← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ความเชื่อและศาสนาในไอซ์แลนด์

สรุปใจความสำคัญ

  • ไอซ์แลนด์เปลี่ยนจากความเชื่อแบบนอร์สโบราณมาเป็นคริสต์ศาสนาอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 999/1000
  • คริสตจักรแห่งไอซ์แลนด์ (ลูเทอแรน) เป็นคริสตจักรประจำรัฐและมีผู้นับถือเป็นสัดส่วนใหญ่ที่สุด
  • มีการฟื้นฟูความเชื่อโบราณที่เรียกว่า อาซาทรู (Ásatrú) ซึ่งพยายามรื้อฟื้นศาสนาพื้นเมืองของชาวเยอรมันเหนือ
  • สัดส่วนผู้นับถือคริสต์ศาสนาลดลงอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่กลุ่มผู้ไม่ระบุศาสนาและไม่ฝักใฝ่ศาสนามีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ศาสนาในไอซ์แลนด์มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยเริ่มจากการนับถือความเชื่อแบบนอร์สโบราณ (Northern Germanic religion) ก่อนจะเปลี่ยนผ่านเข้าสู่คริสต์ศาสนาซึ่งกลายเป็นศาสนาหลักของประเทศมาอย่างยาวนาน อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายศตวรรษที่ 20 และต้นศตวรรษที่ 21 ไอซ์แลนด์ได้ก้าวเข้าสู่ยุคที่มีความหลากหลายทางความเชื่อมากขึ้น โดยมีการลดลงของจำนวนผู้นับถือคริสต์ศาสนา และการเพิ่มขึ้นของกลุ่มผู้ไม่ฝักใฝ่ศาสนา รวมถึงการฟื้นฟูความเชื่อโบราณ

ประวัติศาสตร์ทางศาสนา

ยุคการตั้งถิ่นฐานและการนับถือความเชื่อแบบนอร์ส (ศตวรรษที่ 9–10)

ในช่วงกลางศตวรรษที่ 9 (ประมาณปี ค.ศ. 870) เมื่อชาวนอร์เวย์ รวมถึงชาวสวีเดนและชาวนอร์สจากบริเตน เริ่มเข้ามาตั้งถิ่นฐานในไอซ์แลนด์ พื้นที่นี้มีนักบวชคริสต์ชาวไอริชที่เรียกว่า papar อาศัยอยู่เพียงจำนวนน้อย ซึ่งต่อมาได้จากไปหรือถูกขับไล่ออกไปเมื่อชาวสแกนดิเนเวียเข้ามามากขึ้น

ชาวไอซ์แลนด์ยุคแรกนับถือศาสนาที่เรียกว่า Goðatrú หรือ Ásatrú (ความจริงแห่งทวยเทพ) ซึ่งเป็นความเชื่อแบบพหุเทวนิยมตามประเพณีของชาวเยอรมันเหนือ พวกเขาสร้างวิหารเพื่อประดิษฐานรูปเคารพของเทพเจ้า และบูชาจิตวิญญาณแห่งแผ่นดิน (landvættir) โดยมี goði (ผู้รับใช้เทพเจ้า) ทำหน้าที่เป็นทั้งผู้นำทางศาสนาและผู้นำทางการเมืองในระดับท้องถิ่น

ภาพจำลองหรือโบราณวัตถุที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อโบราณในไอซ์แลนด์
การนับถือเทพเจ้าแบบนอร์สเป็นรากฐานทางวัฒนธรรมที่สำคัญของชาวไอซ์แลนด์ยุคแรก

การเปลี่ยนผ่านสู่คริสต์ศาสนาและการปฏิรูป

ไอซ์แลนด์รับคริสต์ศาสนาเป็นศาสนาประจำรัฐในช่วงปี ค.ศ. 999 หรือ 1000 โดยการตัดสินใจของ Althing (สภาที่ปรึกษา) ภายใต้อิทธิพลของพระเจ้าโอลาฟ ทรึคกวาสสัน (Olaf Tryggvason) กษัตริย์แห่งนอร์เวย์

เดิมทีไอซ์แลนด์นับถือคาทอลิกและอยู่ภายใต้การปกครองของเดนมาร์ก จนกระทั่งในช่วงทศวรรษ 1530 ไอซ์แลนด์ได้เข้าสู่การปฏิรูปศาสนา (Icelandic Reformation) และเปลี่ยนมานับถือลูเทอแรน (Lutheranism) อย่างเป็นทางการ ซึ่งกระบวนการนี้เสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 1550 ส่งผลให้คริสตจักรแห่งไอซ์แลนด์ (Church of Iceland) กลายเป็นคริสตจักรประจำรัฐตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

สถานการณ์ทางศาสนาในปัจจุบัน

ในปัจจุบัน ไอซ์แลนด์ให้เสรีภาพในการนับถือศาสนาแก่พลเมืองมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1874 โดยรัฐบาลให้การสนับสนุนคริสตจักรแห่งไอซ์แลนด์ และศาสนาอื่นๆ ที่ได้รับการรับรองในทะเบียนราษฎร์จะได้รับเงินสนับสนุนจากภาษีศาสนา (sóknargjald) ที่เรียกเก็บจากผู้นับถือที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป สำหรับผู้ที่ประกาศว่าตนเองไม่ฝักใฝ่ศาสนา จะต้องจ่ายภาษีในจำนวนที่เท่ากันให้แก่มหาวิทยาลัยไอซ์แลนด์

สถิติประชากรทางศาสนา (ข้อมูลปี 2026)

จากข้อมูลของสำนักงานสถิติไอซ์แลนด์ (Statistics Iceland) พบว่าสัดส่วนผู้นับถือศาสนาในประเทศมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับปี 1990 ดังนี้:

  • คริสต์ศาสนา: คิดเป็น 67.24% ของประชากร (ลดลงจาก 97.8% ในปี 1990) โดยส่วนใหญ่เป็นลูเทอแรนในคริสตจักรแห่งไอซ์แลนด์ (56.3%)
  • คาทอลิก: 3.95% (เพิ่มขึ้นจาก 0.9% ในปี 1990)
  • อาซาทรู (Ásatrú): 1.56% ซึ่งเป็นการฟื้นฟูความเชื่อแบบนอร์สโบราณ
  • มนุษยนิยม (Humanism): 1.62%
  • อิสลาม: 0.54%
  • พุทธศาสนา: 0.41%
  • ไม่ระบุศาสนาหรือความเชื่ออื่นๆ: 21.0% (เพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 0.6% ในปี 1990)
  • ไม่ฝักใฝ่ศาสนา (Unaffiliated): 7.67%

คำถามที่พบบ่อย

ศาสนาประจำรัฐของไอซ์แลนด์คือศาสนาอะไร?

ศาสนาประจำรัฐของไอซ์แลนด์คือลูเทอแรน โดยมีคริสตจักรแห่งไอซ์แลนด์ (Church of Iceland) เป็นองค์กรหลัก

Ásatrú คืออะไร?

Ásatrú คือความเชื่อแบบนีโอเพแกน (Neopaganism) ที่มุ่งเน้นการรื้อฟื้นและสร้างความเชื่อแบบนอร์สโบราณ ซึ่งเป็นศาสนาพื้นเมืองดั้งเดิมของชาวไอซ์แลนด์

หากชาวไอซ์แลนด์ไม่นับถือศาสนาต้องจ่ายภาษีหรือไม่?

ใช่ พลเมืองที่ประกาศว่าตนเองไม่ฝักใฝ่ศาสนาจะต้องจ่ายภาษีในจำนวนที่เท่ากันกับภาษีศาสนา (sóknargjald) โดยเงินจำนวนนี้จะถูกนำไปมอบให้แก่มหาวิทยาลัยไอซ์แลนด์

แนวโน้มทางศาสนาในไอซ์แลนด์ปัจจุบันเป็นอย่างไร?

ไอซ์แลนด์มีแนวโน้มสู่ความหลากหลายทางความเชื่อมากขึ้น โดยจำนวนผู้นับถือคริสต์ศาสนาลดลง และกลุ่มผู้ไม่ระบุศาสนาหรือนับถือปรัชญาทางเลือกเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ