Radioplane RP-77 โดรนเป้าหมายยุคแรกที่ผลิตจากพลาสติก
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นโดรนเป้าหมายที่ใช้วัสดุพลาสติกแก้ว-โพลีเอสเตอร์เป็นส่วนประกอบหลัก
- รุ่น RP-77D ใช้เครื่องยนต์เทอร์โบพร็อพ Boeing 502 ให้ความเร็วสูงสุด 684 กม./ชม.
- ใช้ระบบจรวด Loki 4 ลูกในการส่งตัวขึ้นสู่ท้องฟ้า
- ถูกยกเลิกโครงการโดยกองทัพบกสหรัฐฯ เนื่องจากสมรรถนะไม่แตกต่างจากรุ่นเดิมอย่างมีนัยสำคัญ
Radioplane RP-77 เป็นอากาศยานไร้คนขับขนาดเล็กที่ออกแบบมาเพื่อใช้เป็นโดรนเป้าหมาย (Target Drone) พัฒนาและผลิตโดยแผนก Radioplane ของบริษัท Northrop Corporation โดยมีความโดดเด่นในด้านการใช้วัสดุพลาสติกเป็นส่วนประกอบหลักในการสร้างตัวเครื่อง
การออกแบบและการพัฒนา
โครงการพัฒนา RP-77 เริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 1955 โดยมีรูปลักษณ์ภายนอกคล้ายกับรุ่น OQ-19 ที่ Radioplane เคยผลิตมาก่อน ในช่วงแรกมีการสร้างเครื่องต้นแบบขึ้น 4 ลำ แบ่งเป็นรุ่น RP-77 ที่ใช้เครื่องยนต์ลูกสูบ 4 สูบของ McCulloch และรุ่น RP-77A ที่ใช้เครื่องยนต์ Lycoming 6 สูบ อย่างไรก็ตาม ผลการทดสอบการบินในระยะแรกยังไม่เป็นที่น่าพอใจสำหรับกองทัพบกสหรัฐฯ
ในปี ค.ศ. 1957 ได้มีการเสนอการปรับปรุงเป็นรุ่น RP-77D ซึ่งเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์เทอร์โบพร็อพ Boeing 502 ส่งผลให้กองทัพบกสหรัฐฯ ตกลงทำสัญญาจ้างผลิตเครื่องบินรุ่นนี้จำนวน 20 ลำ

คุณลักษณะทางเทคนิคของ RP-77D
RP-77D มีการนำวัสดุพลาสติกประเภทแก้ว-โพลีเอสเตอร์ (Glass-polyester plastic) มาใช้อย่างกว้างขวางในการก่อสร้างตัวเครื่อง ระบบการส่งตัวขึ้นสู่ท้องฟ้าใช้จรวดช่วยส่ง (Rocket-assisted take-off) โดยใช้จรวด Loki จำนวน 4 ลูก
ด้านการควบคุมใช้ระบบควบคุมทางวิทยุร่วมกับการติดตามด้วยเรดาร์ ทำให้สามารถปฏิบัติการได้ในระยะไกลจากจุดปล่อยเครื่อง นอกจากนี้ RP-77D ยังสามารถติดตั้งอุปกรณ์เสริมอื่นๆ ได้ เช่น เซ็นเซอร์ตรวจการณ์ เซ็นเซอร์ทางอุตุนิยมวิทยา หรืออุปกรณ์เก็บตัวอย่างอากาศ โดยใช้ระบบติดตาม RPTA ที่พัฒนาโดย Radioplane ซึ่งควบคุมด้วยสัญญาณเสียงความถี่สูง (Audio frequency tones)
เพื่อเพิ่มระยะการบิน เครื่องบินรุ่นนี้มีการติดตั้งถังเชื้อเพลิงที่ปลายปีก (Tip tanks) และเมื่อสิ้นสุดภารกิจจะทำการกู้คืนเครื่องด้วยการกางร่มชูชีพ
ประวัติการปฏิบัติการ
หลังจากเที่ยวบินแรกในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1958 กองทัพบกสหรัฐฯ ได้ทำการประเมินผล RP-77D ตลอดทั้งปี โดยมีการทดสอบการบินเกือบ 40 ครั้ง แม้ว่าผลการทดสอบโดยรวมจะเป็นที่น่าพอใจ แต่กองทัพตัดสินใจไม่สั่งผลิตในจำนวนมาก เนื่องจากประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นนั้นไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับโดรนรุ่นที่มีใช้งานอยู่ในขณะนั้น ส่งผลให้โครงการนี้ถูกยกเลิก รวมถึงรุ่น RP-86 ซึ่งเป็นรุ่นที่พัฒนาต่อยอดเพื่อใช้ในการลาดตระเวนโดยเฉพาะ
ภายหลังการยกเลิกของกองทัพ Radioplane ได้พยายามพัฒนารุ่นปรับปรุงในฐานะโครงการเอกชน โดยการขยายขนาดปีกและปรับเปลี่ยนส่วนอื่นๆ เพื่อเพิ่มสมรรถนะ แต่ก็ยังไม่สามารถดึงดูดความสนใจจากกองทัพบกสหรัฐฯ ให้กลับมาสั่งซื้อได้
ข้อมูลทางเทคนิค (รุ่น RP-77D)
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ลูกเรือ | ไม่มี |
| ความยาว | 4.53 เมตร (14 ฟุต 10 นิ้ว) |
| ช่วงปีก | 4.66 เมตร (15 ฟุต 3 นิ้ว) |
| ความสูง | 1.58 เมตร (5 ฟุต 2 นิ้ว) |
| น้ำหนักรวม | 476 กิโลกรัม (1,050 ปอนด์) |
| เครื่องยนต์ | Boeing 502-10F Turboprop (285 แรงม้า) |
| ความเร็วสูงสุด | 684 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (425 ไมล์ต่อชั่วโมง) |
| เพดานบินสูงสุด | 14,000 เมตร (47,000 ฟุต) |
| ความทนทาน | 1 ชั่วโมง ที่ระดับความสูง 40,000 ฟุต |
คำถามที่พบบ่อย
Radioplane RP-77 คืออะไร?
เป็นโดรนเป้าหมายขนาดเล็กที่ผลิตโดยแผนก Radioplane ของ Northrop Corporation เพื่อใช้ในการฝึกซ้อมยิงเป้าหมายของกองทัพ
วัสดุหลักที่ใช้สร้าง RP-77D คืออะไร?
มีการใช้พลาสติกประเภทแก้ว-โพลีเอสเตอร์ (Glass-polyester plastic) อย่างกว้างขวางในการออกแบบตัวเครื่อง
ทำไมกองทัพบกสหรัฐฯ ถึงไม่สั่งผลิต RP-77D ในจำนวนมาก?
แม้ผลการทดสอบจะน่าพอใจ แต่กองทัพเห็นว่าประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นไม่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับโดรนรุ่นที่มีใช้งานอยู่เดิม
RP-77D มีวิธีการกู้คืนเครื่องอย่างไร?
ใช้การกางร่มชูชีพเพื่อนำเครื่องลงสู่พื้นดินหลังจากสิ้นสุดภารกิจการบิน

