ทำความรู้จัก ProQuest Dissertations and Theses แหล่งรวมวิทยานิพนธ์ระดับโลก
สรุปใจความสำคัญ
- ครอบคลุมบันทึกข้อมูลวิทยานิพนธ์มากกว่า 2.4 ล้านรายการ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1637 ถึงปัจจุบัน
- รวบรวมวิทยานิพนธ์มากกว่า 90% จากสถาบันการศึกษาที่ได้รับการรับรองในอเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชีย
- มีทั้งรูปแบบฐานข้อมูลบรรณานุกรม (Dissertation Abstracts International) และรูปแบบฉบับเต็ม (PQDT)
ProQuest Dissertations and Theses (PQDT) เป็นฐานข้อมูลออนไลน์ขนาดใหญ่ที่รวบรวม ดัชนี บทคัดย่อ และฉบับเต็มของวิทยานิพนธ์และดุษฎีนิพนธ์จากทั่วโลก โดยครอบคลุมเนื้อหาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1637 จนถึงปัจจุบัน ทำให้เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับนักวิจัย นักศึกษา และอาจารย์ในการค้นหาข้อมูลทางวิชาการที่ลึกซึ้งและครอบคลุม
ประวัติและความเป็นมา
เดิมทีฐานข้อมูลนี้เป็นที่รู้จักในชื่อ ProQuest Digital Dissertations โดย ProQuest ได้เริ่มนำวิทยานิพนธ์เข้าสู่ระบบดิจิทัลในปี ค.ศ. 1997 จากคลังเก็บข้อมูลไมโครฟอร์ม (Microform archive) ซึ่งช่วยให้การเข้าถึงข้อมูลทำได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น
ตลอดระยะเวลากว่า 60 ปี PQDT ได้รวบรวมผลงานวิชาการมากกว่า 1.4 ล้านรายการ โดยเริ่มตั้งแต่ดุษฎีนิพนธ์ฉบับแรกของสหรัฐอเมริกาที่มหาวิทยาลัยเยล (Yale) ยอมรับในปี ค.ศ. 1861 และในปัจจุบันมีบันทึกข้อมูลมากกว่า 2.4 ล้านรายการ
โครงสร้างและการแบ่งส่วนข้อมูล
ฐานข้อมูลนี้มีการแบ่งหมวดหมู่เพื่อให้ง่ายต่อการค้นหา โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่:
- ส่วน A: มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ (Humanities and Social Sciences)
- ส่วน B: วิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ (Sciences and Engineering)
- ส่วน C: ข้อมูลจากทั่วโลก (Worldwide)
Dissertation Abstracts International (DAI)
สำหรับผู้ที่ต้องการค้นหาเฉพาะข้อมูลบรรณณานุกรม (โดยไม่มีฉบับเต็ม) จะรู้จักกันในชื่อ Dissertation Abstracts International (DAI) ซึ่งเป็นฐานข้อมูลบรรณานุกรมของวิทยานิพนธ์อเมริกันที่ตีพิมพ์ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1938 โดยครอบคลุมดุษฎีนิพนธ์จากสถาบันการศึกษาที่ได้รับการรับรองในสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1861 และรวมถึงวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโทที่คัดสรรมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1962
ฟีเจอร์สำคัญและการพัฒนา
ในปี ค.ศ. 2015 ProQuest ได้เพิ่มความสามารถให้ผู้เขียนสามารถระบุ ORCID identifier ในขณะที่ส่งผลงานวิทยานิพนธ์ ซึ่งช่วยให้การระบุตัวตนของนักวิจัยมีความแม่นยำและเชื่อมโยงกับผลงานอื่นๆ ของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น
สรุปไทม์ไลน์การพัฒนา
| ปี ค.ศ. | เหตุการณ์สำคัญ |
|---|---|
| 1997 | เริ่มการแปลงข้อมูลเป็นดิจิทัลด้วย ProQuest Digital Dissertations |
| 1998 | หอสมุดรัฐสภาสหรัฐฯ (Library of Congress) ยอมรับ UMI เป็นคลังเก็บข้อมูลดิจิทัล |
คำถามที่พบบ่อย
ProQuest Dissertations and Theses แตกต่างจาก Dissertation Abstracts International อย่างไร?
ProQuest Dissertations and Theses (PQDT) ให้การเข้าถึงวิทยานิพนธ์ฉบับเต็ม (Full-text) ในขณะที่ Dissertation Abstracts International (DAI) เป็นฐานข้อมูลบรรณานุกรมที่รวบรวมเฉพาะบทคัดย่อและข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น
ฐานข้อมูลนี้ครอบคลุมวิทยานิพนธ์จากภูมิภาคใดบ้าง?
ครอบคลุมวิทยานิพนธ์จากสถาบันการศึกษาในอเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชีย โดยมีสัดส่วนการตีพิมพ์รายปีมากกว่า 90% ของวิทยานิพนธ์ที่ส่งในอเมริกาเหนือ
ผู้เขียนสามารถระบุตัวตนดิจิทัลในผลงานได้หรือไม่?
ได้ ตั้งแต่เดือนตุลาคม ค.ศ. 2015 ผู้เขียนสามารถใส่รหัส ORCID identifier เพื่อระบุตัวตนของนักวิจัยในขณะที่ส่งวิทยานิพนธ์เข้าสู่ระบบ
