แผนบำนาญพนักงานรัฐในสหรัฐอเมริกา ระบบและโครงสร้าง
สรุปใจความสำคัญ
- ระบบบำนาญภาครัฐในสหรัฐฯ มีทั้งแบบ Defined-Benefit และ Defined-Contribution
- ระบบ FERS ถูกนำมาใช้แทนที่ CSRS สำหรับพนักงานรัฐบาลกลางในปี 1987
- อายุเกษียณของพนักงานรัฐในสหรัฐฯ มักจะต่ำกว่าพนักงานในภาคเอกชน
ในสหรัฐอเมริกา ระบบบำนาญสำหรับพนักงานในภาครัฐมีการบริหารจัดการในระดับรัฐบาลกลาง รัฐ และท้องถิ่น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับผู้ปฏิบัติงานในภาครัฐเมื่อถึงวัยเกษียณ
โครงสร้างและประเภทของแผนบำนาญ
พนักงานภาครัฐส่วนใหญ่จะได้รับสิทธิ์ในแผนบำนาญ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะมีการกำหนดระยะเวลาการทำงาน (Vesting Period) เช่น ต้องทำงานครบ 5 ปี จึงจะมีสิทธิ์ได้รับเงินบำนาญ แผนเหล่านี้แบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก ได้แก่:
- แผนผลประโยชน์กำหนดไว้ (Defined-Benefit Plans): เป็นแผนที่กำหนดจำนวนเงินบำนาญที่จะได้รับแน่นอนตามสูตรคำนวณ ซึ่งเป็นระบบที่ได้รับความนิยมสูงสุดในหน่วยงานรัฐของสหรัฐฯ ในช่วงปลายศตวรรษที่ 20
- แผนเงินสมทบกำหนดไว้ (Defined-Contribution Plans): เป็นแผนที่เน้นการสมทบเงินเข้ากองทุน โดยผลประโยชน์ที่ได้รับจะขึ้นอยู่กับจำนวนเงินสมทบและผลตอบแทนจากการลงทุน
ในหลายรัฐ แผนบำนาญเหล่านี้ถูกเรียกว่า ระบบการเกษียณอายุของพนักงานรัฐ (Public Employee Retirement Systems หรือ PERS)
ประวัติความเป็นมา
ระบบบำนาญภาครัฐเริ่มต้นจากการให้คำมั่นสัญญาแก่ทหารผ่านศึกในสงครามปฏิวัติและสงครามกลางเมือง ต่อมาในช่วงยุคก้าวหน้า (Progressive Era) ปลายศตวรรษที่ 19 รัฐบาลระดับรัฐและท้องถิ่นได้เริ่มขยายการให้บริการบำนาญอย่างกว้างขวางขึ้น
ระบบบำนาญระดับรัฐบาลกลาง
ระบบบำนาญของพนักงานพลเรือนระดับรัฐบาลกลางเริ่มต้นด้วย Civil Service Retirement System (CSRS) ในปี 1920 และต่อมาได้มีการจัดตั้ง Federal Employees Retirement System (FERS) ในปี 1987 เพื่อปรับปรุงระบบให้ทันสมัยขึ้น โดย FERS ครอบคลุมพนักงานพลเรือนเต็มเวลาประมาณ 2.44 ล้านคน (ข้อมูลปี 2005)
บำนาญทหาร
เงินที่ทหารเกษียณอายุได้รับนั้น ในทางเทคนิคไม่ใช่บำนาญ แต่เป็น เงินค่าตอบแทนคงที่ (Retainer Pay) ซึ่งขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการปฏิบัติหน้าที่ และทหารเกษียณอายุอาจถูกเรียกตัวกลับมาปฏิบัติหน้าที่ได้ในกรณีจำเป็น
ความแตกต่างระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน
โดยทั่วไปแล้ว อายุเกษียณในภาครัฐของสหรัฐฯ มักจะต่ำกว่าในภาคเอกชน นอกจากนี้ ผู้จัดการกองทุนบำนาญภาครัฐในสหรัฐฯ มักจะมีการกลยุทธ์การลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงกว่าเมื่อเทียบกับผู้จัดการกองทุนในประเทศอื่นหรือในภาคเอกชน เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่สูงขึ้นสำหรับกองทุน
ระบบบำนาญในระดับรัฐ
ทั้ง 50 รัฐของสหรัฐอเมริกามีระบบการเกษียณอายุสำหรับพนักงานของรัฐอย่างน้อยหนึ่งระบบ ตัวอย่างเช่น:
| รัฐ | ชื่อระบบบำนาญ |
|---|---|
| แคลิฟอร์เนีย | CalPERS, CalSTRS |
| ฟลอริดา | State Board of Administration of Florida (SBA) |
| จอร์เจีย | Employees' Retirement System of Georgia (ERSGA), Teachers Retirement System (TRS) |
| นิวยอร์ก | New York State and Local Retirement System |
คำถามที่พบบ่อย
PERS คืออะไร?
PERS ย่อมาจาก Public Employee Retirement Systems ซึ่งเป็นชื่อเรียกทั่วไปของระบบการเกษียณอายุของพนักงานรัฐในหลายรัฐของสหรัฐอเมริกา
ความแตกต่างระหว่าง Defined-Benefit และ Defined-Contribution คืออะไร?
Defined-Benefit คือแผนที่กำหนดจำนวนเงินบำนาญที่จะได้รับแน่นอนตามสูตรคำนวณ ส่วน Defined-Contribution คือแผนที่เน้นการสมทบเงินเข้ากองทุนซึ่งผลประโยชน์จะขึ้นอยู่กับผลตอบแทนจากการลงทุน
เงินเกษียณของทหารสหรัฐฯ ถือเป็นบำนาญหรือไม่?
ในทางเทคนิค เงินที่ทหารเกษียณอายุได้รับไม่ใช่บำนาญ แต่เป็นเงินค่าตอบแทนคงที่ (Retainer Pay) ที่ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการปฏิบัติหน้าที่

