สังคมหลังยุคอุตสาหกรรม การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจฐานความรู้และบริการ
สรุปใจความสำคัญ
- สังคมหลังยุคอุตสาหกรรมคือสังคมที่ภาคบริการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากกว่าภาคการผลิตสินค้า
- แดเนียล เบลล์ เป็นผู้ทำให้คำนี้เป็นที่นิยมผ่านหนังสือ The Coming of Post-Industrial Society ในปี 1974
- มีการเปลี่ยนผ่านจากแรงงานฝีมือระดับล่าง (Blue-collar) ไปสู่แรงงานวิชาชีพและผู้เชี่ยวชาญ (Professional workers)
- ความรู้ถูกมองว่าเป็นทุนมนุษย์ (Human Capital) ที่สำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
ในทางสังคมวิทยา สังคมหลังยุคอุตสาหกรรม (Post-industrial society) หมายถึง ระยะของการพัฒนาทางสังคมที่ภาคบริการ (Service Sector) สามารถสร้างความมั่งคั่งและมีบทบาททางเศรษฐกิจมากกว่าภาคการผลิต (Manufacturing Sector) ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของยุคอุตสาหกรรมแบบดั้งเดิม

แนวคิดและลักษณะสำคัญ
แนวคิดเรื่องสังคมหลังยุคอุตสาหกรรมมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับทฤษฎีทางสังคมวิทยาและเศรษฐศาสตร์อื่น ๆ เช่น สังคมสารสนเทศ (Information Society), เศรษฐกิจฐานความรู้ (Knowledge Economy) และสังคมเครือข่าย (Network Society) โดยมีลักษณะร่วมที่สำคัญดังนี้:
- การเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจ: เปลี่ยนจากการเน้นการผลิตสินค้า (Goods) ไปสู่การให้บริการ (Services)
- ความรู้ในฐานะทุน: ความรู้กลายเป็นรูปแบบหนึ่งของทุนที่มีมูลค่าสูง (Human Capital) และการสร้างสรรค์ไอเดียกลายเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ
- การเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงาน: ด้วยผลกระทบจากโลกาภิวัตน์ (Globalization) และระบบอัตโนมัติ (Automation) ทำให้ความสำคัญของแรงงานฝีมือระดับล่าง (Blue-collar workers) ลดลง ในขณะที่กลุ่มวิชาชีพเฉพาะทาง เช่น นักวิทยาศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านไอที และบุคลากรในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มีบทบาทและได้รับค่าตอบแทนสูงขึ้น
- การประยุกต์ใช้ศาสตร์สมัยใหม่: มีการนำวิทยาศาสตร์พฤติกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการบริหารจัดการ เช่น เศรษฐศาสตร์พฤติกรรม (Behavioral Economics) และทฤษฎีเกม (Game Theory)
ต้นกำเนิดของคำศัพท์
คำว่า "Post-industrial society" เริ่มเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางผ่านผลงานของ แดเนียล เบลล์ (Daniel Bell) ในหนังสือ The Coming of Post-Industrial Society (ค.ศ. 1974) อย่างไรก็ตาม มีหลักฐานว่านักสังคมวิทยาชาวฝรั่งเศส อาแล็ง ตูแรน (Alain Touraine) ได้ตีพิมพ์งานชิ้นสำคัญเกี่ยวกับเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1969 นอกจากนี้ อิวาน อิลลิช (Ivan Illich) นักปรัชญาสังคมยังได้ใช้คำนี้ในบทความ Tools for Conviviality ในปี ค.ศ. 1973 เช่นกัน
การให้คุณค่ากับความรู้และผู้เชี่ยวชาญ
ลักษณะเด่นที่สุดของสังคมหลังยุคอุตสาหกรรมคือการเพิ่มมูลค่าให้กับ "ความรู้" แดเนียล เบลล์ วิเคราะห์ว่ารูปแบบการจ้างงานจะย้ายจากภาคปฐมภูมิ (เกษตรกรรม) และทุติยภูมิ (อุตสาหกรรม) ไปสู่ภาคตติยภูมิ (บริการ) และจตุตถภูมิ (ความรู้และข้อมูล) มากขึ้น
การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลให้ "อำนาจของผู้เชี่ยวชาญ" (Impact of the expert) ขยายตัว และนำไปสู่การปรับโครงสร้างทางการศึกษา โดยมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยกลายเป็นศูนย์กลางของการผลิตความรู้และผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งส่งผลให้กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เป็นมืออาชีพในเมือง (Young Urban Professionals) กลายเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการเปลี่ยนผ่านนี้
ในมุมมองทางเศรษฐศาสตร์ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเบิร์กลีย์ได้ศึกษาความรู้ในฐานะ "ทุน" ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับทุนทางกายภาพ (เช่น โรงงานหรือเครื่องจักร) ซึ่งการผลิตความรู้กลายเป็นรากฐานของนโยบายเศรษฐกิจในยุคหลังอุตสาหกรรมเพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน
คำถามที่พบบ่อย
สังคมหลังยุคอุตสาหกรรมแตกต่างจากสังคมอุตสาหกรรมอย่างไร?
สังคมอุตสาหกรรมเน้นการผลิตสินค้าจำนวนมากในโรงงาน (Manufacturing) แต่สังคมหลังยุคอุตสาหกรรมเน้นการให้บริการ (Services) และการใช้ความรู้/สารสนเทศในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ
ใครคือบุคคลสำคัญที่นำเสนอแนวคิดนี้?
แดเนียล เบลล์ (Daniel Bell) เป็นผู้ทำให้แนวคิดนี้แพร่หลาย แต่ อาแล็ง ตูแรน (Alain Touraine) เป็นนักสังคมวิทยาคนแรกๆ ที่เขียนถึงเรื่องนี้
อาชีพประเภทใดที่มีบทบาทมากขึ้นในสังคมหลังยุคอุตสาหกรรม?
อาชีพที่ต้องใช้ความรู้เฉพาะทาง เช่น นักวิทยาศาสตร์, นักวิเคราะห์ข้อมูล, ผู้เชี่ยวชาญด้านไอที และบุคลากรในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์
