การปิดสมัยประชุมสภาในสหราชอาณาจักร ความหมายและผลกระทบ
สรุปใจความสำคัญ
- การปิดสมัยประชุม (Prorogation) เป็นส่วนหนึ่งของพระราชอำนาจที่ดำเนินการตามคำแนะนำของนายกรัฐมนตรี
- ร่างกฎหมายที่ยังไม่ผ่านการเห็นชอบก่อนการปิดสมัยประชุมจะตกไป เว้นแต่จะมีการขอยกยอด (Carry-over)
- การปิดสมัยประชุมแตกต่างจากการยุบสภา (Dissolution) เนื่องจากเป็นการสิ้นสุดเพียงสมัยประชุม แต่ไม่ใช่การสิ้นสุดวาระของสมาชิกสภา
ในกฎหมายรัฐธรรมนูญของสหราชอาณาจักร การปิดสมัยประชุม (Prorogation) คือการดำเนินการที่มักใช้เพื่อระบุจุดสิ้นสุดของสมัยประชุมรัฐสภา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพระราชอำนาจ (Royal Prerogative) โดยเป็นช่วงเวลาระหว่างการสิ้นสุดของสมัยประชุมหนึ่งและการเปิดสมัยประชุมครั้งถัดไปผ่านพิธีเปิดรัฐสภา (State Opening of Parliament)
ขั้นตอนและการเรียกประชุม
โดยปกติแล้ว ระยะเวลาการปิดสมัยประชุมตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา จะอยู่ที่ประมาณ 18 วัน โดยการปิดสมัยประชุมจะดำเนินการโดยผู้แทน (Commissioners) ที่ปฏิบัติหน้าที่ในพระนามของกษัตริย์ และรัฐสภาจะถูกปิดเพื่อกำหนดวันเปิดครั้งถัดไปอย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม รัฐสภาสามารถถูกเรียกกลับมาประชุมได้ผ่านการประกาศตามพระราชบัญญัติการประชุมรัฐสภาปี 1797 (Meeting of Parliament Act 1797) และพระราชบัญญัติเหตุฉุกเฉินทางพลเรือนปี 2004 (Civil Contingencies Act 2004) โดยขั้นตอนการปิดสมัยประชุมจะเริ่มต้นที่สภาขุนนาง (House of Lords) และตามด้วยสภาสามัญ (House of Commons)
ผลกระทบต่อร่างกฎหมายที่ค้างอยู่
ร่างกฎหมาย (Bills) ที่ยังไม่ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาต (Royal Assent) ก่อนการปิดสมัยประชุมจะถือว่า ตกไป เว้นแต่จะมีการตกลงให้มีการ "ยกยอด (Carry-over)" โดยรัฐมนตรีของรัฐบาลสามารถเสนอญัตติเพื่อขอยกยอดร่างกฎหมายนั้นไปยังสมัยประชุมถัดไปได้ ซึ่งจะทำให้ร่างกฎหมายมีอายุต่อไปได้อีก 12 เดือนนับจากการอ่านครั้งแรกในสภาสามัญ แต่ร่างกฎหมายหนึ่งฉบับไม่สามารถขอยกยอดได้เกินสองครั้ง
เหตุการณ์สำคัญในการปิดสมัยประชุมในประวัติศาสตร์
แม้ว่าการปิดสมัยประชุมจะเป็นขั้นตอนปกติในปฏิทินของรัฐสภา แต่ในบางครั้งพระราชอำนาจนี้ถูกนำมาใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการเมืองที่ก่อให้เกิดข้อพิพาท
การปิดสมัยประชุมหลังคำร้องสิทธิ (1628)
พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 1 ทรงปิดสมัยประชุมรัฐสภาอังกฤษในปี 1628 หลังจากมีการนำเสนอคำร้องสิทธิ (Petition of Right) ซึ่งนำไปสู่ยุคที่พระองค์ทรงปกครองโดยไม่มีรัฐสภา (Personal Rule)
วิกฤตการณ์การกีดกัน (1678)
พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 2 ทรงใช้การปิดสมัยประชุมหลายครั้งเพื่อขัดขวางกระบวนการถอดถอนขุนนาง และเพื่อป้องกันไม่ให้มีการผ่านร่างกฎหมายกีดกัน (Exclusion Bill) ซึ่งจะห้ามไม่ให้เจมส์ที่ 2 ขึ้นครองราชย์ เหตุการณ์เหล่านี้เป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่นำไปสู่การตรากฎหมายสิทธิ (Bill of Rights 1689) ซึ่งระบุว่าการระงับกฎหมายโดยพระราชอำนาจโดยปราศจากความยินยอมของรัฐสภานั้นเป็นสิ่งผิดกฎหมาย
วิกฤตการปฏิรูปครั้งใหญ่ (1831)
ในปี 1831 เมื่อสภาสามัญปฏิเสธร่างกฎหมายปฏิรูปฉบับแรก รัฐบาลได้ขอให้พระเจ้าวิลเลียมที่ 4 ทรงปิดสมัยประชุมด้วยพระองค์เอง เพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายค้านสามารถผ่านญัตติคัดค้านการยุบสภาได้ โดยพระองค์ทรงเสด็จไปยังสภาขุนนางด้วยพระองค์เองเพื่อประกาศปิดสมัยประชุม ซึ่งเป็นการตัดหน้าการลงมติของฝ่ายค้านในขณะนั้น
คำถามที่พบบ่อย
การปิดสมัยประชุม (Prorogation) คืออะไร?
คือการสิ้นสุดสมัยประชุมของรัฐสภาสหราชอาณาจักร เพื่อเตรียมการเริ่มต้นสมัยประชุมใหม่ โดยเป็นช่วงเวลาระหว่างการสิ้นสุดสมัยหนึ่งและการเปิดสมัยประชุมครั้งถัดไป
จะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกฎหมายที่ยังพิจารณาไม่เสร็จเมื่อมีการปิดสมัยประชุม?
โดยปกติร่างกฎหมายเหล่านั้นจะตกไป แต่รัฐบาลสามารถเสนอญัตติขอยกยอด (Carry-over motion) เพื่อให้นำร่างกฎหมายนั้นมาพิจารณาต่อในสมัยประชุมถัดไปได้
ใครเป็นผู้มีอำนาจในการสั่งปิดสมัยประชุม?
อำนาจในการปิดสมัยประชุมเป็นของกษัตริย์ (The Monarch) แต่ในทางปฏิบัติจะดำเนินการตามคำแนะนำของนายกรัฐมนตรีและสภาที่ปรึกษา (Privy Council)


