← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ภาษีรายหัวในสหราชอาณาจักร (Community Charge)

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นระบบภาษีที่จัดเก็บจากบุคคลในอัตราคงที่ โดยไม่คำนึงถึงมูลค่าทรัพย์สินหรือรายได้
  • นำมาใช้ในสกอตแลนด์ปี 1989 และอังกฤษกับเวลส์ปี 1990
  • ก่อให้เกิดการประท้วงรุนแรงและเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้มาร์กาเร็ต แทตเชอร์ ต้องลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
  • ถูกแทนที่ด้วยระบบ Council Tax ในปี 1993

Community Charge หรือที่รู้จักกันในชื่อเรียกทั่วไปว่า ภาษีรายหัว (Poll Tax) คือระบบภาษีท้องถิ่นที่นำมาใช้โดยรัฐบาลของมาร์กาเร็ต แทตเชอร์ (Margaret Thatcher) ซึ่งกำหนดให้ผู้เสียภาษีทุกคนต้องจ่ายเงินในจำนวนที่เท่ากันเป็นรายบุคคล โดยจำนวนเงินที่แน่นอนจะถูกกำหนดโดยหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละแห่ง

ระบบนี้เริ่มนำมาใช้ในสกอตแลนด์ในปี 1989 และตามมาด้วยอังกฤษและเวลส์ในปี 1990 อย่างไรก็ตาม ภาษีรายหัวได้สร้างความไม่พอใจอย่างกว้างขวางจนนำไปสู่การประกาศยกเลิกในปี 1991 และถูกแทนที่ด้วยระบบภาษีสภา (Council Tax) ในปี 1993

แผ่นพับประชาสัมพันธ์เรื่อง Community Charge หรือ Poll Tax
แผ่นพับประชาสัมพันธ์ที่อธิบายการทำงานของ Community Charge หรือที่เรียกกันว่า Poll Tax

ที่มาและเหตุผลในการนำมาใช้

ตั้งแต่ทศวรรษ 1970 พรรคอนุรักษนิยมภายใต้การนำของแทตเชอร์มีเป้าหมายที่จะยกเลิกระบบภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (Domestic Rating System) ซึ่งเป็นระบบที่จัดเก็บภาษีตามมูลค่าทรัพย์สินเพื่อนำมาเป็นงบประมาณให้แก่รัฐบาลท้องถิ่น

ในช่วงทศวรรษ 1980 ระบบเดิมได้กลายเป็นจุดขัดแย้งสำคัญระหว่างสภาท้องถิ่นที่ควบคุมโดยพรรคแรงงาน (Labour Party) และรัฐบาลของแทตเชอร์ ซึ่งพยายามจำกัดอำนาจในการจัดเก็บภาษีและการใช้จ่ายของท้องถิ่นผ่านพระราชบัญญัติอัตราภาษีปี 1984 (Rates Act 1984) นอกจากนี้ ยังมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าการประเมินมูลค่าทรัพย์สินใหม่ที่ควรทำเป็นระยะนั้นไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ

ลักษณะของภาษีรายหัวและการต่อต้าน

Community Charge เปลี่ยนจากการเก็บภาษีตามมูลค่าทรัพย์สินมาเป็นการเก็บภาษีคงที่จากบุคคล โดยมีการปรับลดให้ผู้ที่มีฐานะยากจนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ส่งผลให้ภาษีนี้ถูกมองว่าเป็น ภาษีถดถอย (Regressive Tax) เนื่องจากคนจนและคนรวยต้องจ่ายในอัตราที่เท่ากัน ซึ่งก่อให้เกิดการต่อต้านอย่างรุนแรงจากสาธารณชน

มีการชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่หลายครั้ง ซึ่งบางครั้งบานปลายกลายเป็นเหตุจลาจล โดยเหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุดเกิดขึ้นที่จัตุรัสทราฟัลการ์ (Trafalgar Square) เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 1990 ซึ่งส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 100 คน

นอกจากนี้ สภาท้องถิ่นยังประสบปัญหาอย่างมากในการจัดเก็บภาษี โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีผู้เช่าบ้านแบบชั่วคราวจำนวนมาก ประชาชนจำนวนมากหลีกเลี่ยงหรือปฏิเสธการจ่ายภาษี โดยในอังกฤษและเวลส์ มีการประมาณการว่ามีเงินภาษีที่ไม่สามารถจัดเก็บได้สูงถึง 1.2 พันล้านปอนด์ในปีแรกที่เริ่มใช้

ผลกระทบทางการเมืองและการยกเลิก

ความล้มเหลวของภาษีรายหัวกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การสิ้นสุดอำนาจของมาร์กาเร็ต แทตเชอร์ ในการเลือกตั้งผู้นำพรรคอนุรักษนิยมปี 1990 เธอพ่ายแพ้ในการลงคะแนนรอบแรกให้กับคู่แข่งสามคนที่ต่างประกาศว่าจะยกเลิกภาษีรายหัวนี้

รัฐบาลของจอห์น เมเจอร์ (John Major) ที่ขึ้นมาแทนที่ ได้ประกาศยกเลิกภาษีรายหัวในปี 1991 และนำระบบภาษีสภา (Council Tax) ซึ่งกลับไปใช้เกณฑ์มูลค่าทรัพย์สินในการคำนวณมาใช้แทนตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 1993

แม้ระบบจะถูกยกเลิกไปแล้ว แต่สภาท้องถิ่นบางแห่งยังคงติดตามทวงถามหนี้ภาษีรายหัวที่ค้างชำระเป็นเวลาหลายทศวรรษ จนกระทั่งในสกอตแลนด์มีการยุติการทวงหนี้และยกยอดหนี้ค้างชำระรวม 425 ล้านปอนด์ในปี 2015

คำถามที่พบบ่อย

Community Charge หรือ Poll Tax คืออะไร?

คือระบบภาษีท้องถิ่นของสหราชอาณาจักรที่จัดเก็บจากผู้ใหญ่ทุกคนในจำนวนที่เท่ากัน โดยไม่ขึ้นกับมูลค่าของบ้านที่อาศัยอยู่ ซึ่งต่างจากระบบเดิมที่เก็บตามมูลค่าทรัพย์สิน

ทำไมภาษีรายหัวจึงถูกต่อต้านอย่างรุนแรง?

เพราะถูกมองว่าเป็นภาษีที่ไม่เป็นธรรมหรือภาษีถดถอย เนื่องจากผู้ที่มีรายได้น้อยต้องจ่ายภาษีในจำนวนที่เท่ากับผู้ที่มีรายได้สูง

ภาษีรายหัวส่งผลต่อการเมืองอังกฤษอย่างไร?

สร้างความไม่พอใจในวงกว้างจนนำไปสู่การจลาจล และเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้มาร์กาเร็ต แทตเชอร์ สูญเสียการสนับสนุนภายในพรรคและต้องลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในปี 1990

ปัจจุบันสหราชอาณาจักรใช้ระบบภาษีท้องถิ่นแบบใด?

ปัจจุบันใช้ระบบภาษีสภา (Council Tax) ซึ่งนำมาใช้แทนที่ Poll Tax ตั้งแต่ปี 1993 โดยคำนวณจากมูลค่าทรัพย์สินของที่อยู่อาศัย

มีการจัดการกับหนี้ภาษีรายหัวที่ค้างชำระอย่างไร?

สภาท้องถิ่นบางแห่งทวงถามหนี้เป็นเวลานานหลายปี จนกระทั่งในสกอตแลนด์มีการยกเลิกการทวงหนี้และล้างยอดหนี้ค้างชำระทั้งหมดในปี 2015