซลล์จะนำสารประกอบอินทรีย์เหล่านี้ไปผ่านกระบวนการหายใจระดับเซลล์ (Cellular respiration) เพื่อสลายพลังงานออกมา

แผนผังกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงแสดงการรับแสงและคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อผลิตน้ำตาลและออกซิเจน
แผนผังแสดงภาพรวมของกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงในพืช

ประเภทของการสังเคราะห์ด้วยแสง

การสังเคราะห์ด้วยแสงสามารถแบ่งออกเป็นสองประเภทหลักตามการผลิตออกซิเจน:

  • การสังเคราะห์ด้วยแสงแบบปล่อยออกซิเจน (Oxygenic Photosynthesis): พบในพืช สาหร่าย และไซยาโนแบคทีเรีย โดยใช้น้ำเป็นตัวให้เล็กตรอนและปล่อยก๊าซออกซิเจนออกมา
  • การสังเคราะห์ด้วยแสงแบบไม่ปล่อยออกซิเจน (Anoxygenic Photosynthesis): พบในแบคทีเรียบางชนิด เช่น แบคทีเรียสีม่วง (Purple bacteria) ซึ่งใช้ไฮโดรเจนซัลไฟด์ (Hydrogen sulfide) แทนน้ำในการให้เล็กตรอน ส่งผลให้มีการปล่อยกำมะถัน (Sulfur) แทนออกซิเจน

นอกจากนี้ยังมีสิ่งมีชีวิตบางกลุ่ม เช่น อาร์เคีย (Archaea) ในสกุล Halobacterium ที่ใช้สารสีเรตินัล (Retinal) และไมโครเบียลโรดอปซิน (Microbial rhodopsin) ในการดูดซับแสงสีเขียวเพื่อสร้างความต่างศักย์ของโปรตอนผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ ซึ่งนำไปสู่การสังเคราะห์ ATP โดยตรง โดยกระบวนการนี้อาจเป็นรูปแบบการสังเคราะห์ด้วยแสงที่เก่าแก่ที่สุดบนโลก

โครงสร้างของคลอโรพลาสต์และระบบแสง
รายละเอียดโครงสร้างภายในคลอโรพลาสต์ที่ทำหน้าที่สังเคราะห์ด้วยแสง

กลไกการทำงานของกระบวนการ

กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงเริ่มต้นเมื่อพลังงานแสงถูกดูดซับโดยศูนย์ปฏิกิริยา (Reaction centers) ซึ่งเป็นโปรตีนที่มีสารสีสังเคราะห์แสง (Photosynthetic pigments) หรือโครโมฟอร์ (Chromophores) เช่น คลอโรฟิลล์ (Chlorophyll) ในพืช ซึ่งจะดูดซับแสงในช่วงคลื่นสีแดงและน้ำเงิน และสะท้อนแสงสีเขียวออกมา

ปฏิกิริยาที่ต้องใช้แสง (Light-dependent Reactions)

ในขั้นตอนนี้ พลังงานแสงจะถูกนำไปใช้ในการแยกโมเลกุลของน้ำ (Water splitting) เพื่อดึงเล็กตรอนออกมา ทำให้เกิดก๊าซออกซิเจน และสร้างโมเลกุลพลังงานสูงสองชนิดคือ ATP และ NADPH

ปฏิกิริยาที่ไม่ต้องใช้แสง หรือ วัฏจักรคัลวิน (Light-independent Reactions / Calvin Cycle)

ในพืช สาหร่าย และไซยาโนแบคทีเรีย น้ำตาลจะถูกสังเคราะห์ขึ้นผ่านวัฏจักรคัลวิน โดยการนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากชั้นบรรยากาศมาตรึงเข้ากับสารประกอบอินทรีย์ที่มีอยู่เดิม (เช่น RuBP) และใช้พลังงานจาก ATP และ NADPH ที่สร้างขึ้นในขั้นตอนแรก เพื่อเปลี่ยนให้เป็นคาร์โบไฮเดรต เช่น กลูโคส

แผนภาพแสดงวัฏจักรคัลวินและการตรึงคาร์บอน
กลไกการตรึงคาร์บอนในวัฏจักรคัลวินเพื่อสร้างน้ำตาล

ความสำคัญต่อระบบนิเวศโลก

การสังเคราะห์ด้วยแสงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำรงชีวิตบนโลก เนื่องจากเป็นแหล่งพลังงานหลักของสิ่งมีชีวิตเกือบทุกชนิด และช่วยรักษาระดับออกซิเจนในชั้นบรรยากาศโลก

  • การผลิตพลังงาน: อัตราการดักจับพลังงานจากการสังเคราะห์ด้วยแสงทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 130 เทระวัตต์ ซึ่งมากกว่าการใช้พลังงานทั้งหมดของมนุษย์ถึง 8 เท่า
  • การกักเก็บคาร์บอน: สิ่งมีชีวิตที่สังเคราะห์ด้วยแสงสามารถเปลี่ยนคาร์บอนให้เป็นมวลชีวภาพได้ประมาณ 100–115 พันล้านตันต่อปี

คำถามที่พบบ่อย

การสังเคราะห์ด้วยแสงแตกต่างจากการหายใจระดับเซลล์อย่างไร?

การสังเคราะห์ด้วยแสงเป็นการเปลี่ยนพลังงานแสงเป็นพลังงานเคมีโดยการตรึงคาร์บอนไดออกไซด์และน้ำเพื่อสร้างน้ำตาลและปล่อยออกซิเจน ซึ่งเป็นกระบวนการตรงกันข้ามกับการหายใจระดับเซลล์ที่สลายน้ำตาลและออกซิเจนเพื่อสร้างพลังงานและปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์

พืชทุกชนิดสังเคราะห์ด้วยแสงได้หรือไม่?

พืชส่วนใหญ่สังเคราะห์ด้วยแสงได้ แต่มีพืชบางชนิดที่เป็นพืชกาฝากหรือพืชที่ไม่มีคลอโรฟิลล์ซึ่งไม่สามารถสังเคราะห์ด้วยแสงได้และต้องอาศัยการดูดซับสารอาหารจากพืชต้นอื่น

คลอโรฟิลล์คืออะไรและทำหน้าที่อะไร?

คลอโรฟิลล์คือสารสี (Pigment) ที่พบในคลอโรพลาสต์ของพืช ซึ่งทำหน้าที่ดูดซับพลังงานจากแสงอาทิตย์ในช่วงคลื่นสีแดงและน้ำเงิน เพื่อนำไปใช้ในกระบวนการทางเคมีเพื่อสร้างอาหาร