ปฏิบัติการกู้ภัยถ้ำรีเซนดิง
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นหนึ่งในปฏิบัติการกู้ภัยในถ้ำที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยใช้เจ้าหน้าที่กว่า 700 คนจากหลายประเทศ
- ใช้เวลาปฏิบัติการรวม 11 วัน และมีค่าใช้จ่ายประมาณ 960,000 ยูโร
- ผู้บาดเจ็บถูกกู้ภัยจากความลึกประมาณ 1,000 เมตร ในถ้ำที่ลึกและยาวที่สุดในเยอรมนี
- ต้องใช้เวลาถึง 6 ปีในการทำความสะอาดขยะกว่า 1 ตันที่หลงเหลือจากปฏิบัติการกู้ภัย
ปฏิบัติการกู้ภัยถ้ำรีเซนดิง (Riesending Cave rescue) เป็นหนึ่งในปฏิบัติการกู้ภัยในถ้ำที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 8 ถึง 19 มิถุนายน ค.ศ. 2014 ในรัฐบาวาเรีย ประเทศเยอรมนี หลังจากนักสำรวจถ้ำได้รับบาดเจ็บทางสมองอย่างรุนแรงจากเหตุการณ์หินถล่มขณะปฏิบัติหน้าที่สำรวจถ้ำ

เหตุการณ์และการเกิดอุบัติเหตุ
เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน ค.ศ. 2014 โยฮันน์ เวสเธาเซอร์ (Johann Westhauser) นักสำรวจถ้ำ พร้อมด้วยเพื่อนร่วมทีมอีกสองคน ได้ลงไปสำรวจถ้ำรีเซนดิง ซึ่งเป็นถ้ำแบบปล่อง (Pit cave) ที่ลึกและยาวที่สุดในเยอรมนี ตั้งอยู่บริเวณชายแดนระหว่างเยอรมนีและออสเตรีย ถ้ำแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องความท้าทายทางเทคนิคตั้งแต่วินาทีแรกที่เริ่มลงไป
ในวันที่ 8 มิถุนายน เวลาประมาณ 01:30 น. ขณะที่ทีมสำรวจลงไปลึกประมาณ 1,000 เมตร เวสเธาเซอร์ถูกหินถล่มทับจนได้รับบาดเจ็บที่สมอง แม้ว่าเขาจะสวมหมวกนิรภัยก็ตาม เนื่องจากภายในถ้ำไม่มีสัญญาณวิทยุหรือโทรศัพท์เคลื่อนที่ เพื่อนร่วมทีมคนหนึ่งจึงต้องอยู่ดูแลผู้บาดเจ็บ ในขณะที่อีกคนต้องใช้เวลาเดินทางไต่ขึ้นสู่ปากถ้ำซึ่งมีระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร โดยใช้เวลาเดินทางถึง 10 ชั่วโมง เพื่อแจ้งเหตุฉุกเฉินและขอความช่วยเหลือ
การดำเนินงานกู้ภัย

ในเย็นวันเดียวกัน ทีมกู้ภัยถ้ำจำนวน 11 คน แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้เริ่มลงไปยังจุดเกิดเหตุ โดยมีการติดตั้งระบบสื่อสารแบบ Cave-link เพื่อส่งสัญญาณข้อความพื้นฐานผ่านชั้นหินระหว่างปากถ้ำและจุดที่ผู้บาดเจ็บอยู่ นอกจากนี้ยังได้รับความช่วยเหลือจากทีมกู้ภัยภูเขาของเยอรมนีและออสเตรีย โดยมีการสนับสนุนจากเฮลิคอปเตอร์ของตำรวจรัฐและตำรวจสหพันธรัฐ
เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน นายแพทย์มาร์ติน เกิกซู (Martin Göksu) สามารถเข้าถึงตัวผู้บาดเจ็บและวินิจฉัยว่าได้รับบาดเจ็บทางสมองเล็กน้อย และตัดสินใจร่วมกับแพทย์อีกท่านหนึ่งว่าเวสเธาเซอร์อยู่ในสภาพที่พร้อมจะถูกเคลื่อนย้าย

การเคลื่อนย้ายเป็นไปอย่างยากลำบากเนื่องจากทางเดินที่แคบและต้องใช้แรงงานคนทั้งหมด เนื่องจากไม่สามารถใช้เครื่องจักรได้ ทีมกู้ภัยต้องปรับปรุงเปลสนามให้ทนต่อแรงกระแทก และในส่วนที่เป็นทางดิ่ง ทีมกู้ภัยต้องใช้ร่างกายของตนเองเป็นน้ำหนักถ่วงเพื่อประคองเปลสนามให้สมดุล
ในวันที่ 19 มิถุนายน เวลา 11:44 น. ทีมกู้ภัยสามารถนำตัวเวสเธาเซอร์ขึ้นสู่พื้นผิวโลกได้สำเร็จด้วยการใช้รอกหมุนมือ จากนั้นเขาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลศัลยกรรมประสาทในเมืองมูร์เนา (Murnau) ด้วยเฮลิคอปเตอร์
ผลกระทบและบทสรุป
ปฏิบัติการครั้งนี้ใช้เวลาทั้งหมด 11 วัน โดยมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยจากหลายประเทศเข้าร่วมมากกว่า 700 คน ได้แก่ อิตาลี ออสเตรีย เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ และโครเอเชีย กระทรวงมหาดไทยของรัฐบาวาเรียรายงานในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2015 ว่าค่าใช้จ่ายในปฏิบัติการครั้งนี้สูงถึงประมาณ 960,000 ยูโร

หลังเหตุการณ์นี้ ทางตำรวจได้ปิดทางเข้าถ้ำเพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากนักท่องเที่ยวหรือผู้ที่อยากรู้อยากเห็น โดยผู้ที่จะเข้าถ้ำต้องได้รับอนุญาตเป็นพิเศษและต้องมีคุณสมบัติทางร่างกายและวิชาชีพที่เหมาะสมเท่านั้น
ด้านสิ่งแวดล้อม ปฏิบัติการกู้ภัยทิ้งขยะไว้ในถ้ำมากกว่า 1 ตัน ซึ่งประกอบด้วยเศษอาหาร บรรจุภัณฑ์พลาสติก สว่าน แบตเตอรี่ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ซึ่งต้องใช้เวลาถึง 6 ปี (จนถึงปี ค.ศ. 2020) ในการจัดเก็บและกำจัดออกไปทั้งหมด เพื่อป้องกันการปนเปื้อนในน้ำใต้ดินและรักษาระบบนิเวศของค้างคาวและสัตว์ถ้ำชนิดอื่น ๆ
คำถามที่พบบ่อย
เหตุใดการกู้ภัยถ้ำรีเซนดิงจึงมีความยากลำบากเป็นพิเศษ?
เนื่องจากถ้ำมีความลึกมาก (ประมาณ 1,000 เมตร) ทางเดินแคบ และไม่มีสัญญาณสื่อสาร ทำให้ต้องใช้ระบบ Cave-link และแรงงานคนในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโดยไม่สามารถใช้เครื่องจักรได้
ผู้บาดเจ็บในเหตุการณ์นี้คือใครและได้รับบาดเจ็บอย่างไร?
โยฮันน์ เวสเธาเซอร์ นักสำรวจถ้ำ ได้รับบาดเจ็บทางสมองจากการถูกหินถล่มทับขณะสำรวจถ้ำเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2014
ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นหลังการกู้ภัยคืออะไร?
มีการทิ้งขยะมากกว่า 1 ตันไว้ในถ้ำ ซึ่งรวมถึงวัสดุอันตราย เช่น แบตเตอรี่และอุปกรณ์การแพทย์ ซึ่งต้องใช้เวลาถึง 6 ปีในการกำจัดออกเพื่อปกป้องระบบนิเวศของถ้ำและน้ำใต้ดิน
