← กลับไปยังบทความทั้งหมด

โครงการ Reach Out and Read การส่งเสริมการอ่านในเด็กปฐมวัยผ่านระบบสาธารณสุข

สรุปใจความสำคัญ

  • ก่อตั้งในปี 1989 ที่ศูนย์การแพทย์บอสตัน โดยกุมารแพทย์และนักการศึกษา
  • ใช้ระบบการตรวจสุขภาพเด็กเป็นช่องทางในการแจกหนังสือและสอนผู้ปกครองให้อ่านหนังสือให้ลูกฟัง
  • ครอบคลุมคลินิกกว่า 6,400 แห่ง และแจกหนังสือกว่า 7.4 ล้านเล่มต่อปีในสหรัฐอเมริกา
  • ได้รับการรับรองจากสมาคมกุมารเวชศาสตร์แห่งสหรัฐอเมริกา (AAP) ว่าเป็นส่วนสำคัญของการดูแลสุขภาพเด็ก

Reach Out and Read (ROR) เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรระดับชาติในสหรัฐอเมริกาที่มุ่งเน้นการส่งเสริมการรู้หนังสือในเด็กปฐมวัย (Early Literacy) โดยการทำงานร่วมกับผู้ให้บริการดูแลสุขภาพเด็กหรือกุมารแพทย์ เพื่อให้ครอบครัวตระหนักถึงประโยชน์ของการอ่านออกเสียงให้เด็กฟังเป็นประจำทุกวัน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญต่อการพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิต

ประวัติและการก่อตั้ง

โครงการ Reach Out and Read ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1989 ที่ศูนย์การแพทย์บอสตัน (Boston Medical Center) โดยกลุ่มกุมารแพทย์และนักการศึกษา นำโดยนายแพทย์ Barry Zuckerman และนายแพทย์ Robert Needlman

จุดเริ่มต้นของโครงการเกิดจากการศึกษาเชิงย้อนหลังของนายแพทย์ Needlman ซึ่งพบว่า มารดาที่ลูกได้รับหนังสือจากการตรวจสุขภาพมีแนวโน้มที่จะอ่านหนังสือให้ลูกฟังมากกว่ามารดาที่ไม่ได้รับหนังสือถึง 6 เท่า ข้อมูลนี้ประกอบกับความพึงพอใจของทั้งผู้ปกครองและเด็ก นำไปสู่การขยายผลของโครงการ โดยได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุนครั้งสำคัญจากมูลนิธิ Casey (Casey Foundation) และได้รับความสนใจจากบุคคลสำคัญทางการเมือง เช่น ฮิลลารี คลินตัน และวุฒิสมาชิก Ted Kennedy ซึ่งช่วยให้โครงการได้รับความสนใจจากสื่อและได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณจากรัฐบาลกลางในเวลาต่อมา

ปัจจุบัน Reach Out and Read ได้ขยายเครือข่ายครอบคลุมสถานที่ให้บริการทางคลินิกมากกว่า 6,400 แห่งทั่วสหรัฐอเมริกา โดยมีบุคลากรทางการแพทย์กว่า 34,000 คน ร่วมแจกจ่ายหนังสือใหม่ที่เหมาะสมตามช่วงวัยและภาษาให้แก่เด็กประมาณ 4.8 ล้านคน รวมเป็นหนังสือกว่า 7.4 ล้านเล่มต่อปี

รูปแบบการดำเนินงานและวิธีการ

เป้าหมายหลักของโครงการคือการปรับปรุงการรู้หนังสือขั้นต้นและสุขภาพทางสังคมและอารมณ์ของเด็กในช่วงที่มีการเติบโตของสมองอย่างรวดเร็ว (ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 5 ปี) โดยเน้นกลุ่มครอบครัวที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ซึ่งมีความเสี่ยงต่อผลลัพธ์ทางพัฒนาการที่ไม่พึงประสงค์

กระบวนการส่งเสริมการอ่าน

  • การให้คำแนะนำโดยแพทย์: ตั้งแต่เด็กอายุ 6 เดือน ซึ่งเป็นช่วงที่เด็กเริ่มมีความสามารถในการจดจ่อร่วมกัน (Joint Attention) ทีมกุมารแพทย์จะให้คำแนะนำและสาธิตวิธีการอ่านหนังสือให้ผู้ปกครองดูในระหว่างการตรวจสุขภาพเด็กตามนัด (Well-child visits) จนถึงอายุ 5 ปี
  • การมอบหนังสือ: เด็กจะได้รับหนังสือเล่มใหม่ที่เหมาะสมกับอายุ ภาษา และระดับพัฒนาการ เพื่อนำกลับไปสร้างห้องสมุดในบ้าน

โครงการริเริ่มพิเศษสำหรับกลุ่มเฉพาะ

เพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ROR ได้พัฒนาโครงการย่อยเพื่อตอบสนองความต้องการของประชากรกลุ่มเฉพาะ ได้แก่:

  • โครงการสำหรับชาวอเมริกันอินเดียนและชาวอะแลสกาพื้นเมือง (American Indian/Alaska Native Initiative)
  • โครงการ Leyendo Juntos สำหรับครอบครัวที่ใช้ภาษาสเปน
  • โครงการสำหรับครอบครัวทหาร (Military Families Initiative)
  • โครงการส่งเสริมคณิตศาสตร์ปฐมวัย (Early Math Initiative)
  • โครงการสำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางพัฒนาการ (Developmental Disabilities Initiative)

ความสำคัญและหลักฐานเชิงประจักษ์

รูปแบบของ Reach Out and Read มีความโดดเด่นเนื่องจากใช้ระบบสาธารณสุขเป็นช่องทางเข้าถึงครอบครัว เนื่องจากเด็กในสหรัฐฯ มากกว่า 90% ได้รับการตรวจสุขภาพประจำปี ในขณะที่มีเด็กไม่ถึงหนึ่งในสามที่เข้าสู่ระบบดูแลเด็ก (Childcare) ทำให้โครงการสามารถเข้าถึงเด็กกลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุดในช่วง 3 ปีแรกของชีวิตได้อย่างทั่วถึง

ผลการศึกษาอิสระมากกว่า 12 ฉบับระบุว่า เด็กที่เข้าร่วมโครงการ Reach Out and Read มีลักษณะดังนี้:

  • ได้รับการอ่านหนังสือให้ฟังบ่อยครั้งขึ้น
  • มีจำนวนหนังสือในบ้านมากขึ้น
  • เมื่อเข้าสู่ชั้นอนุบาล จะมีคลังคำศัพท์ที่กว้างขึ้น มีทักษะทางภาษาที่แข็งแรงขึ้น และมีทัศนคติที่ดีต่อการอ่าน

นอกจากนี้ สมาคมกุมารเวชศาสตร์แห่งสหรัฐอเมริกา (American Academy of Pediatrics - AAP) ได้ให้การรับรองและระบุในแถลงการณ์นโยบายปี 2014 ว่า การส่งเสริมการรู้หนังสือเป็นส่วนประกอบสำคัญของการดูแลสุขภาพเด็กปฐมวัย โดยอ้างอิงถึงผลการวิจัยของ Reach Out and Read ในการสนับสนุนให้กุมารแพทย์ส่งเสริมการอ่านตั้งแต่ในวัยทารก

คำถามที่พบบ่อย

Reach Out and Read คืออะไร?

เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรในสหรัฐฯ ที่ร่วมมือกับกุมารแพทย์เพื่อส่งเสริมให้ผู้ปกครองอ่านหนังสือออกเสียงให้เด็กปฐมวัยฟัง เพื่อพัฒนาทักษะทางภาษาและอารมณ์

โครงการนี้เริ่มส่งเสริมการอ่านตั้งแต่เด็กอายุเท่าไหร่?

เริ่มให้คำแนะนำและสาธิตการอ่านแก่ผู้ปกครองตั้งแต่เด็กอายุ 6 เดือน ซึ่งเป็นช่วงที่เด็กเริ่มมีความสามารถในการจดจ่อร่วมกัน (Joint Attention)

ทำไมต้องใช้กุมารแพทย์เป็นผู้ส่งเสริมการอ่าน?

เพราะเด็กส่วนใหญ่ (มากกว่า 90%) เข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปีกับกุมารแพทย์ ทำให้เป็นช่องทางที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการเข้าถึงครอบครัว โดยเฉพาะกลุ่มที่ขาดแคลนทุนทรัพย์

ผลลัพธ์ที่ได้จากโครงการนี้คืออะไร?

งานวิจัยพบว่าเด็กที่เข้าร่วมโครงการมีคลังคำศัพท์ที่กว้างขึ้น มีทักษะทางภาษาที่ดีขึ้น และมีความพร้อมในการเข้าเรียนชั้นอนุบาลมากกว่าเด็กที่ไม่ได้รับโอกาสนี้