รางวัลพูลิตเซอร์ เกียรติยศสูงสุดแห่งวงการสื่อสารมวลชนและศิลปศาสตร์
สรุปใจความสำคัญ
- ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1917 โดยพินัยกรรมของ โจเซฟ พูลิตเซอร์
- บริหารจัดการและมอบรางวัลโดยมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ในนครนิวยอร์ก
- มอบรางวัลทั้งหมด 23 สาขา ครอบคลุมด้านวารสารศาสตร์ ศิลปะ และวรรณกรรม
- ผู้ชนะส่วนใหญ่ได้รับเงินรางวัล 15,000 ดอลลาร์ ยกเว้นสาขาการบริการสาธารณะที่ได้รับเหรียญทอง
รางวัลพูลิตเซอร์ (Pulitzer Prize) คือรางวัลประจำปีจำนวน 23 สาขา ที่มอบโดยมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย (Columbia University) ในนครนิวยอร์ก เพื่อเชิดชูความสำเร็จอันโดดเด่นในสหรัฐอเมริกา ทั้งในด้านวารสารศาสตร์ ศิลปะ และวรรณกรรม รางวัลนี้ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1917 ตามเจตนารมณ์ในพินัยกรรมของ โจเซฟ พูลิตเซอร์ (Joseph Pulitzer) ผู้สร้างฐานะจากการเป็นเจ้าของสำนักพิมพ์หนังสือพิมพ์

ประวัติการก่อตั้ง
โจเซฟ พูลิตเซอร์ ได้ระบุไว้ในพินัยกรรมให้มอบเงินทุนแก่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย เพื่อจัดตั้งโรงเรียนวารสารศาสตร์และก่อตั้งรางวัลพูลิตเซอร์ โดยเขาได้จัดสรรเงินจำนวน 250,000 ดอลลาร์สำหรับรางวัลและทุนการศึกษา ซึ่งในระยะแรกเขากำหนดให้มีรางวัลด้านวารสารศาสตร์ 4 รางวัล ด้านวรรณกรรมและละคร 4 รางวัล ด้านการศึกษา 1 รางวัล และทุนการศึกษาเพื่อการเดินทางอีก 4 ทุน
หลังจากพูลิตเซอร์เสียชีวิตเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ค.ศ. 1911 รางวัลพูลิตเซอร์ครั้งแรกได้ถูกมอบให้เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ค.ศ. 1917 โดยในปัจจุบันจะมีการประกาศผลรางวัลในช่วงเดือนพฤษภาคมของทุกปี

ประเภทของรางวัลและผลตอบแทน
ในปี ค.ศ. 2024 รางวัลพูลิตเซอร์มีการมอบรางวัลในสาขาต่างๆ ดังนี้:
- ด้านวารสารศาสตร์: เช่น การรายงานข่าวฉับพลัน (Breaking News Reporting), การรายงานข่าวเชิงสืบสวน (Investigative Reporting), การรายงานข่าวระดับท้องถิ่น (Local Reporting), และการบริการสาธารณะ (Public Service)
- ด้านวรรณกรรมและศิลปะ: เช่น นวนิยาย (Fiction), กวีนิพนธ์ (Poetry), ประวัติศาสตร์ (History), และดนตรี (Music)
- ด้านอื่นๆ: เช่น การรายงานข่าวด้วยเสียง (Audio Reporting) และการวิจารณ์ (Criticism)
ผู้ชนะรางวัลในแต่ละสาขาจะได้รับประกาศนียบัตรและเงินรางวัลจำนวน 15,000 ดอลลาร์ ยกเว้นในสาขาการบริการสาธารณะ (Public Service) ซึ่งผู้ชนะจะได้รับเหรียญทองเป็นเกียรติยศ
เกณฑ์การพิจารณาและกระบวนการตัดสิน
การพิจารณารางวัลพูลิตเซอร์ไม่ได้ครอบคลุมผลงานทุกชิ้นในสื่อและศิลปะโดยอัตโนมัติ แต่จะพิจารณาเฉพาะผลงานที่ถูกส่งเข้าประกวดและผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นเท่านั้น โดยมีเงื่อนไขสำคัญดังนี้:
- ผลงานต้องตรงตามหมวดหมู่ที่กำหนด และส่งเข้าประกวดได้ไม่เกิน 2 หมวดหมู่
- ในสาขาหนังสือ ละคร และดนตรี ผู้ส่งผลงานต้องเป็นพลเมืองสหรัฐฯ ผู้อยู่อาศัยถาวร หรือผู้ที่ถือว่าสหรัฐฯ เป็นบ้านหลัก และผลงานต้องตีพิมพ์โดยหน่วยงานในสหรัฐฯ
- ในสาขาวารสารศาสตร์ ไม่จำกัดสัญชาติของผู้ส่งผลงาน แต่ผลงานนั้นต้องปรากฏในสิ่งพิมพ์ที่ตั้งอยู่ในสหรัฐฯ

คณะกรรมการและการตัดสิน
ในแต่ละปี คณะกรรมการรางวัลพูลิตเซอร์ (Pulitzer Prize Board) จะคัดเลือกกรรมการมากกว่า 100 ท่าน เพื่อทำหน้าที่ในคณะลูกขุน 22 ชุด สำหรับ 23 สาขารางวัล โดยคณะลูกขุนแต่ละชุดจะเสนอชื่อผู้เข้าชิง 3 รายชื่อ จากนั้นคณะกรรมการรางวัลพูลิตเซอร์จะลงคะแนนเสียงข้างมากเพื่อเลือกผู้ชนะจาก 3 รายชื่อนั้น หรือในกรณีพิเศษ คณะกรรมการอาจใช้มติ 75% เพื่อเลือกผู้ส่งผลงานรายอื่นที่ไม่ได้ถูกเสนอชื่อโดยลูกขุน หรือตัดสินใจไม่มอบรางวัลในปีนั้นๆ
ความแตกต่างระหว่าง "ผู้ส่งผลงาน" และ "ผู้เข้าชิง"
มีความเข้าใจผิดบ่อยครั้งเกี่ยวกับการใช้คำว่า "ผู้ได้รับการเสนอชื่อ" (Nominee) โดยทางคณะกรรมการรางวัลพูลิตเซอร์ได้ชี้แจงว่า:
- ผู้ส่งผลงาน (Entrant/Submission): คือใครก็ตามที่ส่งผลงานเข้าประกวด ซึ่งไม่ได้หมายความว่าได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้เข้าชิง
- ผู้เข้าชิงรอบสุดท้าย (Nominated Finalist): คือผู้ที่ได้รับเลือกจากคณะลูกขุนให้เป็น 3 รายชื่อสุดท้ายในแต่ละสาขา ซึ่งจะมีการประกาศชื่อพร้อมกับผู้ชนะตั้งแต่ปี ค.ศ. 1980 เป็นต้นมา
คณะกรรมการจึงขอความร่วมมือให้ผู้ส่งผลงานหลีกเลี่ยงการกล่าวอ้างว่าตนเองเป็น "ผู้ได้รับการเสนอชื่อ" (Nominee) หากผลงานของตนเป็นเพียงการส่งเข้าประกวดแต่ไม่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้เข้าชิงรอบสุดท้าย
คำถามที่พบบ่อย
ใครเป็นผู้ก่อตั้งรางวัลพูลิตเซอร์?
รางวัลพูลิตเซอร์ก่อตั้งขึ้นโดย โจเซฟ พูลิตเซอร์ (Joseph Pulitzer) เจ้าของสำนักพิมพ์หนังสือพิมพ์ โดยระบุไว้ในพินัยกรรมให้มหาวิทยาลัยโคลัมเบียเป็นผู้ดำเนินการ
ผู้ที่ส่งผลงานเข้าประกวดทุกคนถือเป็น 'ผู้ได้รับการเสนอชื่อ' (Nominee) หรือไม่?
ไม่ใช่ ผู้ที่ส่งผลงานเข้าประกวดเรียกว่า 'ผู้ส่งผลงาน' (Entrant) ส่วน 'ผู้ได้รับการเสนอชื่อ' หรือ 'ผู้เข้าชิงรอบสุดท้าย' (Nominated Finalist) คือผู้ที่ถูกคัดเลือกโดยคณะลูกขุนให้เหลือ 3 รายชื่อสุดท้ายในแต่ละสาขาเท่านั้น
เงื่อนไขด้านสัญชาติสำหรับผู้เข้าชิงรางวัลพูลิตเซอร์เป็นอย่างไร?
ในสาขาวารสารศาสตร์ ไม่จำกัดสัญชาติ แต่ผลงานต้องตีพิมพ์ในสิ่งพิมพ์ของสหรัฐฯ ส่วนสาขาหนังสือ ละคร และดนตรี ผู้เข้าชิงต้องเป็นพลเมืองสหรัฐฯ ผู้อยู่อาศัยถาวร หรือผู้ที่ใช้สหรัฐฯ เป็นบ้านหลัก