Queen's Latin ทำไมตัวละครในหนังย้อนยุคถึงพูดสำเนียงอังกฤษ?
สรุปใจความสำคัญ
- Queen's Latin คือการใช้สำเนียงอังกฤษ (RP) ในภาพยนตร์ย้อนยุคสำหรับตัวละครที่ไม่ใช่ชาวอังกฤษ
- สำเนียงอังกฤษถูกใช้เพื่อสื่อถึงอำนาจ ความหรูหรา ความเป็นทางการ และความซับซ้อนของตัวละคร
- ในหนังมหากาพย์ยุคกลางศตวรรษที่ 20 มักใช้สำเนียงอังกฤษแทนชนชั้นปกครอง และสำเนียงอเมริกันแทนชนชั้นล่างหรือผู้ถูกกดขี่
ในโลกของภาพยนตร์ โทรทัศน์ และวิดีโอเกม เรามักจะเห็นรูปแบบหนึ่งที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ซึ่งเรียกว่า "Queen's Latin" ซึ่งเป็น trope หรือขนบการเล่าเรื่องที่ตัวละครในดราม่าประวัติศาสตร์หรือแฟนตาซีมักจะพูดด้วยสำเนียงอังกฤษ โดยเฉพาะสำเนียง Received Pronunciation (RP) แม้ว่าตัวละครเหล่านั้นจะไม่ได้เป็นชาวอังกฤษ และเรื่องราวจะไม่ได้เกิดขึ้นในประเทศอังกฤษเลยก็ตาม

ความหมายและลักษณะของ Queen's Latin
Queen's Latin หรือบางครั้งถูกเรียกว่า Imperial RP, Ancient RP, Roman RP หรือ Medieval RP มักถูกนำมาใช้กับอารยธรรมโบราณ เช่น จักรวรรดิโรมัน ยุโรปยุคกลาง หรือโลกแฟนตาซีที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสังคมก่อนสมัยใหม่
นักวิจารณ์และผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า สาเหตุที่สำเนียงอังกฤษถูกนำมาใช้เนื่องจาก:
- ความรู้สึกเป็นทางการ: รูปแบบการพูดแบบอังกฤษถูกมองว่ามีความเป็นทางการ เป็นกลาง และแยกขาดจากภาษาพูดในชีวิตประจำวันของคนยุคปัจจุบัน
- การสื่อถึงอำนาจ: สำเนียงนี้ช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของความมีอำนาจ ความซับซ้อน ความหรูหรา หรือแม้แต่ความร้ายกาจที่มีระดับ (Dramatic Gravitas)
- ความสมจริงในมุมมองผู้ชม: ผู้ชมมักรู้สึกว่าการใช้สำเนียงอเมริกันในหนังที่ย้อนกลับไปก่อนศตวรรษที่ 17 ดูไม่สมจริง ในขณะที่การให้ตัวละครพูดสำเนียงอังกฤษกลับได้รับการยอมรับมากกว่า
ต้นกำเนิดและประวัติศาสตร์
มีข้อสันนิษฐานหลายประการเกี่ยวกับที่มาของขนบนี้ บางส่วนเชื่อว่าได้รับอิทธิพลมาจากละครเวทีของ วิลเลียม เชกสเปียร์ โดยเฉพาะบทละครที่เกี่ยวกับ จูเลียส ซีซาร์, มาร์ก แอนโทนี และคลีโอพัตรา อย่างไรก็ตาม นักภาษาศาสตร์โต้แย้งว่าการออกเสียงภาษาอังกฤษในยุค Early Modern English (ศตวรรษที่ 16-17) นั้นแตกต่างจากสำเนียง RP ในปัจจุบันอย่างมาก
การสถาปนาในภาพยนตร์มหากาพย์ (Historical Epics)
ในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 ฮอลลีวูดเริ่มสร้างมาตรฐานการใช้สำเนียงอังกฤษในหนังมหากาพย์ เช่น Julius Caesar (1953), Land of the Pharaohs (1955) และ The Fall of the Roman Empire (1964)
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการใช้สำเนียงเพื่อแบ่งชนชั้นทางสังคม:
- Quo Vadis (1951): ใช้สำเนียงอเมริกันสำหรับตัวเอกที่เป็นคริสเตียน และใช้สำเนียงอังกฤษสำหรับชนชั้นสูงชาวโรมัน เพื่อแสดงถึงอำนาจและสถานะทางสังคม
- The Ten Commandments (1956): ตัวละครชาวฮีบรูพูดสำเนียงอเมริกัน ในขณะที่ชาวอียิปต์พูดสำเนียงอังกฤษ ซึ่งถูกตีความว่าเป็นการสะท้อนธีมระหว่าง "เสรีภาพ" กับ "การกดขี่/เผด็จการ"
- The Egyptian (1954): ตัวละครชนชั้นสูงชาวอียิปต์พูดสำเนียงอังกฤษ ส่วนตัวละครระดับล่างหรือทหารพูดสำเนียงอเมริกัน
แม้แต่ มาร์ลอน บรันโด นักแสดงชื่อดังยังเคยเชื่อว่า "กษัตริย์ จักรพรรดิ และชนชั้นสูงทุกคน ควรแสดงโดยนักแสดงชาวอังกฤษ" ซึ่งตอกย้ำความเชื่อที่ว่าสำเนียงอังกฤษคือสัญลักษณ์ของความสูงส่งและเกียรติยศในโลกภาพยนตร์
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมต้องใช้สำเนียงอังกฤษในหนังที่ไม่ได้เกิดขึ้นในอังกฤษ?
เพราะสำเนียงอังกฤษ (โดยเฉพาะ Received Pronunciation) ถูกมองว่ามีความเป็นทางการและดูหรูหรา ช่วยสร้างบรรยากาศของความเก่าแก่และอำนาจ ซึ่งทำให้ผู้ชมรู้สึกว่ามีความสมจริงมากกว่าการใช้สำเนียงอเมริกันสมัยใหม่
Queen's Latin มีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์จริงหรือไม่?
ไม่มีพื้นฐานทางประวัติศาสตร์รองรับ เนื่องจากผู้คนในยุคโบราณไม่ได้พูดภาษาอังกฤษ และสำเนียงอังกฤษสมัยใหม่ก็แตกต่างจากภาษาในยุคเชกสเปียร์อย่างมาก แต่มันเป็น 'ขนบ' ทางศิลปะในภาพยนตร์
สำเนียงอังกฤษในหนังมักถูกใช้เพื่อบอกอะไรเกี่ยวกับตัวละคร?
มักใช้เพื่อบ่งบอกถึงสถานะทางสังคมที่สูงกว่า ความเป็นชนชั้นสูง ความฉลาด หรือในบางครั้งใช้เพื่อสร้างภาพลักษณ์ของตัวร้ายที่มีความซับซ้อนและน่าเกรงขาม
