สาธารณรัฐมอนเตเนโกร (1992–2006) เส้นทางสู่เอกราช
สรุปใจความสำคัญ
- มอนเตเนโกรแยกตัวเป็นเอกราชจากเซอร์เบียและมอนเตเนโกรในปี ค.ศ. 2006
- เมืองหลวงพอดกอริตซาเคยถูกเปลี่ยนชื่อเป็นติติกราดในช่วงยุคคอมมิวนิสต์
- มอนเตเนโกรนำเงินตราดอยช์มาร์กมาใช้ในปี 1996 เพื่อแยกตัวทางเศรษฐกิจจากเซอร์เบีย
สาธารณรัฐมอนเตเนโกร (Republic of Montenegro) เป็นรัฐสมาชิกของสหพันธรัฐยูโกสลาเวีย และต่อมาเป็นส่วนหนึ่งของเซอร์เบียและมอนเตเนโกร ระหว่างปี ค.ศ. 1992 ถึง 2006 การประกาศเอกราชของมอนเตเนโกรในปี 2006 ถือเป็นจุดสิ้นสุดของรัฐที่เคยเป็นยูโกสลาเวีย

ประวัติศาสตร์และการก่อตั้ง
หลังจากการล่มสลายของสหพันธรัฐสังคมนิยมยูโกสลาเวีย (SFRY) มอนเตเนโกรและเซอร์เบียได้ตกลงที่จะก่อตั้ง สหพันธรัฐยูโกสลาเวีย (FRY) ซึ่งเป็นการละทิ้งลัทธิคอมมิวนิสต์และหันมาใช้สถาบันแบบเสรีนิยม มอนเตเนโกรเป็นสาธารณรัฐสมาชิกของ FRY จนกระทั่งเดือนมิถุนายน ปี 2006 เมื่อได้มีการลงประชามติเพื่อแยกตัวเป็นเอกราช
ยุคสหพันธรัฐยูโกสลาเวีย
ในช่วงแรกของการเข้าสู่ FRY มอนเตเนโกรนำโดยประธานาธิบดี โมมีร์ บูลาโตวิช ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดกับประธานาธิบดี สโลโบดัน มิโลเซวิช ของเซอร์เบีย ทั้งสองร่วมมือกันก้าวขึ้นสู่อำนาจผ่านการปฏิวัติที่ต่อต้านระบบราชการ
อย่างไรก็ตาม บูลาโตวิชเริ่มมีความลังเลที่จะอยู่ในสหภาพกับเซอร์เบีย เมื่อประเทศอย่างอิตาลีเสนอโอกาสในการเข้าสู่ประชาคมยุโรปอย่างรวดเร็วหากมอนเตเนโกรแยกตัวออกมา แต่ด้วยแรงกดดันจากเซอร์เบีย ทำให้มอนเตเนโกรตัดสินใจเข้าร่วม FRY หลังจากมีการลงประชามติเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 1992

ในปี 1992 เมืองหลวง ติติกราด (ตั้งชื่อตาม โจสิป บรอซ ติโต ผู้นำยูโกสลาเวีย) ได้ถูกเปลี่ยนชื่อกลับเป็น พอดกอริตซา ซึ่งเป็นชื่อเดิมก่อนยุคคอมมิวนิสต์ และในปี 1993 มอนเตเนโกรได้เปลี่ยนธงชาติจากธงยุคคอมมิวนิสต์มาเป็นธงสามสี (Tricolour) ที่มีสีน้ำเงินอ่อนกว่าของเซอร์เบีย เพื่อสร้างความแตกต่างระหว่างสองสาธารณรัฐ
ความขัดแย้งและการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ
การรวมตัวกับเซอร์เบียมีความสำคัญต่อเซอร์เบีย เนื่องจากช่วยให้เซอร์เบียสามารถอ้างสิทธิ์ในดินแดนของบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาและโครเอเชียที่มีชาวเซอร์เบียอาศัยอยู่ รวมถึงการที่มอนเตเนโกรมีทางออกสู่ทะเล ซึ่งทำให้เซอร์เบียไม่เป็นรัฐที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล (landlocked) และสามารถมีกองทัพเรือได้
แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความเผด็จการของประธานาธิบดีมิโลเซวิชทำให้ชาวมอนเตเนโกรเริ่มหันไปสนับสนุนการแยกตัวเป็นเอกราช และความตึงเครียดด้านนโยบายเศรษฐกิจทำให้มอนเตเนโกรตัดสินใจนำ เงินตราดอยช์มาร์ก (Deutsche Mark) มาใช้ในปี 1996 แทนเงินสกุลดินาร์ของยูโกสลาเวีย

การเป็นสมาพันธรัฐและการประกาศเอกราช
ในวันที่ 6 สิงหาคม 1999 มอนเตเนโกรได้ร่างแผนการเปลี่ยนยูโกสลาเวียให้เป็น "สมาคมแห่งรัฐเซอร์เบียและมอนเตเนโกร" เพื่อให้มอนเตเนโกรมีอำนาจในการบริหารกระทรวงการต่างประเทศ สกุลเงิน และกองทัพของตนเอง
จนกระทั่งในปี 2003 สหพันธรัฐยูโกสลาเวียได้เปลี่ยนสถานะเป็นสมาพันธรัฐในชื่อ "เซอร์เบียและมอนเตเนโกร" โดยให้สิทธิ์ในการปกครองตนเองแก่มอนเตเนโกรมากขึ้น และในปี 2006 ได้มีการจัดลงประชามติ ซึ่งผลปรากฏว่า 55% ของผู้ลงคะแนนเห็นชอบให้แยกตัวเป็นเอกราช มอนเตเนโกรจึงประกาศเอกราชอย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายน 2006 ส่งผลให้เซอร์เบียกลายเป็นรัฐเอกราชเช่นกัน และเป็นการสิ้นสุดสหภาพรัฐบาลกลางของอดีตยูโกสลาเวียที่ยาวนานมาตั้งแต่ปี 1918
คำถามที่พบบ่อย
มอนเตเนโกรประกาศเอกราชเมื่อใด?
มอนเตเนโกรประกาศเอกราชอย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2006 หลังจากมีการลงประชามติที่ประชาชนเห็นชอบให้แยกตัวออกเป็นเอกราช
ทำไมมอนเตเนโกรถึงแยกตัวจากเซอร์เบีย?
ความขัดแย้งด้านนโยบายเศรษฐกิจ และความไม่พอใจต่อการปกครองที่เผด็จการของประธานาธิบดีสโลโบดัน มิโลเซวิช ของเซอร์เบีย เป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การแยกตัว
เมืองหลวงของมอนเตเนโกรชื่อว่าอะไรและเคยเปลี่ยนชื่อเป็นอะไร?
เมืองหลวงปัจจุบันคือ พอดกอริตซา (Podgorica) ซึ่งในช่วงยุคคอมมิวนิสต์เคยถูกเปลี่ยนชื่อเป็น ติติกราด (Titograd) เพื่อเป็นเกียรติแก่ โจสิป บรอซ ติโต
