ห้องสมุดสาธารณะริชมอนด์
สรุปใจความสำคัญ
- เมืองริชมอนด์ปฏิเสธเงินทุนจากแอนดรูว์ คาร์เนกี ถึงสองครั้งเนื่องจากความกังวลเรื่องภาษีและการแบ่งแยกเชื้อชาติ
- ห้องสมุดสาธารณะริชมอนด์เปิดให้บริการครั้งแรกในปี ค.ศ. 1924
- ห้องสมุดดูลีย์ (Dooley Library) ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1930 จากเงินบริจาคของแซลลี เมย์ ดูลีย์
- ระบบห้องสมุดทั้งหมดเปิดรับผู้ใช้บริการชาวผิวดำอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1947
ห้องสมุดสาธารณะริชมอนด์ (Richmond Public Library) เป็นระบบห้องสมุดสาธารณะที่ให้บริการในเมืองริชมอนด์ รัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา โดยมีบทบาทสำคัญในการเป็นแหล่งทรัพยากรด้านการศึกษาและวัฒนธรรมของชุมชน
ประวัติการก่อตั้งและการพัฒนา
ประวัติการก่อตั้งห้องสมุดสาธารณะริชมอนด์มีความโดดเด่นเนื่องจากเมืองริชมอนด์เป็นหนึ่งในไม่กี่เมืองในสหรัฐอเมริกาที่ปฏิเสธเงินทุนสนับสนุนจาก แอนดรูว์ คาร์เนกี (Andrew Carnegie) ถึงสองครั้ง ในปี ค.ศ. 1901 คณะกรรมการการเงินของเมืองได้ปฏิเสธข้อเสนอแรก และต่อมาเมื่อคาร์เนกีเสนอเงินบริจาคจำนวน 100,000 ดอลลาร์ โดยมีเงื่อนไขว่าสภาเมืองต้องจัดหาพื้นที่ก่อสร้างและรับประกันงบประมาณดำเนินงานรายปีจำนวน 10,000 ดอลลาร์ สภาเมืองริชมอนด์ก็ยังคงปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว
สาเหตุของการปฏิเสธในครั้งนั้นถูกวิเคราะห์ว่าเกิดจากหลายปัจจัย ได้แก่ ความไม่ต้องการให้มีการจัดเก็บภาษีใหม่ ความกังวลต่อการเปลี่ยนแปลงสู่ความทันสมัย และความกังวลว่าเงื่อนไขของคาร์เนกีอาจบังคับให้ห้องสมุดต้องเปิดรับผู้ใช้บริการชาวผิวดำ ซึ่งขัดกับแนวคิดการแบ่งแยกเชื้อชาติในสมัยนั้น
ต่อมาในปี ค.ศ. 1905 ได้มีการจัดตั้งสมาคมห้องสมุดสาธารณะริชมอนด์ (Richmond Public Library Association) แต่ต้องใช้เวลาจนถึงปี ค.ศ. 1922 เมื่อ จอห์น สจวร์ต ไบรอัน (John Stewart Bryan) เข้ามาดำรงตำแหน่งประธานสมาคม จึงสามารถระดมทุนได้เพียงพอที่จะเปิดห้องสมุดได้ในปี ค.ศ. 1924 โดยเลือกใช้บ้านเก่าของ ลูอิส กินเตอร์ (Lewis Ginter) เป็นสถานที่ตั้งแห่งแรก

การขยายตัวและการเข้าถึงอย่างเท่าเทียม
ในปี ค.ศ. 1925 ห้องสมุดได้เริ่มขยายการให้บริการ โดยมีการเปิดสาขา Phyllis Wheatley ของ YWCA เพื่อให้บริการแก่ชาวแอฟริกันอเมริกันโดยเฉพาะ ต่อมาในปีเดียวกัน แซลลี เมย์ ดูลีย์ (Sallie May Dooley) ได้บริจาคเงินจำนวน 500,000 ดอลลาร์ เพื่อสร้างห้องสมุดเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่สามีของเธอ พันเอก เจมส์ เอช. ดูลีย์ (Major James H. Dooley) ส่งผลให้ ห้องสมุดดูลีย์ (Dooley Library) เปิดให้บริการในปี ค.ศ. 1930 ซึ่งกลายเป็นที่ตั้งของห้องสมุดหลักในปัจจุบัน และมีการย้ายทรัพยากรจากห้องสมุดแห่งแรกมาไว้ที่นี่

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1947 เมื่อคณะกรรมการห้องสมุดสาธารณะริชมอนด์มีมติให้เปิดสาขาทุกแห่งในระบบห้องสมุดให้ชาวผิวดำสามารถเข้าใช้บริการได้ทั้งหมด ซึ่งเป็นการสิ้นสุดการแบ่งแยกเชื้อชาติในการเข้าถึงทรัพยากรการเรียนรู้ในเมืองริชมอนด์

กิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์
ห้องสมุดสาธารณะริชมอนด์จัดกิจกรรมรายเดือนและรายปีเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ โดยเฉพาะในช่วงเดือนประวัติศาสตร์คนผิวดำ (Black History Month) ซึ่งในปี ค.ศ. 2025 ได้เน้นหัวข้อเกี่ยวกับชาวแอฟริกันอเมริกันและการต่อสู้ด้านแรงงาน โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจดังนี้:
- Read Up Richmond: การเสวนาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของพยาบาลผิวดำในรัฐเวอร์จิเนีย ทั้งในอดีตและปัจจุบัน
- Annual Black History Month Social: งานสังคมประจำปีเพื่อเฉลิมฉลองประวัติศาสตร์คนผิวดำ
- 10th Annual Black History Month Virginia Author Celebration: งานฉลองนักเขียนชาวเวอร์จิเนีย ครบรอบ 10 ปี ซึ่งประกอบด้วยงานสัปดาห์หนังสือ การบรรยาย และการนำเสนอผลงาน
- Weekend Film Fest: เทศกาลภาพยนตร์ที่จัดขึ้นที่สาขา West End โดยนำเสนอผลงานของผู้กำกับ ไสปิก ลี (Spike Lee) และนักแสดงแอฟริกันอเมริกัน






คำถามที่พบบ่อย
ทำไมเมืองริชมอนด์ถึงปฏิเสธเงินทุนจากแอนดรูว์ คาร์เนกี?
เนื่องจากสภาเมืองในขณะนั้นมีความกังวลเรื่องการจัดเก็บภาษีใหม่ และความกังวลว่าเงื่อนไขของคาร์เนกีอาจบังคับให้ห้องสมุดต้องเปิดรับผู้ใช้บริการชาวผิวดำ ซึ่งขัดกับนโยบายการแบ่งแยกเชื้อชาติในสมัยนั้น
ห้องสมุดดูลีย์ (Dooley Library) มีความสำคัญอย่างไร?
เป็นห้องสมุดหลักที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1930 จากเงินบริจาคจำนวน 500,000 ดอลลาร์ของแซลลี เมย์ ดูลีย์ เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่สามีของเธอ
ห้องสมุดสาธารณะริชมอนด์เริ่มเปิดรับชาวผิวดำในทุกสาขาเมื่อใด?
คณะกรรมการห้องสมุดเริ่มเปิดสาขาทุกแห่งให้ชาวผิวดำเข้าใช้บริการได้ในปี ค.ศ. 1947
ห้องสมุดสาธารณะริชมอนด์จัดกิจกรรมอะไรในช่วงเดือนประวัติศาสตร์คนผิวดำ?
มีการจัดกิจกรรมหลากหลาย เช่น การเสวนาเรื่องพยาบาลผิวดำในเวอร์จิเนีย งานฉลองนักเขียนชาวเวอร์จิเนีย และเทศกาลภาพยนตร์ของ ไสปิก ลี