ริชาร์ด ไฮแมน ปรมาจารย์ด้านแรงงานสัมพันธ์และทฤษฎีมาร์กซิสต์
สรุปใจความสำคัญ
- ริชาร์ด ไฮแมน เป็นศาสตราจารย์กิตติคุณแห่ง London School of Economics (LSE) และสมาชิกของ British Academy
- เขาเป็นผู้ท้าทายแนวคิดพหุนิยมของ Oxford School ในด้านแรงงานสัมพันธ์
- มีผลงานเขียนที่โดดเด่นในด้านทฤษฎีมาร์กซิสต์ที่ประยุกต์ใช้กับแรงงานสัมพันธ์ และการศึกษาเปรียบเทียบสหภาพแรงงานในยุโรป
- ร่วมงานกับองค์กรแรงงานระดับโลกอย่าง ILO และสหภาพยุโรป
ริชาร์ด ไฮแมน (เกิด 9 กรกฎาคม 1942) เป็นนักวิชาการชาวอังกฤษผู้มีชื่อเสียงระดับโลกในสาขา แรงงานสัมพันธ์ (Industrial Relations) เขาเป็นศาสตราจารย์กิตติคุณ (Professor Emeritus) แห่งวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และรัฐศาสตร์ลอนดอน (London School of Economics - LSE) และเป็นสมาชิกของ British Academy ซึ่งผลงานของเขามีอิทธิพลอย่างสูงต่อการทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้าง ลูกจ้าง และสหภาพแรงงานในบริบทของเศรษฐศาสตร์การเมือง
ประวัติการศึกษาและการเริ่มต้นอาชีพ
ไฮแมนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด (University of Oxford) ในปี 1968 โดยวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอกของเขาที่ว่าด้วยวิวัฒนาการของสหภาพแรงงานในสหราชอาณาจักรได้กลายเป็นรากฐานของหนังสือเล่มสำคัญอย่าง The Worker's Union (1971)
ในขณะที่ศึกษาภายใต้การดูแลของ Allan Flanders และ Hugh Clegg ไฮแมนได้พัฒนาแนวคิดเชิงวิพากษ์ต่อ "โรงเรียนออกซฟอร์ด" (Oxford School) ซึ่งยึดถือแนวคิดพหุนิยม (Pluralism) โดยเขาได้ท้าทายรากฐานทางทฤษฎีของแนวคิดดังกล่าว ซึ่งเป็นการเปิดมุมมองใหม่ในการวิเคราะห์ความขัดแย้งในที่ทำงาน
เส้นทางวิชาการและผลงานโดดเด่น
ในปี 1968 ไฮแมนเริ่มต้นอาชีพนักวิชาการที่มหาวิทยาลัยวอริก (University of Warwick) โดยดำรงตำแหน่งนักวิจัย ต่อมาเป็นอาจารย์ และได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นศาสตราจารย์ด้านแรงงานสัมพันธ์ในปี 1985 ก่อนจะย้ายไปดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ที่ LSE ในปี 2000 และกลายเป็นศาสตราจารย์กิตติคุณในปี 2009
ไฮแมนเป็นผู้เขียนหนังสือและบทความจำนวนมาก โดยเน้นหัวข้อหลักดังนี้:
- แรงงานสัมพันธ์และความขัดแย้งทางอุตสาหกรรม: วิเคราะห์การนัดหยุดงานและการเจรจาต่อรองร่วม
- สหภาพแรงงาน: ศึกษาบทบาทของสหภาพแรงงานในยุโรปและโลก
- นโยบายตลาดแรงงาน: วิเคราะห์ผลกระทบของนโยบายรัฐต่อแรงงาน
ผลงานที่ได้รับการอ้างอิงอย่างกว้างขวางคือ Understanding European Trade Unionism: Between Market, Class and Society ซึ่งเป็นการศึกษาเปรียบเทียบสหภาพแรงงานในยุโรป
อิทธิพลและการยอมรับในระดับสากล
นอกเหนือจากงานวิชาการ ไฮแมนยังมีอิทธิพลต่อผู้ปฏิบัติงานจริงในองค์กรระดับนานาชาติ โดยเขาได้ร่วมงานกับองค์กรสำคัญ เช่น องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ในเจนีวา, สหภาพยุโรป (EU) และสถาบันสหภาพแรงงานยุโรป (European Trade Union Institute)
เขายังได้รับเชิญให้บรรยายในงานประชุมขององค์กรแรงงานชั้นนำในยุโรป เช่น สหพันธ์สหภาพแรงงานเยอรมัน (DGB), IG Metall และมูลนิธิ Friedrich Ebert รวมถึงองค์กรแรงงานในกรีซและโปรตุเกส
แนวคิดทางการเมืองและเกียรติยศ
ไฮแมนมีความเกี่ยวข้องกับขบวนการนักศึกษาปีกซ้ายในอังกฤษและระบุตนเองว่าเป็นนักคิดปีกซ้ายอิสระ ในปี 2009 วารสาร British Journal of Industrial Relations (BJIR) ได้จัดงานประชุมเพื่อเป็นเกียรติแก่เขา และในปี 2020 เขาได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกของ British Academy ซึ่งเป็นสถาบันสูงสุดทางด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ของสหราชอาณาจักร
ผลงานเขียนที่สำคัญ
| ปีที่พิมพ์ | ชื่อผลงาน |
|---|---|
| 1972 | Strikes |
| 1975 | Industrial Relations: A Marxist Introduction |
| 1988 | New Technology and Industrial Relations (บรรณาธิการร่วมกับ Wolfgang Streeck) |
| 1989 | The Political Economy of Industrial Relations |
| 2002 | Understanding European Trade Unionism |
| 2013 | Trade Unions in Western Europe: Hard Times, Hard Choices |
| 2025 | Concise Introduction to Employment Relations |
คำถามที่พบบ่อย
ริชาร์ด ไฮแมน เชี่ยวชาญด้านใดเป็นพิเศษ?
เขาเชี่ยวชาญด้านแรงงานสัมพันธ์ (Industrial Relations) โดยเน้นการวิเคราะห์ความขัดแย้งทางอุตสาหกรรม, สหภาพแรงงาน และเศรษฐศาสตร์การเมืองของแรงงาน โดยใช้มุมมองเชิงวิพากษ์และทฤษฎีมาร์กซิสต์
ผลงานเขียนเล่มใดของเขาที่ถือเป็นรากฐานสำคัญ?
ผลงานที่สำคัญ ได้แก่ 'Industrial Relations: A Marxist Introduction' (1975) และ 'Understanding European Trade Unionism' (2002) ซึ่งเป็นงานวิจัยเปรียบรียบสหภาพแรงงานในยุโรปที่ได้รับการอ้างอิงอย่างสูง
เขามีบทบาทอย่างไรในระดับนานาชาติ?
เขาเป็นที่ปรึกษาและผู้บรรยายให้กับองค์กรระดับโลก เช่น องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) และสถาบันสหภาพแรงงานยุโรป รวมถึงสหพันธ์สหภาพแรงงานในหลายประเทศในยุโรป


