ริชาร์ด เมิลเลอร์ นีลเซน ยอดโค้ชผู้พาทีมชาติเดนมาร์กคว้าแชมป์ยุโรป
สรุปใจความสำคัญ
- พาทีมชาติเดนมาร์กคว้าแชมป์ UEFA Euro 1992 ซึ่งเป็นแชมป์รายการใหญ่ครั้งแรกของประเทศ
- ได้รับรางวัลผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของโลกจาก World Soccer หลังคว้าแชมป์ยุโรปปี 1992
- พาทีมชาติเดนมาร์กคว้าแชมป์คอนเฟเดอเรชันส์คัพ ปี 1995
- ใช้เวลาค้าแข้งในฐานะนักเตะตำแหน่งกองหลังกับสโมสรโอเดนเซ บีเค ตลอดอาชีพการค้าแข้ง
ริชาร์ด เมิลเลอร์ นีลเซน (Richard Møller Nielsen; 19 สิงหาคม 1937 – 13 กุมภาพันธ์ 2014) เป็นอดีตนักฟุตบอลและผู้จัดการทีมฟุตบอลชาวเดนมาร์ก ผู้สร้างชื่อเสียงโด่งดังในระดับสากลจากการนำทีมชาติเดนมาร์กคว้าแชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป (UEFA Euro) ปี 1992 ซึ่งเป็นตำแหน่งแชมป์รายการใหญ่ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศ

เส้นทางนักเตะอาชีพ
ในฐานะนักเตะ นีลเซนเล่นในตำแหน่งกองหลัง โดยเขาใช้เวลาตลอดอาชีพการค้าแข้งในระดับอาวุโสกับสโมสร โอเดนเซ บีเค (Odense BK) ระหว่างปี 1955 ถึง 1962 โดยลงสนามไปทั้งหมด 175 นัด ในระดับทีมชาติ เขาเคยรับใช้ทีมชาติเดนมาร์กชุดอายุไม่เกิน 21 ปี และทีมชาติชุด B รวมถึงการติดทีมชาติชุดใหญ่ 2 นัด ในช่วงปี 1959 ถึง 1961 ก่อนที่อาการบาดเจ็บจะทำให้เขาต้องยุติอาชีพนักเตะก่อนกำหนด
การก้าวเข้าสู่บทบาทผู้จัดการทีม
หลังเลิกเล่นฟุตบอล นีลเซนเริ่มต้นอาชีพการเป็นผู้จัดการทีม โดยคุมทีมสโมสรในเดนมาร์กหลายแห่ง เช่น โอเดนเซ บีเค (หลายสมัย), เอสบีเยร์จ เอฟบี (Esbjerg fB), สเวนบอร์ก เอฟบี (Svendborg fB) และ บี 1909
ในระดับทีมชาติ เขาเริ่มต้นจากการคุมทีมชาติเดนมาร์กชุดอายุไม่เกิน 21 ปี ระหว่างปี 1978 ถึง 1989 และทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมชาติชุดใหญ่ในช่วงปี 1987 ถึง 1990 ภายใต้การนำของ เซป ปิออนเทค (Sepp Piontek)
rความสำเร็จสูงสุดกับทีมชาติเดนมาร์ก
แชมป์ UEFA Euro 1992
นีลเซนได้รับแต่งตั้งเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติเดนมาร์กในปี 1990 หลังจากที่ เซป ปิออนเทค ลาออก แม้ในช่วงแรกจะเผชิญกับความขัดแย้งกับผู้เล่นบางราย เช่น ไมเคิล เลาดรูป และ ไบรอัน เลาดรูป จนนำไปสู่การถอนตัวจากทีม และถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากสื่อมวลชน แต่เขาสามารถพาทีมผ่านอุปสรรคจนได้รับสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขัน UEFA Euro 1992 ในสวีเดน หลังจากที่ยูโกสลาเวียถูกสั่งห้ามเข้าร่วมการแข่งขันเนื่องจากสงครามกลางเมือง
เดนมาร์กเริ่มต้นทัวร์นาเมนต์ด้วยผลเสมออังกฤษและแพ้สวีเดน แต่สามารถพลิกสถานการณ์เอาชนะฝรั่งเศสได้ ทำให้ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ โดยในรอบรองชนะเลิศ เดนมาร์กเอาชนะเนเธอร์แลนด์ในการดวลจุดโทษ และในรอบชิงชนะเลิศสามารถเอาชนะเยอรมนี 2-0 คว้าแชมป์ยุโรปมาครองได้อย่างเหนือความคาดหมาย ส่งผลให้นีลเซนได้รับรางวัล "ผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของโลก" (World Manager of the Year) จาก World Soccer
แชมป์คอนเฟเดอเรชันส์คัพ 1995
นอกเหนือจากความสำเร็จในระดับยุโรป นีลเซนยังพาทีมชาติเดนมาร์กคว้าแชมป์รายการ คอนเฟเดอเรชันส์คัพ (Confederations Cup) ปี 1995 โดยเอาชนะอาร์เจนตินา 2-0 ในรอบชิงชนะเลิศ
ช่วงปลายอาชีพและการทำงานในต่างประเทศ
หลังจากการแข่งขัน UEFA Euro 1996 นีลเซนได้ก้าวลงจากตำแหน่งผู้จัดการทีมชาติเดนมาร์ก และได้ออกไปคุมทีมในต่างประเทศ ได้แก่ ทีมชาติฟินแลนด์ (1996–1999) และทีมชาติอิสราเอล (2000–2002) ก่อนจะกลับมาคุมทีมโคลดิง เอฟซี (Kolding FC) ในดิวิชัน 2 ของเดนมาร์กในปี 2003 และเกษียณอายุจากการทำงานในวงการฟุตบอลในเดือนตุลาคมปีเดียวกัน
เกียรติยศและมรดก
ในปี 1995 นีลเซนได้รับเหรียญเกียรติยศทองคำ (Medal of Merit) จากรัฐบาลเดนมาร์ก เพื่อเป็นเกียรติแก่ความสำเร็จที่เขามอบให้กับประเทศ
สโมสรโอเดนเซ บีเค ได้ให้เกียรติขนานนามอัฒจันทร์หนึ่งใน สนามโอเดนเซ สเตเดียม ว่า "ริชาร์ด เมิลเลอร์ นีลเซน ทริบูน" (Richard Møller Nielsen Tribunen) เพื่อระลึกถึงคุณูปการที่เขามีต่อสโมสรและวงการฟุตบอลเดนมาร์ก
คำถามที่พบบ่อย
ริชาร์ด เมิลเลอร์ นีลเซน มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดจากผลงานอะไร?
เขามีชื่อเสียงที่สุดจากการนำทีมชาติเดนมาร์กคว้าแชมป์ UEFA Euro 1992 ซึ่งเป็นความสำเร็จที่เหนือความคาดหมายและเป็นแชมป์รายการใหญ่ครั้งแรกของเดนมาร์ก
นีลเซนเคยคุมทีมชาติอื่นนอกเหนือจากเดนมาร์กหรือไม่?
ใช่ เขาเคยคุมทีมชาติฟินแลนด์ในช่วงปี 1996–1999 และทีมชาติอิสราเอลในช่วงปี 2000–2002
ความสัมพันธ์ระหว่างนีลเซนกับผู้เล่นชื่อดังอย่างไมเคิล เลาดรูป เป็นอย่างไร?
ในช่วงแรกมีความขัดแย้งกันในเรื่องของสไตล์การเล่นและแท็กติก ทำให้ไมเคิล เลาดรูป และผู้เล่นบางรายถอนตัวจากทีม แต่ภายหลังได้มีการปรับความเข้าใจและเลาดรูปกลับมาช่วยทีมอีกครั้งในปี 1993

