เครือข่ายโรงแรมแบบส่งต่อ (Referral Chain) ประวัติและรูปแบบธุรกิจ
สรุปใจความสำคัญ
- Referral Chain คือการรวมกลุ่มของโรงแรมอิสระที่ตกลงรักษามาตรฐานเดียวกันและช่วยกันส่งต่อลูกค้า
- Best Western เป็นหนึ่งในเครือข่ายแบบส่งต่อที่ประสบความสำเร็จและยังคงดำเนินกิจการอยู่จนถึงปัจจุบัน
- ในสหรัฐอเมริกา ระบบนี้ถูกแทนที่ด้วยระบบแฟรนไชส์เกือบทั้งหมด แต่ในยุโรปยังคงได้รับความนิยมในกลุ่มโรงแรมครอบครัว
เครือข่ายโรงแรมแบบส่งต่อ (Referral Chain) คือรูปแบบหนึ่งของแฟรนไชส์โรงแรม โดยเป็นกลุ่มของโรงแรมที่ดำเนินงานอย่างเป็นอิสระ แต่มีการสร้างพันธมิตรกับเครือข่ายหนึ่งๆ เพื่อส่งเสริมการตลาดร่วมกัน ทั้งนี้ โรงแรมที่ต้องการเข้าร่วมในเครือข่ายจะต้องปฏิบัติตามเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำที่กำหนดไว้เพื่อให้คุณภาพการบริการเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
ประวัติความเป็นมาของ Referral Chain
ระบบเครือข่ายแบบส่งต่อในธุรกิจที่พักเริ่มต้นขึ้นในช่วงต้นทศวรรษ 1930 โดยเริ่มจากการส่งเสริมกลุ่มบ้านพัก (Cabins) และ Tourist Courts ซึ่งเป็นต้นแบบของสถาปัตยกรรมโมเต็ล (Motel) ที่เป็นมาตรฐานในทศวรรษ 1950
ในยุคนั้น เจ้าของโมเต็ลมักจะรวมตัวกันจัดตั้ง "เครือข่ายส่งต่อ" ซึ่งสมาชิกแต่ละแห่งจะตกลงร่วมกันที่จะรักษามาตรฐานการบริการ และช่วยกันประชาสัมพันธ์โรงแรมอื่นๆ ในเครือข่าย โดยจะมีการแสดงชื่อกลุ่มควบคู่ไปกับชื่อโรงแรมของตนเอง และมีการแจกจ่ายสมุดรายชื่อสถานที่สมาชิกให้แก่ผู้เข้าพักฟรี

ตัวอย่างเครือข่ายในอดีต
- United Motor Courts: ก่อตั้งในปี 1933 ในสหรัฐฯ ทางตะวันตกเฉียงใต้ มีการจัดทำคู่มือแนะนำที่พักจนถึงต้นทศวรรษ 1950
- Quality Courts United: แยกตัวออกมาในปี 1939 เพื่อยกระดับมาตรฐานการปรับปรุงโรงแรมให้ทันสมัยขึ้น ซึ่งต่อมาได้กลายเป็น Quality Inn ภายใต้ Choice Hotels
- Best Western Motels: ก่อตั้งในปี 1947 โดยเริ่มจากเครือข่ายโมเต็ลอิสระในสหรัฐฯ ทางตะวันตก
- Superior Courts United: ก่อตั้งในปี 1950 มีโลโก้รูปใบโคลเวอร์ 4 แฉก และมีสมาชิกมากกว่า 500 แห่งในช่วงกลางทศวรรษ 1960
ในช่วงปี 1987 พบว่าเครือข่ายแบบแฟรนไชส์เต็มรูปแบบได้ครองตลาดถึง 64% ส่งผลให้เครือข่ายแบบส่งต่ออิสระค่อยๆ หายไปหรือถูกเปลี่ยนเป็นระบบแฟรนไชส์
สถานะในปัจจุบัน
หนึ่งในผู้รอดชีวิตที่โดดเด่นที่สุดคือ Best Western ซึ่งแม้จะนำระบบการจัดซื้อและการจองส่วนกลางแบบแฟรนไชส์มาใช้ แต่ในทางนิตินัยยังคงมีสถานะเป็นเครือข่ายที่สมาชิกเป็นเจ้าของร่วมกัน
ในขณะที่บทบาทของ Referral Chain ลดลงในสหรัฐอเมริกา แต่ในยุโรปยังคงมีความสำคัญ เนื่องจากตลาดโรงแรมในยุโรปมีสัดส่วนของโรงแรมอิสระและโรงแรมครอบครัวสูงกว่าในอเมริกาเหนือ ตัวอย่างเช่น เครือข่าย Logis ในฝรั่งเศส และเครือข่ายอื่นๆ ในอังกฤษและสเปน ซึ่งใช้รูปแบบการสร้าง "แบรนด์" เพื่อให้โรงแรมอิสระสามารถแข่งขันกับเครือข่ายโรงแรมยักษ์ใหญ่ได้
คำถามที่พบบ่อย
Referral Chain แตกต่างจากแฟรนไชส์โรงแรมทั่วไปอย่างไร?
Referral Chain เน้นการดำเนินงานที่เป็นอิสระมากกว่า โดยเจ้าของโรงแรมยังคงมีอำนาจบริหารจัดการสูง แต่ใช้ชื่อเครือข่ายร่วมกันเพื่อการตลาดและการส่งต่อลูกค้า ในขณะที่แฟรนไชส์มักมีกฎระเบียบและการควบคุมจากบริษัทแม่ที่เข้มงวดกว่า
ทำไม Referral Chain ถึงยังคงได้รับความนิยมในยุโรป?
เพราะยุโรปมีวัฒนธรรมการทำธุรกิจโรงแรมแบบครอบครัวและโรงแรมอิสระในสัดส่วนที่สูงกว่าอเมริกาเหนือ ทำให้การรวมกลุ่มแบบส่งต่อเป็นทางเลือกที่เหมาะสมในการสร้างอำนาจต่อรองและการตลาด
โรงแรมที่จะเข้าร่วม Referral Chain ต้องทำอย่างไร?
โรงแรมต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำที่เครือข่ายกำหนด เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าที่ถูกส่งต่อจะได้รับประสบการณ์การบริการที่มีคุณภาพใกล้เคียงกันในทุกสาขา
