ป็อกโจ บราจโชลินี นักปราชญ์ผู้กอบกู้คัมภีร์โบราณแห่งยุคเรเนซองส์
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นผู้ค้นพบต้นฉบับภาษาลาตินโบราณที่สาบสูญไป เช่น งานของลูเครเทียส และวิทรูวิอุส
- รับใช้พระสันตะปาปาถึง 7 พระองค์ในตำแหน่งเลขานุการส่วนพระองค์
- เป็นนักมนุษยนิยมชาวฟลอเรนซ์ที่ช่วยฟื้นฟูความรู้คลาสสิกในยุโรป
ป็อกโจ บราจโชลินี (Gian Francesco Poggio Bracciolini) เป็นนักปราชญ์ชาวอิตาลีและนักมนุษยนิยมในช่วงต้นของยุคเรเนซองส์ ผู้มีบทบาทสำคัญในการค้นพบและกอบกู้ต้นฉบับลายมือเขียนภาษาลาตินโบราณจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่ถูกปล่อยให้เสื่อมสภาพและถูกลืมเลือนไปในห้องสมุดของอารามต่างๆ ในเยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ และฝรั่งเศส
การค้นพบที่สำคัญ
ผลงานที่สร้างชื่อเสียงให้เขามากที่สุดคือการค้นพบงานเขียนของ De rerum natura ของลูเครเทียส (Lucretius) ซึ่งเป็นงานเขียนเพียงชิ้นเดียวที่หลงเหลืออยู่ รวมถึงงานของวิทรูวิอุส (Vitruvius) ในเรื่อง De architectura และสุนทรพจน์ที่สาบสูญของซิเซโร (Cicero) นอกจากนี้เขายังค้นพบงานของควินทิเลียน (Quintilian), สตาติอุส (Statius) และอัมเมียนัส มาร์เซลลินัส (Ammianus Marcellinus) ซึ่งช่วยให้โลกได้รู้จักกับวรรณกรรมและปรัชญาคลาสสิกอีกครั้ง
ชีวิตช่วงต้นและการศึกษา
เขาเกิดที่หมู่บ้านเทอร์รานูโอวา (Terranuova) ใกล้กับเมืองอาเรซโซในแคว้นทัสกานี (ต่อมาหมู่บ้านนี้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น เทอร์รานูโอวา บราจโชลินี เพื่อเป็นเกียรติแก่เขา) ป็อกโจได้รับการศึกษาด้านภาษาลาตินจากโจวันนี มัลปาจิโน (Giovanni Malpaghino) และได้ศึกษาด้านกฎหมายโนตารีจนได้รับเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมโนตารีแห่งฟลอเรนซ์เมื่ออายุ 21 ปี
เส้นทางอาชีพในสำนักวาติกัน
ในปี 1403 ป็อกโจได้เข้าทำงานเป็นเลขานุการของคาร์ดินัล แลนดอลโฟ มารามัลโด ก่อนจะย้ายเข้าสู่สำนักวาติกัน (Roman Curia) โดยเขาได้ทำงานรับใช้พระสันตะปาปาถึง 7 พระองค์ ตลอดระยะเวลา 50 ปีในอาชีพของเขา เขาไต่เต้าจากตำแหน่งผู้เขียนเอกสารทางการ (scriptor) จนถึงตำแหน่งเลขานุการส่วนพระองค์ของพระสันตะปาปา (Apostolicus Secretarius)
แม้ว่าเขาจะทำงานในสำนักวาติกัน แต่ป็อกโจยังคงรักษาความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับเพื่อนนักปราชญ์ในฟลอเรนซ์ และเขายังคงสถานะเป็นฆราวาสตลอดชีวิต แม้จะมีโอกาสก้าวหน้าในทางศาสนาแต่เขากลับเลือกที่จะไม่เข้าสู่ชีวิตนักบวช
ชีวิตส่วนตัวและช่วงเวลาในฟลอเรนซ์
ในช่วงปี 1434-1436 ป็อกโจอาศัยอยู่ในฟลอเรนซ์และได้สร้างวิลล่าในหุบเขาวัลดาร์โน (Valdarno) ซึ่งเขาตกแต่งด้วยรูปปั้นโบราณ เหรียญ และจารึกต่างๆ

ในวัย 56 ปี เขาได้แต่งงานกับเซลวักเจีย เดอี บวนเดลมอนตี (Selvaggia dei Buondelmonti) หญิงสาวผู้สูงศักดิ์ซึ่งมีอายุห่างกันมาก โดยเขามีลูกกับเธอถึง 6 คน และได้เขียนบทสนทนาชื่อ An seni sit uxor ducenda เพื่อให้เหตุผลในการที่ชายชราควรแต่งงานกับหญิงสาว
ความขัดแย้งทางวิชาการ
ป็อกโจมีความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนกับลอเรนโซ วัลลา (Lorenzo Valla) โดยในปี 1452 เขาได้ตีพิมพ์บทวิจารณ์งานของวัลลา โดยสนับสนุนการใช้ภาษาลาตินในเชิงวิพากษ์มากกว่าการเลียนแบบงานคลาสสิกเพียงอย่างเดียว
คำถามที่พบบ่อย
ป็อกโจ บราจโชลินี คือใคร?
เขาเป็นนักปราชญ์และนักมนุษยนิยมชาวอิตาลีในยุคเรเนซองส์ ผู้มีชื่อเสียงจากการค้นพบและกอบกู้คัมภีร์ลาตินโบราณที่ถูกลืมในห้องสมุดของอารามต่างๆ
ผลงานการค้นพบที่สำคัญที่สุดของเขาคืออะไร?
ผลงานที่โดดเด่นที่สุดคือ De rerum natura ของลูเครเทียส และ De architectura ของวิทรูวิอุส ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อปรัชญาและสถาปัตยกรรม
เขามีความสัมพันธ์อย่างไรกับสำนักวาติกัน?
เขาทำงานเป็นเลขานุการส่วนพระองค์ให้กับพระสันตะปาปาหลายพระองค์ตลอดระยะเวลา 50 ปี แต่เขายังคงสถานะเป็นฆราวาสตลอดชีวิต
