← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ราอูล อัลฟอนซิน ประธานาธิบดีผู้คืนประชาธิปไตยสู่ อาร์เจนตินา

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นประธานาธิบดีคนแรกที่ได้รับเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยหลังยุคเผด็จการทหารในอาร์เจนตินา
  • จัดตั้งคณะกรรมการสืบสวนผู้สูญหายและนำผู้นำทหารมาลงโทษในคดีอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ
  • เผชิญกับภาวะเงินเฟ้อรุนแรง (Hyperinflation) ในช่วงปลายสมัยการดำรงตำแหน่ง

ราอูล อัลฟอนซิน (Raúl Alfonsín) เป็นนักกฎหมายและรัฐบุรุษชาวอาร์เจนตินา ผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของประเทศอาร์เจนตินาระหว่างวันที่ 10 ธันวาคม ค.ศ. 1983 ถึง 8 กรกฎาคม ค.ศ. 1989 เขาเป็นประธานาธิบดีคนแรกที่ได้รับเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยหลังจากสิ้นสุดยุคของการปกครองโดยคณะปฏิวัติทหาร (National Reorganization Process)

ราอูล อัลฟอนซิน
ราอูล อัลฟอนซิน รัฐบุรุษผู้ได้รับรางวัลพลเมืองกิตติมศักดิ์แห่งบัวโนสไอเรส

เส้นทางสู่การเมืองและอุดมการณ์

อัลฟอนซินเกิดเมื่อวันที่ 12 มีนาคม ค.ศ. 1927 ในเมืองชาสโคมุส จังหวัดบัวโนสไอเรส เขาสำเร็จการศึกษาด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยบัวโนสไอเรส และเข้าร่วมกับ สหภาพพลเรือนราดิคัล (Radical Civic Union - UCR) โดยยึดถืออุดมการณ์แบบสังคมประชาธิปไตย

ในช่วงเวลาที่อาร์เจนตินาตกอยู่ภายใต้การปกครองของเผด็จการทหาร เขาเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่กล้าคัดค้านการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยการยื่นคำร้องขอให้ปล่อยตัวผู้สูญหาย (Habeas corpus) และประณามอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในช่วง "สงครามสกปรก" (Dirty War) ซึ่งทำให้เขาได้รับความเคารพอย่างสูงในฐานะผู้ปกป้องสิทธิมนุษยชน

การดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีและการกอบกู้ประชาธิปไตย

หลังจากชนะการเลือกตั้งในปี ค.ศ. 1983 อัลฟอนซินได้เริ่มดำเนินการหลายประการเพื่อสร้างรากฐานประชาธิปไตยที่มั่นคง:

  • การดำเนินคดีกับคณะทหาร: เขาได้ยกเลิกกฎหมายนิรโทษกรรมที่ทหารสร้างขึ้นเอง และจัดตั้งคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยผู้สูญหาย เพื่อสืบสวนอาชญากรรมของรัฐ ซึ่งนำไปสู่การพิจารณาคดีของคณะผู้ปกครอง (Trial of the Juntas) และการลงโทษผู้นำระบอบเผด็จการทหาร
  • การปฏิรูปกฎหมาย: เขาผลักดันให้มีการผ่านกฎหมายการหย่าร้างฉบับแรกของอาร์เจนตินา
  • นโยบายต่างประเทศ: เขาช่วยคลี่คลายความขัดแย้งในช่องแคบบีเกิล (Beagle conflict) และส่งเสริมการค้ากับบราซิล

ความท้าทายและวิกฤตเศรษฐกิจ

แม้จะประสบความสำเร็จในด้านการเมืองและสิทธิมนุษยชน แต่อัลฟอนซินต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างหนักจากภายในกองทัพ ซึ่งมีการก่อจลาจลโดยกลุ่ม Carapintadas ทำให้เขาต้องยอมประนีประนอมด้วยการออกกฎหมาย "Full Stop" และกฎหมาย "Due Obedience" เพื่อรักษาเสถียรภาพของรัฐ

นอกจากนี้ เขายังเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจขั้นรุนแรง โดยแผนการฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่าง "แผนออสตราล" (Austral plan) และ "แผนสปริง" (Spring plan) ประสบความล้มเหลว นำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อรุนแรง (Hyperinflation) และการจลาจล ซึ่งส่งผลให้พรรคของเขาพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งปี ค.ศ. 1989 และส่งมอบอำนาจให้แก่ คาร์ลอส เมเนม

บั้นปลายชีวิตและมรดกทางการเมือง

หลังจากพ้นตำแหน่ง อัลฟอนซินยังคงมีบทบาทสำคัญในพรรค UCR และมีส่วนร่วมในการเจรจาแก้ไขรัฐธรรมนูญปี ค.ศ. 1994 ผ่านข้อตกลง Olivos Pact เขาเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปอดเมื่อวันที่ 31 มีนาคม ค.ศ. 2009 ในวัย 82 ปี และได้รับการจัดพิธีศพอย่างสมเกียรติในฐานะรัฐบุรุษผู้คืนความหวังและประชาธิปไตยให้แก่ชาวอาร์เจนตินา

คำถามที่พบบ่อย

ราอูล อัลฟอนซิน คือใคร?

เขาเป็นอดีตประธานาธิบดีของอาร์เจนตินา (ค.ศ. 1983-1989) และเป็นผู้นำที่นำประเทศกลับสู่ระบอบประชาธิปไตยหลังจากการปกครองของคณะทหาร

ผลงานที่สำคัญที่สุดของเขาคืออะไร?

การจัดตั้งคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยผู้สูญหายและการนำผู้บัญชาการทหารระดับสูงมาดำเนินคดีในศาลพลเรือน ซึ่งเป็นการสร้างบรรทัดฐานด้านสิทธิมนุษยชนในระดับโลก

ทำไมเขาถึงพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งปี 1989?

เนื่องจากความล้มเหลวของแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจที่นำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อรุนแรงและการจลาจลทั่วประเทศ ทำให้ประชาชนไม่พอใจในด้านเศรษฐกิจแม้จะประสบความสำเร็จด้านการเมือง